• Home
    • News
    • Ad Campaign
    • Media & Advertising
    • Insight
    • Exclusive
    • Startups & SME
    • Digital Life
  • Jobs
    • Jobs List
    • Jobs Package
    • วิธีลงประกาศ
    • วิธีสมัคร company package
    • วิธีชำระ
    • Help
  • facebook.com
  • youtube.com
  • x.com
  • line.me
  • instagram.com
  • tiktok.com
  • rss
Marketing Oops!

Marketing Oops!

Digital | Creative | Advertising | Campaign | Strategy
Marketing Oops!
  • News
    • Viral update
    • Biz & Marketing
    • Brand Movement
    • Agency
    • eCommerce
    • CSR
    • Seminar and Event
    • Jobs update
    • PR News
  • Creative Ad
    • Thai Ad
    • Global Ad
    • Video Ad
    • Campaign Case
    • Design
    • Award
  • Media
    • Traditional media
    • Digital media
    • Social media
    • Mobile
  • Insight
    • Industry Insight
    • Media insight
    • Consumer insight
    • Mobile insight
    • Fast fact
    • Research
    • Stat/Top rank
    • Infographic
  • Exclusive
    • Insider
    • Trending
    • Campaign Case
    • Business case
    • Interview
    • Opinion
    • Career
    • Marketing How To
  • Startups & SME
    • Startups
    • Marketing for SME
    • Inspiration
  • Digital Life
  • Podcast
    • China Market Insights
    • Influencer Marketing
    • MarTech
    • Brand Life
    • The Untold Insights
    • Oops! Unbox Idea
    • When Brand Chemistry Clicks
Design

เมื่อ MSN คัมแบ๊ค! ย้อนดูเส้นทางโลโก้ตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมแนวคิดเบื้องหลัง Design ผีเสื้อหลากสี

November 17, 2024 Smart
245
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หลังจากหายหน้าไป 3 ปี ใครที่กำลังคิดถึง MSN กับโลโก้ผีเสื้อหลากสีที่คุ้นเคย ล่าสุดโลโก้นี้กลับมาในลุคใหม่สดใสกว่าเดิมอีกครั้ง โดย MSN จะเป็นแบรนด์ที่กลับมาแทนที่บริการข่าวสาร Microsoft Start ที่เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2021 อย่างไรก็ตามการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับโปรแกรม chat อย่าง MSN Messenger แต่อย่างใด

ใครที่ใช้งานเบราเซอร์ Edge จะเริ่มเห็นโลโก้ MSN ใหม่โผล่มาแทนที่โลโก้แบรนด์ Microsoft Start ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว เพราะหากเข้าสู่เว็บไซต์ Microsoft Start เดิมที่ให้บริการผ่าน MicrosoftStart.com ก็จะพบว่า URL จะถูก redirect สู่ www.msn.com แทน เช่นเดียวกับหน้าเพจเวลาเปิด New Tab ใน Edge ก็จะโชว์หน้าเว็บที่มีโลโก้ MSN นี้เช่นเดียวกัน

โฆษกของ Microsoft เปิดเผยกับสื่ออย่าง Windows Central ถึงเหตุผลของการรีแบรนด์ Microsoft Start สู่ MSN อีกครั้งด้วยเหตุผลว่า

“เราทบทวนข้อเสนอต่างๆที่มีให้ลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อ ให้มั่นใจว่าเรามอบคุณค่าสูงสุดแก่ลูกค้า ซึ่งจากการทบทวนในครั้งนี้ เราจึงตัดสินใจรวมบริการคอนเทนต์ทั้งหมดไว้ภายใต้แบรนด์ MSN เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายขึ้น และความเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่มีผลกระทบต่อฟังก์ชันการใช้งานใดๆ”

สำหรับแบรนด์ Microsoft Start (ที่ไม่ได้เกี่ยวกับปุ่ม Start บนแถบ Taskbar แต่อย่างใด) เป็นบริการที่ Microsoft เริ่มทำตั้งแต่ปี 2021 เพื่อให้บริการด้านคอนเทนต์ข่าวสารรูปแบบต่างๆ ในขณะที่ MSN.com เดิมก็ยังไม่ได้เลิกให้บริการ เพียงแต่ถ้าคลิกเข้าไปอ่านข่าวเราจะถูก redirect ไปสู่ MicrosoftStart.com โดยอัตโนมัติ แต่ปัจจุบันบริการนี้จะถูก redirect กลับสู่ MSN.com แทนทั้งหมดแล้ว

