เปิดเคล็ดลับสร้าง Instagram Reels อย่างไรให้ปัง สำหรับธุรกิจและครีเอเตอร์

  • 313
  •  
  •  
  •  
  •  

Instagram Reels เปิดตัวได้ราวปีกว่าแล้ว แต่สำหรับเมืองไทยแม้จะเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างล้มหลาม โดยเฉพาะแบรนด์และร้านค้าแฟชั่นออนไลน์มากมาย ก็ใช้ Instagram Reels ในการเป็นเครื่องมือในการนำเสนอสินค้าและเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก

 

ดังนั้น เพื่อให้การใช้งาน Instagram Reels มีประสิทธิภาพ บทความนี้จะแนะนำวิธีการใช้งานฟีเจอร์นี้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์ทางธุรกิจ หรือสร้างสรรค์คอนเทนต์แก่เหล่าครีเอเตอร์ก็ได้

 

(อ่านบทความเพิ่มเติม Instagram Reels มาถึงไทยแล้ว ไม้เด็ด Facebook ครีเอท Short VDO หรือจะท้าชน TikTok?)

 

ข้อได้เปรียบของ Instagram Reels คืออะไร?

เมื่อใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ สิ่งสําคัญคือเนื้อหาของคุณก็ต้องได้ engagement และเนื่องจากเนื้อหาวิดีโอมักจะสร้างการมีส่วนร่วมได้มากกว่าโพสต์ประเภทอื่น ๆ ดังนั้น รูปแบบวิดีโอสั้นอย่าง Instagram Reels จึงสามารถช่วยให้คุณได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายและช่วยให้แบรนด์ของคุณเติบโตได้ด้วย

ข้อดีอีกประการคือการทำคลิปสั้นสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่ได้ด้วย หรือแม้แต่นำคลิปรูปแบบ user-generated content มาใช้ได้เช่นกัน โดยที่คุณไม่ต้องทำงานเพิ่มให้เปลืองเวลา

สรุปรวม ๆ ได้ว่าเป็นเครื่องมือชั้นดีที่สร้าง engagement ได้สูง ใช้ง่าย ใช้ซ้ำได้อีกด้วย

สร้าง Instagram Reels อย่างไร?

ไม่ยากเลยที่จะใช้ฟีเจอร์นี้ ที่มุมขวาบนเพียงแค่คลิกที่ไอคอน เครื่องหมายบวกและเลื่อนไปยังตัวเลือก Reel ที่ด้านล่างของหน้าจอของคุณ โดยคุณสามารถเลือกบันทึก Reel ของคุณเป็นคลิปซีรีส์ที่บันทึกไว้ทีละคลิปก็ได้ หรือจะทำทั้งหมดในครั้งเดียวก็ได้ หรือคุณจะอัปโหลดวิดีโอที่มีอยู่จากแกลเลอรีของคุณก็ได้เช่นกัน

ตอนนี้คุณจะเห็นเครื่องมือมากมายทางด้านซ้ายของหน้าจอที่คุณสามารถใช้เพื่อสร้างวิดีโอของคุณได้ ดังนี้

 

เสียง (Audio)

คุณสามารถใส่เพลงในคลิปได้ผ่าน music library ของ Instagram หรือจะใช้เสียงที่มีอยู่ของคุณเองก็ได้ หรือถ้าคุณต้องการค้นหาบางอย่างที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น เมื่อเร็วๆ นี้ Instagram Reels ก็ยังเพิ่มความสามารถให้ยูเซอร์ได้ค้นหาเสียงได้ด้วยแท็บการค้นหา วิธีนี้จะทำให้คุณได้เปรียบในการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจขึ้น เพราะดนตรีถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของฟีเจอร์ Instagram Reels ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องเลิกซาวด์แทร็กประกอบเนื้อหาวิดีโอที่ใช่ตรงใจที่สุดด้วย

 

ความยาว (Length)

สำหรับความยาวคลิปนั้น Instagram Reels ให้สองตัวเลือกมา ได้แก่ 15 วินาทีหรือ 30 วินาที เพียงแค่แตะไอคอน “15” หรือ “30” เพื่อเลือกระยะเวลาความยาวของคลิปวิดีโอตามที่ต้องการได้เลย

 

ความเร็ว (Speed)

ระดับความเร็วของคลิปก็ยังเลือกได้เช่นกัน คุณสามารถชะลอความเร็วหรือเร่งความเร็วคลิปของคุณได้เอง สิ่งนี้มีประโยชน์มากหากคุณสร้างวิดีโอในแนว How to ต่างๆ

