103.58.148.118

Brand Move

Ξ Leave a comment

‘ซันโทรี่’ ร่วมทุน ‘เป๊ปซี่โค’ ใช้กลยุทธ์ “GROWING FOR GOOD” ชิงแชร์ตลาดนอนแอลกอฮอล์แสนล้าน

posted by  543 views

SPBT OPENING 02

บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายโอเมอร์ มาลิค กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มซันโทรี่และเป๊ปซี่โค นำโดยนายซาบุโระ โคโกะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด จำกัด และนายปริญญา กิจจาธนพันธ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอินโดจีน บริษัท เป๊ปซี่โค เซอร์วิสเซส เอเชีย จำกัด รวมพลังเปิดตัว บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SPBT อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา เตรียมบุกตลาดเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท โดยมุ่งสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรภายใต้แนวคิด “GROWING FOR GOOD” เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าชิงตำแหน่งเบอร์หนึ่งในตลาดน้ำอัดลมควบคู่การรุกขยายพอร์ตเครื่องดื่มแบบครบวงจร

นายโอเมอร์ มาลิค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า

“หลังการประกาศร่วมทุนระหว่างเป๊ปซี่โคและกลุ่มซันโทรี่เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในวันนี้เราได้ดำเนินขั้นตอนต่างๆ เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมเปิดตัว บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SPBT อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเครื่องดื่มไทยอีกครั้ง โดยการผสานพลังและศักยภาพของทั้งสองบริษัทชั้นนำระดับโลกในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการรุกขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มที่ช่วยเติมเต็มความสดชื่น เครื่องดื่มเกลือแร่ ชา-กาแฟพร้อมดื่ม น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำผลไม้ รวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต เพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย”

ทั้งนี้ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SPBT เกิดขึ้นจากการร่วมทุน (Joint Venture) ระหว่าง“ซันโทรี่” ผู้นำระดับโลกในธุรกิจเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่น และ “เป๊ปซี่โค” บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 19,680 ล้านบาท ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มให้กับเครือเป๊ปซี่โค อาทิ เครื่องดื่ม “เป๊ปซี่” “มิรินด้า” “เซเว่น-อัพ” ชาพร้อมดื่ม “ลิปตัน” เครื่องดื่มเกลือแร่ “เกเตอเรด” และเครื่องดื่ม “อควาฟิน่า” รวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มและสินค้าใหม่ๆ จากซันโทรี่ในอนาคต

ในด้านการผลิต SPBT มีฐานการผลิตเครื่องดื่ม 2 แห่ง คือ โรงงานระยอง ซึ่งมีขนาด 96 ไร่ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง และโรงงานสระบุรี บนพื้นที่ 104 ไร่ภายในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จังหวัดสระบุรี สำหรับในด้านการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า SPBT ยังคงผนึกพันธมิตรกับ “ดีเอชแอล” ผู้นำในด้านลอจิสติกส์และการบริหารคลังสินค้าระดับโลก ควบคู่ไปกับการใช้โมเดลธุรกิจแบบดิสทริบิวเตอร์เพื่อกระจายสินค้าไปยังท้องถิ่นผ่านตัวแทน 24 แห่งซึ่งสามารถเข้าถึงร้านค้าปลีก-ส่งและร้านโชว์ห่วยกว่า 470,000 แห่งทั่วประเทศ

“นับจากนี้ไป SPBT จะเดินหน้าดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบภายใต้วิสัยทัศน์ GROWING FOR GOOD เพื่อมุ่งสร้างความยั่งยืนและการเติบโตทางธุรกิจภายในประเทศไทยผ่าน 5 ภารกิจหลัก นั่นคือ 1) การลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ (Brand Building) 2) การพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและขยายตลาดให้กว้างขึ้น (Innovation and Portfolio Expansion) 3) การรุกขยายระบบการกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง (Proactive Channel Expansion) 4) การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงผู้บริโภค สังคมและสิ่งแวดล้อม (Social & Environmental Responsibility) และ 5) การพัฒนาองค์กรและศักยภาพของบุคลากร (Organizational & HR Development)”

 

“ปัจจุบัน เครื่องดื่มเป๊ปซี่ถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดน้ำดำในบรรจุภัณฑ์แบบไม่ต้องคืนขวด (ทั้งขวดพีอีทีและกระป๋อง) ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่า 45%2 และยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกปี แต่เรายังไม่หยุดเพียงแค่นี้ ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์เครื่องดื่มที่เรามี ควบคู่กับศักยภาพความพร้อมของทีมงาน ตลอดจนการสนับสนุนจากบริษัทแม่ทั้งสองแห่ง เรามั่นใจว่า SPBT จะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดน้ำอัดลมมูลค่าห้าหมื่นล้านบาท3ได้ในไม่ช้าและสร้างการเติบโตในตลาดเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ได้อย่างยั่งยืน” นายโอเมอร์ กล่าวทิ้งท้าย

PORTFOLIO 03 PORTFOLIO 02 PORTFOLIO 01

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


8 + seven =

Recent Posts

Facebook