วิวัฒนาการโลโก้ MSN

สิ่งที่น่าสนใจในความเปลี่ยนแปลงนี้ก็คือดีไซต์ของโลโก้ที่มีแนวคิดเบื้องหลังน่าสนใจ แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นต้องเล่าถึงความเป็นมาของโลโก้ MSN นี้ก่อนเพราะกว่าจะมาเป็นโลโก้ MSN ที่มีผีเสื้อสยายปีกสีสดใสนี้ มันได้ผ่านการ redesign มาแล้วหลายครั้งก่อนจะมาค้นพบเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆก็ในช่วงปี 2000

MSN ที่เรารู้จักคือชื่อย่อของบริการที่มีชื่อว่า The Microsoft Network ที่ออกมาพร้อมกับ Window 95 เป็นบริการ Web Portal รวบรวมข่าวสารจากเว็บไซต์ต่างๆมาไว้ในที่เดียว รวมไปถึงบริการทางอินเตอร์เน็ตและแอปสำหรับ Window และ mobile device ต่างๆ

สำหรับโลโก้เวอร์ชั่นแรกสุด Microsoft ก็สื่อสารคำนี้ออกมาตรงๆ ในปี 1994 Microsoft ออกแบบโลโก้นี้ด้วยคำสองบรรทัด ใช้ฟอนต์ serif สไตล์แบบ pixel สีดำบนพื้นหลังสีขาว โดยบรรทัดบนจะใช้ขนาดเล็กกว่าบรรทัดล่าง อย่างไรก็ตามโลโก้นี้ Microsoft ใช้อยู่ไม่ถึง 1 ปี

ถัดมาในปี 1995 มีการนำตัวย่อ MSN มาใช้เป็นครั้งแรกโดยจะใช้อักษรตัวเล็กทั้งหมดในขณะที่ตัว “N” เป็นตัวหนาสีแดงส่วน M กับ S จะเป็นอักษรสีดำแบบบาง สำหรับโลโก้เวอร์ชั่นนี้Microsoft ก็ใช้อยู่ไม่ถึงปีเช่นกันก่อนจะเปลี่ยนโลโก้ใหม่อีกในปี 1996

Visual Identity ของ MSN ถูกเปลี่ยนใหม่อีกครั้งด้วย “พื้นหลังสีดำ” พร้อมกับเรียงตัวอักษรใหม่เป็นแนวดิ่ง และเพิ่มวงกลมสีเหลืองเข้าไปที่มุมซ้ายล่าง และตัวอักษร M และ S กลับมาใช้อักษรตัวใหญ่อีกครั้ง โลโก้นี้ใช้ตั้งแต่ปี 1996 – 1998

ในปี 1998 Microsoft ปรับดีไซน์โลโก้ใหม่อีกแล้ว โดยกลับมาใช้ตัวอักษรแนวนอนอีกครั้ง คราวนี้วางบนพื้นหลังวงกลมสีแดง มีเงาสะท้อนสีแดงที่ตัว “N” กับกับ tagline คำว่า Microsoft สีแดงวางไว้ด้านล่างของโลโก้

จุดกำเนิดผีเสื้อหลากสีในตำนาน

โลโก้ตัวอักษร MSN ที่มาพร้อมกับผีเสื้อหลากสี สัญลักษณ์ที่เป็นไอค่อนที่คนจำได้มาจนถึงทุกวันนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี 2000 และเวอร์ชั่นนี้ Microsoft ใช้นานถึง 10 ปี นับเป็นโลโก้ที่คนจดจำได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกๆเวอร์ชั่น โดยเฉพาะจุดเด่นที่สุดก็คือ “ผีเสื้อ” โปร่งแสง สีน้ำเงิน สีเขียว แดง และเหลือง ถูกวางไว้บริเวณด้านขวาบนของอักษร MSN เป็นครั้งแรกด้วย

credit ภาพ 1000Logos

โลโก้เวอร์ชั่นนี้ถูก redesign ไปอีกหลายรูปแบบแต่ยังคง Identity อย่าง “ผีเสื้อ” เอาไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นในปี 2009 ที่ผีเสื้อถูกทำให้มีความ modern มากขึ้นส่วนตัวอักษร MSN เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีเทา เวอร์ชั่นนี้นักออกแบบตั้งใจที่จะทำให้ MSN ดูแล้วมีความเป็น profesional และ serious มากขึ้นกว่าเดิม