 

เอ็ฟเฟกต์ (Effects)

Instagram นําเสนอเอ็ฟเฟกต์พิเศษที่หลากหลายที่สร้างขึ้นโดยแพลตฟอร์มและครีเอเตอร์ มาให้คุณสามารถมาใช้สร้างสรรค์วิดีโอของคุณได้อย่างสนุกสนาน ตั้งแต่ไฟปาร์ตี้ไปจนถึงใบหน้าตลก เพื่อให้คุณได้ครีเอทสิ่งที่เหมาะกับการสร้างแบรนด์หรือคอนเทนต์ของคุณมาใช้ให้เกิดความเหมาะสม

 

ระยะเวลา (Timer)

เพื่อให้ง่ายต่อการบันทึกคลิปวิดีโอของคุณเองคุณสามารถใช้คุณสมบัติจับเวลาและการนับถอยหลัง สิ่งที่คุณต้องทําคือเลือกความยาวของคลิปและตั้งเวลา ด้วยวิธีนี้คุณจะไม่ต้องกดปุ่มบันทึกค้างไว้สําหรับการบันทึกทั้งหมด คุณยังสามารถเปลี่ยนการนับถอยหลัง 3 วินาทีเป็น 10 วินาที หากคุณต้องการเวลามากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสําหรับช่วงเวลาแห่งความคิดสร้างสรรค์

 

ใส่ ‘แฮชแท็ก’ (Adding Hashtags)

ด้วย Instagram Reels คุณสามารถเพิ่มแฮชแท็กได้สูงสุด 30 แฮชแท็ก เช่นเดียวกับที่คุณสามารถทําได้กับโพสต์บน Instagram แม้ว่า Instagram Reels จะเห็นภาพมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นความคิดที่ดีที่จะเพิ่มแฮชแท็กเนื่องจากสามารถเพิ่มการมองเห็นเนื้อหาของคุณเพิ่มการมีส่วนร่วมได้ และในที่สุดก็ทำให้คนสังเกตเห็นคอนเทนต์ขของคุณได้ด้วย

หลายแบรนด์ยังใช้แฮชแท็กกับ Instagram Reels เพื่อสื่อสารคุณค่าของแบรนด์ เนื่องจากการมีส่วนร่วมทางสังคม ซึ่งคาดว่าจะมีความสําคัญต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นในอนาคต แฮชแท็กชุดที่ถูกต้องสามารถช่วยให้คุณสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงและลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ หากมีแคมเปญที่คุณมีส่วนร่วมหรือสาเหตุที่คุณสนใจอย่างลึกซึ้งคุณสามารถใช้แฮชแท็กในกลยุทธ์การตลาด Instagram ของคุณเพื่อแสดงการสนับสนุนของคุณได้ด้วย

ยกตัวอย่างแฮชแท็กที่นิยมกัน อาทิ #slowmo #funnyvideos #videooftheday #viralreels #love #fashion #memes #travel #nature #goodvibes #instatravel #instalike #reels #reelsinstagram #reelsvideo ฯลฯ แม้การใช้แฮชแท็กยอดนิยมสามารถช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบคอนเทนต์ของคุณ แต่ก็มีการแข่งขันมากขึ้นเนื่องจากวิดีโออื่น ๆ นับพันล้านรายการยังใช้แฮชแท็กเหล่านี้ เป้าหมายของคุณควรค้นหาความสมดุลที่เหมาะสมระหว่างแฮชแท็กยอดนิยมและแฮชแท็กอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งช่วยกําหนดเป้าหมายมากขึ้น และจะเข้ากับแบรนด์ของคุณ

 

อัลกอริทึ่มของ Instagram Reels ทำงานอย่างไร?

แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าอัลกอริทึมสําหรับ Instagram Reels ทํางานอย่างไร แต่ก็มีแนวโน้มที่จะทํางานเพื่อสนับสนุนเนื้อหาประเภทดังต่อไปนี้

  • วิดีโอแนวตั้ง (Vertical videos)
  • แนวโน้มที่แสดงว่ายูเซอร์มีการเข้ามาจอยในคอนเทนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจ
  • สนุกและเป็นวิดีโอที่สร้างความบันเทิง
  • วิดีโอแนวสาธิต
  • วิดีโอแนว How to
  • วิดีโอที่ใส่เอ็ฟเฟกต์, ฟิลเตอร์ หรือเท็กซ์
  • วิดีโอต้นฉบับ ที่ใส่ทั้งเสียงหรือดนตรีซึ่งมาจากแพล็ตฟอร์มมิวสิคไลบรารี่

