5 พฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ของผู้บริโภคครึ่งปีหลัง 2021 กับการวางกลยุทธ์มัดใจนักช้อปของ Lazada 6.6 Mega Mid Year Sale

  • 7.8K
  •  
  •  
  •  
  •  

 

สถานการณ์โควิด-19 ในบ้านเราดูอาจจะยังไม่ค่อยเป็นใจที่จะช่วยให้ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมาได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยก็ยังมีกำลังซื้ออยู่ โดยเฉพาะกับแคมเปญเลขคู่ที่เจ้าตลาดอย่าง Lazada ดูจะจับพฤติกรรมผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และทำกำไรกับแคมเปญนี้ได้มากที่สุด นั่นเป็นเพราะ Lazada ได้วางกลยุทธ์ผ่านแคมเปญนี้ไว้อย่างแยบคาย ไม่ว่าจะผ่านมากี่แคมเปญ ตั้งแต่ 3.3  4.4  5.5 และที่กำลังจะถึงกับ Lazada 6.6 Mega Mid Year Sale” ซึ่งแต่ละครั้งก็มีความพิเศษเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่มากแค่ไหนที่ทำให้ในแต่ละครั้งสามารถมัดใจผู้บริโภคแบบดิ้นไม่หลุด

ก่อนอื่นขอพาไปดูภาพรวมของมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซก่อนว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร ทั้งนี้ อ้างอิงผลวิจัยด้านเศรษฐกิจดิจิทัล  “เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2563 (e-Conomy SEA 2020)” ประเมินมูลค่าเศรษฐกิจการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า ระบุว่า อีคอมเมิร์ซ (E-commerce) ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุด โดยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 81% จากปีที่ผ่านมา มีมูลค่าแตะ 9 พันล้านดอลลาร์ในปี พ.ศ. 2563 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี พ.ศ. 2568

ฉะนั้นไม่ว่า “โควิด-19” จะหายไปหรือยังอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน แต่พฤติกรรมผู้บริโภคดังต่อไปนี้จะกลายเป็น Next Normal ของการช้อปปิ้งออนไลน์ต่อไปอีกและส่งผลต่อการเติบโตของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างแน่นอน

 

5 พฤติกรรมช้อปออนไลน์ที่เปลี่ยนไป หลังการยึดครองของโควิด-19 ช่วงครึ่งปี ค.ศ. 2021

 

  1. ทุกวัยจะคุ้นเคยกับการช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น

เพราะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กินเวลาเกือบสองปี คนที่ไม่คุ้นเคยกับการช้อปปิ้งออนไลน์ก็เริ่มหัดใช้งาน และพบว่าสร้างความสะดวกสบายมากขึ้น แม้จะออกไปไหนได้ตามปกติแล้วก็ยังคิดที่จะสั่งสินค้าออนไลน์อยู่ดีเพราะคุ้นเคยไปแล้ว แม้แต่กลุ่ม Baby Boomer (เกิดปี ค.ศ. 1946-1964) ก็เริ่มคุ้นเคยกับการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพราะคุ้นเคยกับการใช้สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต (อ้างอิงบทความ รู้ไว้ได้เปรียบ!!! สรุป Insight ทุก ‘Generation’ และ เทรนด์ ‘พฤติกรรมผู้บริโภค’ แห่งปี 2021) ดังนั้น ไม่เฉพาะแค่คนวัยรุ่น แต่คนสูงวัยก็หันมาช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้นแล้วด้วย

  1. แนวโน้มคนที่ซื้อของเข้าบ้าน เปลี่ยนจากคนอายุมากเป็นคนอายุน้อยลง

จากในอดีตคนที่ตัดสินใจส่วนใหญ่จะเป็นพ่อแม่ แต่ช่วงที่ต้องเก็บตัวอยู่บ้าน เมื่อครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน ลูก ๆ ก็มีส่วนในการตัดสินใจซื้อสินค้าด้วย ซึ่งนอกจากจะซื้อสินค้าเพื่อครอบครัวแล้ว ยังสั่งซื้อสินค้าให้ตนเองด้วย เพราะหันมาสนใจในการใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์การทำงาน อุปกรณ์ออกกำลังกาย ของแต่งบ้าน เครื่องครัว ไปจนถึงของสดเพื่อนำมาประกอบอาหาร ก็มีแนวโน้มว่าเป็นคนที่อายุน้อยลงกว่าในอดีตเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าเข้าบ้าน