ถัดมาในปี 2014 โลโก้ก็ถูก simplify ใหม่ให้มีความ minimal และทันสมัยขึ้น ย้ายผีเสื้อมาไว้ทางด้านซ้าย และหันมาใช้สีแบบ monochrome ที่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนและนำไปใส่กับพื้นหลังสีอื่นๆได้ง่ายขึ้น เวอร์ชั่นนี้ใช้มาจนถึงปี 2024 และมการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยในปี 2022 เท่านั้น

MSN คัมแบ๊คพร้อมโลโก้ใหม่สดใสกว่าเดิม

การเปลี่ยนแลงครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง เมื่อ MSN กลับมาอีกครั้งแทนที่ Microsoft Start โดยในครั้งนี้โลโก้ในปี 2022 ถูกนำมา redesign ใหม่และมีความเปลี่ยนแปลงมากกว่าในปี 2022 โดยผีเสื้อถูกดีไซน์ให้มีสีรุ้งไล่ gradient ไม่เหมือนกับผีเสื้อในโลโก้ในปี 2000 ที่จะเป็นปีกโปร่งแสงที่ทับซ้อนกันอยู่ นอกจากนี้อีกเรื่องที่เปลี่ยนไปก็คือ “ปีก” ผีเสื้อที่กว้างขึ้นและดูน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม

แนวคิดเบื้องหลังโลโก้ใหม่ MSN

กลับมาที่เรื่องแนวคิดการดีไซน์โลโก้ใหม่ของ MSN เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานความคลาสสิกและความทันสมัยเข้าด้วยกันก็ว่าได้ โดยใช้ประโยชน์จากความรู้สึก Nostalgia ของคนที่มีถึงยุค Y2K เพื่อสร้างการเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน โดยดีไซน์ใหม่ยังคงรูปทรงผีเสื้อ แต่ปรับให้ดูเรียบง่ายและทันสมัยมากขึ้น

สำหรับแนวคิดของโลโก้ที่มีผีเสื้อมารวมอยู่ด้วยตั้งแต่ปี 2000 นั้นมีเหตุผลเพราะ Microsoft ต้องการใช้ผีเสื้อสื่อถึง “อิสรภาพ” และ “การเชื่อมต่อ” เพราะในยุคแรกของอินเตอร์เน็ต MSN เป็นเหมือนประตูสู่โลกออนไลน์ที่ไร้ขอบเขต ปีกของผีเสื้อจึงสื่อถึง “อิสรภาพในการเข้าถึงข้อมูล” และ “การเชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลก” ด้วย นอกจากนี้ผีเสื้อยังสื่อได้ถึง “การเปลี่ยนแปลงและการเติบโต” เพราะผีเสื้อเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับ MSN ที่มีการพัฒนาและปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนไปด้วย

สำหรับโลโก้ใหม่เป็นการผสมผสานองค์ประกอบจากยุคต่างๆเข้าไว้ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นวิธีการ “ไล่ระดับสี” ที่ชวนให้นึกถึงดีไซน์ของโลโก้ที่คนจำได้มากที่สุดในปี 2000 แต่ปรับให้ดูทันสมัยขึ้น นอกจากนี้การกลับมาใช้สีสันสดใสก็เป็นการดึงเอาเอกลักษณ์ของยุค Y2K ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอีกครั้งในเวลานี้มาดึงดูดความสนใจและสร้างความรู้สึกสนุกสนานให้เกิดขึ้น

และที่แน่นอนที่สุดก็คือดีไซน์ใหม่ยังสอดคล้องกับหลักการออกแบบของ Microsoft ในปัจจุบัน ซึ่งเน้นความ “เรียบง่าย””สะอาดตา” และ “นำไปใช้งานได้ง่าย” ไปพร้อมๆกัน

