2 CEO ‘แบงก์กรุงเทพ-CRC’ แนะ ‘ทางรอดธุรกิจ’ ในยุคโลกเปลี่ยน


สองผู้บริหารจากสององค์กรชั้นนำ ‘ชาติศิริ โสภณพณิช’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL และ ‘ญนน์ โภคทรัพย์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ได้เผยถึง ‘ทางรอดของธุรกิจ’ ในยุคโลกเปลี่ยน และต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก

การแสดงวิสัยทัศน์ครั้งนี้ เกิดขึ้นในงาน Thailand Focus 2021: Thriving in the Next Normal จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่ง ชาติศิริ โสภณพณิชกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โควิด-19  Covid ได้ส่งผลกระทบที่กว้างและลึกกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับวิกฤตการเงินในเอเชียปี 1997 และวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 ส่วนเศรษฐกิจยุคหลังโควิด-19 จะเป็นอย่างไร และภาคธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไร

เวลานี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ยังเชื่อมั่นว่า จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากสถานการณ์นี้ผ่านพ้นไป โดยความท้าทายสำคัญ คือ การฟื้นธุรกิจท่องเที่ยว การบริการ รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันให้กลับมา และกว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในตลาดโลกจะฟื้นตัวต้องใช้เวลาอีกนาน และนักท่องเที่ยวคงกลับมาในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม ซึ่งไทยไม่สามารถคาดหวังจำนวนของนักท่องเที่ยวจีนในระดับที่เคยเกิดขึ้นในอดีตไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้น อาจต้องลดน้ำหนักของการทำตลาดท่องเที่ยวแบบปกติทั่วไป (mass) หันมาสู่กลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่ม(high value) มากขึ้น

ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้า โดยเฉพาะระหว่างจีนและสหรัฐ อาจมีผลกระทบต่อการค้าเป็นระยะ สิ่งที่ต้องจับตาอีกอย่าง ก็คือ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างรถไฟความเร็วสูงจากจีนมายัง สปป. ลาว จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าใหม่ๆ ในภูมิภาค เราต้องเริ่มการปรับรูปแบบเครือข่ายการค้าระหว่างจีนและอาเซียน เพื่อช่วยให้มีโอกาสได้รับประโยชน์จากพลังอำนาจทางเศรษฐกิจของจีนมากระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นภายในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ไทยยังต้องเผชิญกับเรื่องสังคมผู้สูงอายุ Aging Society ,การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ที่จะเปลี่ยนภาพไป โดยการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV ในตลาดโลกจะแซงหน้าการผลิตรถยนต์แบบเดิมในปี 2030 ,การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ จะเป็นส่วนสำคัญสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง และนโยบายสนับสนุนประชาชนในกลุ่มที่มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โควิด-19

ประเด็นเหล่านี้นับเป็นความท้าทาย รวมถึงธุรกิจธนาคารที่ต้องพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้า เชื่อมต่อกับระบบการใช้จ่ายเงินที่ลูกค้าใช้งาน การใช้ข้อมูลเพื่อช่วยให้ธนาคารสามารถให้บริการทางการเงินที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละคนและธุรกิจเอสเอ็มอีได้

ขณะที่ ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วิกฤตโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใน 2 มิติ มิติแรกคือวิกฤตด้านสาธารณสุขที่ส่งผลแบบโดมิโนเอฟเฟคต์ไปยังภาคเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม มิติที่สองคือ ตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลอย่างรวดเร็วเป็น 10 เท่าจากเดิม ช่องว่างระหว่างผู้นำกับผู้ตามกว้างขึ้น การปรับตัวให้ทันเวลาจะเป็นตัวชี้วัดว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงแบบ K-curve นี้

ภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวเข้าสู่ยุค Next Normal โดยโฟกัสที่เทรนด์ด้านสุขภาพ และประสบการณ์เป็นหลัก ทั้งนี้ยังต้องยึดหลักการทำธุรกิจบนความเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องชุมชนและสิ่งแวดล้อม ให้คุณค่ากับจริยธรรมขององค์กร และคาดหวังให้แบรนด์เป็นผู้นำในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดี

ดังนั้นแบรนด์จะต้องวางเป้าหมายให้ชัดเจน และแสดงให้เห็นถึงความยึดมั่นต่อเป้าหมาย โดยไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด แบรนด์ก็ยังต้องเน้นการให้คุณค่าและการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึก อย่างในสถานการณ์ขณะนี้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในเรื่องการจับจ่ายมากขึ้น แต่ก็ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ ผู้บริโภคยินดีใช้จ่ายในด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยมากขึ้น พร้อมทั้งมองหาประสบการณ์ที่จะช่วยเชื่อมต่อโลกเสมือนจริงกับโลกที่เป็นอยู่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

สุดท้าย ซีอีโอ CRC บอกว่า เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปสู่สิ่งที่เคยเป็นได้ ต้องมองไปข้างหน้า และปรับเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจ เพื่อจะอยู่ร่วมกับโควิด-19 ไปอีกนาน การใช้ชีวิตแบบ 10X DNA จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม และกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จที่มากขึ้นและยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย

D-Daring (กล้าที่จะลอง) N-Never Stop (ไม่หยุดยั้ง) และ A-Agile (ยืดหยุ่น ปรับตัวเร็ว) เราต้องกล้าคิดการใหญ่ แต่ทำให้ใหญ่กว่าที่คิด ต้องยอมรับข้อผิดพลาดและพร้อมแก้ไขทันที ต้องไม่หยุดพัฒนา ไม่เดินหน้าเพียงคนเดียวต้องจับมือก้าวไปพร้อมกัน และนี่คือเวลาของการเริ่มต้นใหม่ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในยุคที่จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป (Never-normal World)