  1. ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าผ่านการ Live มากขึ้น

ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าผ่านการ Live เป็นผลสืบเนื่องมาจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ก็ดี การล็อกดาวน์ปิดห้างสรรพสินค้าและร้านค้าทั่วไปในช่วงที่ผ่านมาก็ดี ทำให้ร้านค้าไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้ การ Live จึงกลายเป็นช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการ เช่น พ่อค้าแม่ค้า ในการเข้าถึงลูกค้าได้สะดวก รวดเร็ว ทำได้ทันที ไม่ต้องทำเว็บไซต์ ไม่ต้องถ่ายรูป ลงรูปสินค้า ไม่ต้องเขียนคำบรรยาย เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว ก็สามารถพูดขายสินค้าได้เลย และลูกค้าเองก็ชอบเพราะสนุกและได้อรรถรสของการช้อปปิ้งอีกด้วย

  1. ผู้บริโภคชอบความ Personalized

การขายสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุหรือเพศอีกต่อไป แต่จะใช้พฤติกรรม ความชอบ และความสนใจมากกว่า เพราะลูกค้าต้องการความพิเศษเฉพาะตัว ต้องการสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตัวเองจริง ๆ ดังนั้น สินค้าที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ากำหนดหรือปรับลักษณะผลิตภัณฑ์ได้ตามต้องการ หรือสร้างรูปแบบที่เฉพาะตัวได้ จะมียอดขายที่ดีมากกว่าสินค้าที่เหมือน ๆ กัน

  1. กล้าลงทุนให้กับบ้านหรือที่พักอาศัยมากขึ้น

ถือว่าเป็นเทรนด์ที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วงโควิด ตั้งแต่มีการล็อกดาวน์ที่ผ่านมาและแม้ตอนนี้ไม่ได้ล็อกดาวน์แล้ว แต่ผู้บริโภคก็ยังให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตในบ้านอยู่ เพราะหลายคนยัง Work from home หรือแม้แต่เรียนออนไลน์ก็ตาม ทำให้ผู้บริโภคมองเห็นความสำคัญของการใช้ชีวิตภายในที่พักอาศัย โดยสินค้าออนไลน์ที่สะท้อนเทรนด์นี้ อาทิ เครื่องนอน อุปกรณ์ออกกำลังกายในบ้าน เครื่องครัว รวมไปถึงของแต่งบ้าน เป็นต้น

 

กลยุทธ์รวมวาไรตี้แห่งความคุ้มค่า ตอบโจทย์นักช้อปปี ค.ศ. 2021

 

นอกจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อการเติบโตของอีคอมเมิร์ซแล้ว หากจะบอกว่า Lazada เป็นหนึ่งปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยก็คงไม่ผิด เพราะแคมเปญเลขคู่ที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งถือว่าบริษัทแม่ Alibaba ของ Lazada เป็นต้นตำรับนั้น ก็ผลักดันทำให้มูลค่าของอุตสาหกรรมนี้เติบโตเพิ่มขึ้นมาก

ล่าสุดกับแคมเปญที่กำลังจะมาถึง Lazada 6.6 Mega Mid Year Sale” ในวันที่ 6-8 มิถุนายนนี้ ทาง Lazada ก็มีกลยุทธ์เด็ดใหม่ ๆ เข้ามาเสริมทัพดึงดูดใจลูกค้ามากขึ้น โดยปรับให้เข้ากับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการจัดโปรโมชันบนความเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญกับภาวะของโรคระบาดอีกด้วย ลองมาถอดรหัสกลยุทธ์ของ Lazada 6.6 ในปีนี้กันดีกว่าว่าเป็นอย่างไร

  1. Lazada Bonus สูงสุด 3,600 บาท

Lazada Bonus สูงสุด 3,600 บาท ที่สามารถนำไปใช้เป็นโบนัสลดเพิ่มได้โดยลด 50 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบทุก ๆ 500 บาท และลด 150 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบทุก ๆ 1,500 บาท ซึ่งสามารถเก็บ Lazada Bonus ได้ตั้งแต่วันที่ 1-8 มิถุนายนเป็นต้นไป และใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 6-8 มิถุนายนนี้เท่านั้น กลยุทธ์ส่วนลด ยังคงมัดใจนักช้อปได้ในทุกครั้ง ดังนั้น เกมนี้ Lazada ยังคงหยิบมาใช้เช่นเดิม โดยเฉพาะการ Collect and Redeem ที่บรรดาขาช้อปนั้นชอบมาก และทำให้เกิดทราฟฟิกเข้ามาที่แพลตฟอร์มตั้งแต่ก่อนวันที่ 6 มิถุนายน ซึ่งไอเดียนี้ Lazada ยังคงเก็บไว้เพราะสร้างความสำเร็จให้ทุก ๆ ครั้ง