การใช้ประโยชน์จากการกระตุ้น Nostalgia ของผู้คนให้คิดถึงยุค Y2K นับเป็นกลยุทธ์การออกแบบที่ดี เพราะ Notalgia เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง โลโก้ MSN ใหม่ใช้ประโยชน์จากความรู้สึกคิดถึงยุค Y2K เพื่อกระตุ้นอารมณ์ด้านนี้ออกมา แต่ในอีกทางหนึ่งก็ใช้วิธีการออกแบบที่ดึงดูดผู้ใช้รุ่นใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสกับ MSN มาก่อนด้วยความสะดุดตาและทันสมัยนั่นเอง

ที่มา inkbotdesign, 1000Logos


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Related posts:

ความสำคัญในการใช้ “สี” เพื่อดีไซน์โลโก้ในอุตฯ ต่างๆ รวม 20 โลโก้สวยๆ สไตล์ Typography Design รวม 15 แบรนด์ ที่เปลี่ยนโลโก้ในปี 2016 จะเป็นยังไง เมื่อโลโก้แบรนด์ดัง พร้อมใจกันลดน้ำหนัก 5 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อต้องการดีไซน์โลโก้ กว่าจะเป็นโลโก้ที่เราเห็นจนชินตา เวอร์ชั่นแรกหน้าตาอย่างไร?
  • TAGS
  • butterfly
  • Design
  • Logo
  • MSN
  • redesign
  • ดีไซน์
  • เอ็มเอสเอ็น
  • โลโก้ MSN
Smart

LATEST STORIES

ครั้งแรกในไทย โยเกิร์ตพร้อมดื่ม ‘ดูแลกระเพาะ’ จริงจัง! ถอดรหัส Dutch Mill Will เมื่อ No.1 ไทยแลนด์ จับมือ No.1 เกาหลี

February 10, 2026

‘เลิกขายของขวัญ เริ่มขายความทรงจำ’ พลิกเกมสร้างแคมเปญ Valentines ด้วย 5 กลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้ติดใจลูกค้านานกว่า 1 วัน

February 10, 2026

McDonald’s เนเธอร์แลนด์ กับแคมเปญเตือนภัยรหัสผ่านอ่อนแอ ดึง 4 เมนูฮอตช่วยสังคม

February 9, 2026

X ประกาศผลการประกวดโฆษณา AI ด้วย Grok Imagine รางวัลใหญ่ 1 ล้านเหรียญ

February 9, 2026

Pokémon ฉลอง 30 ปี กระหึ่มแคมเปญระดับโลกนำทีมโดย Lady Gaga และ จีซู BLACKPINK

February 9, 2026

“Pawtective Siren” เมื่อพวกเขาสื่อสารไม่ได้ แต่เสียงไซเรน จะช่วยชีวิตพวกเขาได้ แคมเปญช่วยสุนัขจร น่าชื่นชมจากอินโดนีเซีย  

February 9, 2026
Thailand Tourism Industry

ทางรอด ‘ท่องเที่ยวไทย ปี 2569’ ในวันที่ยังไม่ฟื้นเท่าก่อนโควิด และนักท่องเที่ยวจีนไม่มาไทย! จะโตได้ต้องโฟกัส ‘คุณภาพ-มูลค่า’ มากกว่าปริมาณ

February 9, 2026
VIEW MORE

MarketingOops!JOBS

View More

TRENDING STORIES

Samsung CES 2026 AI Companion and AI Living

ซัมซุง เดิมพันเกม AI ที่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่ต้องเป็น “เพื่อนคู่คิด” ที่ทุกอุปกรณ์ในบ้านโต้ตอบกันได้จริง

January 22, 2026
6,415

ทีทีบี เสริมแกร่ง SME ยุคดิจิทัล ยกระดับ 5 ฟีเจอร์แอป “ttb smart shop” พร้อม “ปังปัง” ผู้ช่วยธุรกิจแสนฉลาด

January 23, 2026
1,788

“LINE Ads” ส่งโซลูชัน Full-funnel Marketing พาแบรนด์ชนะเกม “Double Digit Day 2026” ดันยอดขายโตในยุคแห่งความท้าทาย

January 26, 2026
1,585

หมดยุคนั่งคิดคีย์เวิร์ด! Google Trends พลิกโฉม Trends Explore ใหม่ ดึง Gemini มาช่วย คิด-แนะนำ-เปรียบเทียบ อัตโนมัติ  

January 26, 2026
1,429

รู้จัก Lopia Japan ซูเปอร์มาร์เก็ตสายเนื้อจากญี่ปุ่น ปักหมุดในไทย สาขาแรกที่เซ็นทรัล แจ้งฯ แห่งแรกในอาเซียน 

January 30, 2026
1,386

ทำไม Financial Times มองไทยเป็น Sick Man of Asia ?