ส่วนประเภทของวิดีโอที่อาจจะทำให้คอนเทนต์ของคุณไม่ได้รับความสนใจมีดังต่อไปนี้

  • ความละเอียดของวิดีโอต่ำ
  • วิดีโอที่มีภาพเบลอ
  • วิดีโอที่มีเส้นขอบ
  • หนักและเต็มไปด้วยเท็กซ์
  • วิดีโอที่มีเนื้อหาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ดีของชุมชน เช่น มีคอนเทนต์ที่ส่งเสริมความเกลียดชัง มี hate speech มีการบุลลี่ หรือคุกคามข่มขู่ มีภาพอนาจาร ฯลฯ
  • วิดีโอที่มีลายน้ำหรือโลโก้การใช้แอปฯ

โดยหลักๆ แล้ว Instagram จะแสดงคอนเทนต์และเนื้อหาอื่นๆ ที่ยูเซอร์สนใจเพิ่มเติม กรณีที่ดูคลิปดังกล่าวจนจบหรือมีการกดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ เป็นต้น

 

เคล็ดลับและแนวคิดในการใช้ Instagram Reels

แสดงสินค้า

Instagram Reels กับการนำเสนอสินค้า และสามารถอัปโหลดโชว์สินค้าหรือสาธิตการใช้โปรดักส์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยผลักดันให้เกิดการสั่งซื้อได้ดีขึ้น แต่แม้ว่าลูกค้ายังไม่ตัดสินใจซื้อทันที แต่ลูกค้าก็สามารถเซฟเก็บโปรดักส์ไว้ดูทีหลังเพื่อการตัดสินใจได้ และนี่คือคลิปตัวอย่างของการนำเสนอสินค้าต่างๆ ผ่านการใช้ Instagram Reels

 

View this post on Instagram

 

A post shared by All the Pretty Birds (@tamumcpherson)

 

สร้างเนื้อหาเพื่อการศึกษา

เป็นอีกแหล่งเนื้อหาที่เอาไว้สอนหรือแนะนำผ่านคลิปสั้นๆ ได้ ประเภทพวกคลิป How to หรือแสดงทิปส์เคล็ดลับง่ายๆ เนื้อหาของคลิปจะช่วยให้ผู้ติดตามได้เข้าใจในสิ่งที่เขาสนใจ โดยมีคุณเป็นผู้แนะนำจากความเชี่ยวชาญที่มี ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคลิปตลกหรือเน้นเนื้อหาสนุกก็ได้ ยกตัวอย่าง ครีเอเตอร์คนดังอย่าง Khabane Lame หนึ่งใน Influencer ยอดนิยมบน TikTok ก็หันมาใช้ Instagram Reels ในการสร้างคอนเทนต์ด้วย ซึ่งหลายคลิปของเขาได้รับความนิยมอย่างสูง

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Khaby Lame (@khaby00)

 

นําวิดีโอที่ยาวๆ ขึ้นมาใช้ใหม่ได้

คุณอาจจะเคยอัปคลิปยาวบนแพล็ตฟอร์มอื่นๆ มาแล้วเช่น TikTok หรือ Youtube ซึ่งคลิปเหล่านี้คุณก็สามารถนำกลับมาอัปใหม่ได้ที่แพล็ตฟอร์มนี้ แต่อย่าลืมลบลายน้ำหรือโลโก้ใดๆ ออกด้วยเพื่อทำให้อัลกอริทึ่มแฮปปี้กับคอนเทนต์ของคุณ

 

การสร้างชาเลนจ์

อย่างที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้อัลกอริทึม Instagram ชอบเนื้อหาที่น่าสนใจดึงดูดหรือสร้างชาเลนจ์ให้ผู้ใช้งาน สามารถเข้าร่วมได้ ซึ่งรูปแบบเดียวกันนี้เองก็อยู่เบื้องหลังความสําเร็จของ TikTok ดังนั้น ไม่แปลกหากเราจะลองใช้สูตรนี้กับ Instagram Reels ด้วย

 