  1. คูปองส่งฟรีทั่วไทย และคูปองส่วนลดอีกมากมาย

คูปองส่งฟรีทั่วไทย กลยุทธ์ที่ดึงดูดใจนักช้อปออนไลน์ได้ดีที่สุดไอเดียหนึ่ง แค่เห็นคำว่า “ส่งฟรี” นักช้อปหลายคนก็พร้อมโอนเทใจให้ทันที กับการมอบส่วนลดค่าส่ง 30 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 3 ชิ้น หรือซื้อสินค้ามูลค่า 99 บาทขึ้นไป และยังเสริมทัพด้วยคูปองส่วนลดที่แจกแบบจัดเต็มอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคูปองส่วนลดจาก Lazada สูงสุด 666 บาท เมื่อใช้จ่ายขั้นต่ำ 6,999 บาท, คูปองส่วนลดจากร้านค้าและแบรนด์ สูงสุด 666 บาท และคูปองส่วนลด 10%  และสำหรับสายเปย์ก็เตรียมตัวฟินกับสิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์อีกมากมาย อาทิ ส่วนลดจากบัตรเครดิต CitiLazada รับส่วนลดเพิ่มมูลค่า 666 บาท

  1. Crazy Brand Mega Offer

ดีลพิเศษจากแบรนด์ดังกับโอกาสทองที่ซื้อสินค้าราคาพิเศษได้ ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน – ตี 2 ของวันที่ 6 มิถุนายนวันเดียวเท่านั้น และยังมีสินค้าดีลเด็ดที่ยกขบวนมาในราคาพิเศษพร้อมของแถมอีกมากมาย จุดนี้บอกได้เลยว่าจับจุดนักช้อปได้ตรงมากเพราะสถิติส่วนใหญ่ระบุว่า ช่วงเวลาที่ลูกค้ากดสั่งซื้อสินค้าดีที่สุดคือเที่ยงคืนถึงตีสอง

  1. คูปองส่วนลดค่าน้ำค่าไฟ

อย่างที่กล่าวว่า Lazada เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้น สิ่งพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงนี้ คือ Lazada แจกคูปองส่วนลดค่าน้ำค่าไฟ 666 บาท ในแคมเปญ Lazada 6.6 Mega Mid Year Sale วันที่ 6 มิถุนายน เวลา 10:00 น. และ 18:00 น. วันเดียวเท่านั้น โดยหากค่าน้ำ/ค่าไฟขั้นต่ำ 3,500 บาท จะได้ส่วนลด 666 บาท หากค่าน้ำ/ค่าไฟขั้นต่ำ 350 บาท จะได้ส่วนลด 66 บาท ส่วนวิธีการเก็บก็ไม่ยาก แค่เข้าแอปพลิเคชัน Lazada หา icon ‘คูปองลดเพิ่ม’ กดเข้าไป จะเห็นคูปองส่วนลดค่าน้ำค่าไฟ ก็รีบเก็บคูปองได้เลย และสามารถใช้ได้เฉพาะวันที่ 6-8 มิถุนายนนี้เท่านั้น

 

ถือเป็นการอัดแน่นไปด้วยความหลากหลายของความคุ้มค่าที่ Lazada 6.6 Mega Mid Year Sale จัดเต็มให้แก่ผู้บริโภค ในช่วงที่ทุกคนต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ของโควิด-19 ซึ่งเกิดขึ้นบนความเข้าใจใน Insight ของผู้บริโภคในยุคที่ใช้ชีวิตอยู่กับโควิดเป็นเวลาเกือบ 2 ปี โดยมีทั้งการสลับกลยุทธ์ใหม่และเก่านำมาใช้อย่างเข้าใจ ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสอย่าง Lazada จึงประสบความสำเร็จกับแคมเปญเซลจัดหนักในทุก ๆ ครั้ง และรอบนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของ Lazada เช่นกัน นักช้อปทั้งหลายเตรียมตัวช้อปไปพร้อมกับการเซลใหญ่สุดในกลางปี ‘Lazada 6.6 Mega Mid Year Sale’ ในวันที่ 6-8 มิถุนายนนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://www.lazada.co.th/66-megamidyearsale-2021

 

#Lazada66MegaMidYearSale #Lazada #LazadaTH #Lazadaมีทุกสิ่งที่ใจค้นหา


  • 7.8K
  •  
  •  
  •  
  •