February 4, 2026
926

เมื่อ Canva ไม่ได้อยู่แค่บนหน้าจอ แต่โผล่มาอยู่กลาง Bangkok Design Week พร้อมสนับสนุนและยกระดับงานดีไซน์ ตั้งแต่วันนี้

February 2, 2026
815
VIEW MORE

BUSINESS CASE

รู้จัก 5 บริษัทเสาหลักแห่ง Greenland กับวิถีการทำธุรกิจสุดโหดในดินแดนอาร์กติก

February 1, 2026

ตำนาน ‘จระเข้’ แห่งความพ่ายแพ้ และการยอมสละ Logo ของ Lacoste บทเรียนการสร้างแบรนด์อายุ 90 ปี เมื่อ “ตัวตน” มาก่อน “สินค้า” และชัยชนะที่ขายผ่านเรื่องราว

January 31, 2026

เสียไป 50 ล้านดอลลาร์เพื่อเปลี่ยนโลก: กลยุทธ์สุดระห่ำของ Sephora ที่คู่แข่งต้องยอมแพ้ และก้าวสู่ธุรกิจยักษ์ใหญ่ของวงการบิวตี้

January 28, 2026

ทำไม Kodak ฆ่าไม่ตาย? แซง Canon คว้าอันดับ 1 ส่วนแบ่งตลาดกล้อง Compact ในญี่ปุ่น

January 23, 2026
Samsung CES 2026 AI Companion and AI Living

ซัมซุง เดิมพันเกม AI ที่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่ต้องเป็น “เพื่อนคู่คิด” ที่ทุกอุปกรณ์ในบ้านโต้ตอบกันได้จริง

January 22, 2026
View More

PR NEWS

FWD ประกันชีวิต จับมือ SCB เชื่อมต่อบริการ FWD Omne เข้ากับแอป SCB EASY ครั้งแรกของ Digital Ecosystem ยกระดับประสบการณ์ดูแลกรมธรรม์ให้ “ง่าย ครบ จบในที่เดียว”

February 10, 2026

“นี่คือแสงสว่างแห่งการปลุกพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวคุณ โอกาสที่ต้องคว้าไว้” Spark Thai Festivals: Local to Global ฟรี! Online Class “The Art of Influencing ปลุกพลังการเล่าเรื่องท้องถิ่นไทยให้โลกอิน” ต่อยอดสู่การประกวด “Influencer Competition” เวทีระดับประเทศ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช่จาก 5 ภูมิภาคทั่วไทย

February 10, 2026

Estée Lauder เปิดตัวรองพื้นสูตรใหม่“Double Wear Stay-in-Place Makeup SPF10/PA++” ชูฮีโร่โปรดักส์รองพื้นขายดีที่สุด

February 9, 2026

NEXTOPIA ร่วมกับเขตปทุมวัน ชวนคู่รักจดทะเบียนสมรส 14 ก.พ.นี้ รับวาเลนไทน์ – ตรุษจีน ไปกับ “Lucky in Love, Lucky in Green”

February 7, 2026

บอกรักผ่านกุหลาบกับ “Evening Glow” กลิ่นหอมของกุหลาบยามเย็นจาก TAMBURINS

February 7, 2026
View More
Marketing Oops! Facebook
  • facebook.com
  • youtube.com
  • x.com
  • line.me
  • instagram.com
  • tiktok.com
  • rss

MARKETING OOPS!

Advertise with us   |   Contact Us

MarketingOops.com was launched in Nov 2008, The number 1 leading digital media and advertising 's publisher in Thailand, to report on an emerging media and digital marketing industry.
The web site covers digital marketing, trends advertising, campaign creative ideas, media, mobile and technology.

Our Partners

Marketing Oops! | © Copyright All right reserved | Discliamer & Policy
Top
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรายอมรับเรียนรู้เพิ่มเติม