
สำหรับคนทำงานในกรุงเทพฯ การส่งพัสดุอาจไม่ใช่ธุระที่ต้องแยกเวลาออกมาจัดการเสมอไป แต่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องแทรกอยู่ระหว่างวัน ตั้งแต่ช่วงพักกลางวันไปจนถึงก่อนกลับบ้าน พฤติกรรมนี้กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของธุรกิจขนส่งที่ต้องทำให้บริการเข้าไปอยู่ใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งในแง่ทำเล เวลา และความหลากหลายของบริการ
KEX Express (Thailand) หรือ KEX กำลังเดินเกมดังกล่าวผ่านแนวคิด “Urban Lifestyle Touchpoint” โดยขยาย KEX Shop สาขาใหม่ไปยังอาคาร One City Centre (OCC) ชั้น 1 ใจกลางย่านเพลินจิต เพื่อเพิ่มจุดให้บริการในพื้นที่ธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่มีทั้งคนทำงาน ผู้ประกอบการ และชาวต่างชาติใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
อ่านพฤติกรรมคนเมือง การส่งพัสดุต้องไม่เพิ่มภาระให้ชีวิต
ข้อมูล Insight จาก KEX เกี่ยวกับผู้ใช้บริการในย่าน CBD สะท้อนว่า กลุ่มลูกค้าหลักเป็นคนรุ่น Gen Y และ Gen Z ทั้งพนักงานออฟฟิศและผู้ประกอบการยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและความแม่นยำในการจัดส่ง โดยช่วงเวลาที่มี การใช้บริการหนาแน่นอยู่ระหว่าง 07.30-19.00 น. โดยเฉพาะช่วงพักกลางวันและหลังเลิกงาน
ช่วงเวลาดังกล่าวสะท้อนโอกาสของธุรกิจขนส่งในการออกแบบจุดให้บริการให้สอดคล้องกับกิจวัตรของคนเมือง เพราะเมื่อผู้บริโภคต้องจัดการทั้งงาน ธุระส่วนตัว และการทำธุรกิจในแต่ละวัน ความสะดวกในการเข้าถึงบริการย่อมเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ตัดสินใจใช้บริการได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน พัสดุที่ลูกค้าส่งจากสาขาในย่าน CBD ส่วนใหญ่เป็นสินค้าขนาดเล็กถึงปานกลาง เช่น แฟชั่น สกินแคร์ เอกสาร และของขวัญส่วนตัว ซึ่งมีทั้งการจัดส่งแบบมาตรฐานและบริการส่งด่วนภายในวัน หรือ KEX SAMEDAY
นั่นหมายความว่า ความต้องการของลูกค้าไม่ได้มีเพียงการส่งสินค้าให้ถึงปลายทาง แต่ยังครอบคลุมเรื่องความเร่งด่วนที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์ การมีบริการหลายรูปแบบจึงช่วยรองรับการใช้งานได้ตั้งแต่พัสดุทั่วไปไปจนถึงสิ่งของที่ต้องการความรวดเร็วเป็นพิเศษ
เจาะทำเล CBD รับทั้งคนทำงานและลูกค้าต่างชาติ
นอกจากพฤติกรรมของคนทำงานแล้ว KEX ยังระบุว่า ความต้องการส่งพัสดุระหว่างประเทศจากสาขาในย่าน CBD มีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่พำนักในไทย หรือ Expat นิยมส่งเอกสารทางธุรกิจ ของฝาก และสินค้าไทยกลับไปยังประเทศของตน
ความต้องการที่หลากหลายนี้ทำให้พื้นที่ CBD เป็นมากกว่าทำเลที่มีคนสัญจรจำนวนมาก แต่เป็นพื้นที่ซึ่งมีผู้ใช้บริการหลายกลุ่มและมีวัตถุประสงค์ในการส่งพัสดุแตกต่างกัน ตั้งแต่การทำธุรกิจ การจัดการเรื่องส่วนตัว ไปจนถึงการส่งสิ่งของข้ามประเทศ
การเปิดสาขาใหม่ที่ One City Centre จึงเป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ผู้บริโภคใช้ชีวิตและทำงานจริง โดย KEX ยังมีจุดให้บริการในทำเลยุทธศาสตร์อื่นๆ ของกรุงเทพฯ เช่น MBK Center, BTS Siam, Samyan Mitrtown, Siamscape, CentralWorld และ Gaysorn Village
นายสตีเฟ่น บาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทต้องการวางตำแหน่งแบรนด์ให้เป็นมากกว่าผู้ให้บริการส่งพัสดุ แต่เป็น Urban Lifestyle Touchpoint ที่เชื่อมโยงกับจังหวะชีวิตของคนเมือง ผ่านบริการที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน
ปัจจุบัน KEX มีเครือข่ายร้านให้บริการทั่วประเทศไทยรวม 15,000 แห่ง พร้อมบริการจัดส่งพัสดุมาตรฐาน บริการ KEX SAMEDAY และบริการจัดส่งระหว่างประเทศ เพื่อรองรับทั้งผู้บริโภคทั่วไป ผู้ประกอบการ และลูกค้าชาวต่างชาติ

เกมขนส่งไม่ได้แข่งแค่ส่งเร็ว แต่ต้องอยู่ถูกที่ในเวลาที่ลูกค้าต้องการ
ชวนวิเคราะห์กรณีของ KEX สะท้อนโจทย์สำคัญของธุรกิจบริการในเมืองใหญ่ เมื่อความสะดวกกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ลูกค้า การขยายสาขาจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนจุดให้บริการ แต่เป็นการเลือกทำเลให้สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้งานจริง โดยเฉพาะพื้นที่ CBD ที่รวมทั้งคนทำงาน ผู้ประกอบการ และลูกค้าต่างชาติไว้ด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม การมีสาขาอยู่ในทำเลที่สะดวกเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่จะทำให้กลยุทธ์นี้สร้างความแตกต่างได้ในระยะยาว คือความสามารถในการตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม ทั้งด้านเวลา ความรวดเร็ว และความหลากหลายของบริการ รวมถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับเมื่อเข้าใช้บริการ
สำหรับธุรกิจขนส่ง การเข้าไปอยู่ในจังหวะชีวิตของคนเมืองจึงอาจเป็นอีกทางในการสร้างความได้เปรียบ เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีเรื่องต้องจัดการมากมาย แบรนด์ที่ช่วยให้ธุระหนึ่งเสร็จได้ง่ายขึ้น ย่อมมีโอกาสกลายเป็นตัวเลือกที่ลูกค้านึกถึงเมื่อจำเป็นต้องใช้บริการอีกครั้ง