คอนเทนต์ประเภทเบื้องหลังการทำงาน

นอกเหนือจากนำเสนอสินค้าผ่าน Instagram Reels ก็สามารถนำเสนอเรื่องราวอื่นๆ ของสินค้าและบริการของแบรนด์ได้ เพื่อนำเสนอให้เห็นถึงความโดดเด่นของแบรนด์ของคุณ และสร้างความสัมพันธ์แบบเรียลกับลูกค้าหรือผู้ติดตามของคุณ ซึ่งวิธีหนึ่งก็คือการบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังสั้น ๆ เกี่ยวกับการทำธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณก็ได้ หรือแม้แต่นำเสนอกิจวัตรรูทีนของแบรนด์ที่มีความน่าสนใจ หรือนำเสนอคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ๆ หรือคลิปแกะกล่องก็เริ่มได้รับความนิยมมากเช่นกัน โดยนำเสนอให้ออกมาสนุกและสร้างสรรค์ด้วย

เครดิตภาพ A9 STUDIO / Shutterstock.com

ควรใช้ Instagram Reels หรือไม่?

เชื่อว่าเป็นคำถามที่ครีเอเตอร์และแบรนด์ก็ยังสงสัยอยู่ว่า สมควรที่จะใช้ Instagram Reels หรือไม่ ทั้งนี้ ฟีเจอร์นี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2019 ในบราซิล ซึ่งแบรนด์ใหญ่ๆ ก็โดดเข้ามาใช้อย่างรดวเร็ว เช่น NBA ซึ่งพบว่าสามารถสร้างเอ็นเกจเมนต์เพิ่มขึ้นได้มากกว่า 20% เมื่อเทียบกับโพสต์ทั่วไปบน Instagram หรือฟีเจอร์ Instagram Stories หรืออีกแบรนด์แฟชั่นหรูอย่าง Louis Vuitton ก็ใช้งาน Instagram Reels เช่นกัน โดยพบว่า Louis Vuitton มีผู้ชมเฉลี่ย 7 ล้านครั้งใน reels เลยทีเดียว

ดังนั้น จึงค่อนข้างชัดว่าแบรนด์ธุรกิจและครีเอเตอร์ไม่ควรพลาดโอกาสในการใช้ฟีเจอร์นี้ เพราะช่วยสร้างเอ็นเกจเมนต์และสร้างการเติบโตได้ รวมไปถึงยังสามารถสร้างคอนเทนต์เพื่อสนับสนุนให้เกิดการขายได้

อย่างไรก็ตาม หลีกเลี่ยงไม่ที่จะนำ Instagram Reels ไปเปรียบเทียบกับ TikTok ซึ่งค่อนข้างคล้ายกันมาก แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเนื้อหาส่วนใหญ่และชุมชนใน TikTok ค่อนข้างแตกต่างจาก Instagram อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากแพล็ตฟอร์มบน Instagram ของคุณมีเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ก็แทบไม่จำเป็นต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหมม่ที่ TikTok ก็สามารถนำคลิปที่มีมาสร้างวาลูบนแพล็ตฟอร์มที่มีอยู่ได้เลย แต่แน่นอนว่า ถ้าคุณทำได้ดีอยู่บน TikTok ด้วยนั้น ก็ลุยได้เลยทั้งสองแพล็ตฟอร์ม เพราะไม่ได้มีความผิดหรือถูกที่จะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคำถามที่พบบ่อยๆ ว่า ควรเลือกใช้ TikTok หรือ Instagram Reels ?

แน่นอนว่าคำตอบนี้ไม่ได้มีผิดถูกเช่นกัน แต่ต้องพิจารณาไปที่กลุ่มเป้าหมายและคอนเทนต์ที่คุณสร้างเป็นหลักมากกว่าว่าเหมาะสมกับแพล็ตฟอร์มไหน

สำหรับ TikTok ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Z ในขณะที่ Instagram ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Millennials ดังนั้น หากกลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นทั้งสองกลุ่มก็ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งให้คุณไม่ใช้งานจากทั้งสองแพล็ตฟอร์ม

 

ทั้งหมดนี้มองว่าเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ที่ธุรกิจ แบรนด์ นักการตลาด และครีเอเตอร์ที่ดี จะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ปรับตัวให้ได้อยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงการทดลองทำสิ่งใหม่ เล่นฟีเจอร์ใหม่และมีเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะโลกแห่งการทำธุรกิจบนการดิสรัพท์ของเทคโนโลยี ถ้าวันนี้คุณหยุดเพียงเสี้ยววินาที คุณอาจจะสูญพันธุ์ไปเลยตลอดกาล.

 

 

Source : Influencermarketing.com

 

 

 


  • 313
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!