เปิดมุมมอง ‘พิมพ์พิชา อุตสาหจิต’ แห่งขายหัวเราะ กับการยกระดับวงการ ‘คาแรกเตอร์ไทย’ สู่ POP Stars และ Soft Power ที่สร้างมูลค่าให้ Creative Economy

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Character-Fest-Thailand-2026

หากย้อนกลับไปในอดีตเมื่อพูดถึง คาแรกเตอร์ไทย” มักถูกวางไว้เป็นเพียงตัวประกอบของสินค้า ภาพวาดประกอบ หรือเป็นมาสคอตในแคมเปญ หรือเป็นตัวแทนสื่อสารแบรนด์เฉพาะเวลามีอีเวนต์เป็นครั้งคราว เพื่อเพิ่มสีสันให้แบรนด์มากกว่าจะถูกมองว่าเป็น Superstar หรือ Popstar ได้เช่นเดียวกันศิลปินดารา และมีมูลค่าทางธุรกิจสูง

แต่หลังเกิดปรากฏการณ์ “น้องเนย” หมีน้อยสุดคิ้วท์วัย 3 ขวบจากแบรนด์ Butterbear ได้พลิกโฉมวงการคาแรกเตอร์ไทยให้ถูกมองในมุมใหม่ และยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ “คาแรกเตอร์ไทย” เป็นที่จับตามองในตลาดโลก อีกทั้งยังทำให้แจ้งเกิดคาแรกเตอร์ไทยใหม่ๆ จากผู้สร้างสรรค์คนไทยตามมาอีกมากมาย และที่สำคัญสามารถยกระดับไปสู่การเป็น “Character IP” ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ

บทความนี้จะพาไปเปิดมุมมอง “คุณพิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทวิธิตากรุ๊ปหนึ่งในบริษัทที่ขับเคลื่อนวงการคาแรกเตอร์ไทยผ่านผลงานระดับตำนานอย่าง “การ์ตูนขายหัวเราะ” และการจัดงาน “Character Fest Thailand 2026” ตลอดจนผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ให้กับแบรนด์ชั้นนำในไทย

Character Fest Thailand 2026

 

จาก “ตัวประกอบ” สู่ “Character IP 

จากเดิมที่คาแรกเตอร์จำนวนมากอาจถูกมองเป็นเพียงงานวาด ภาพประกอบ หรือมาสคอตที่ช่วยสื่อสาร สร้างการรับรู้และการจดจำให้แบรนด์ แต่วันนี้คาแรกเตอร์ไทยเริ่มถูกมองในมิติที่ลึกขึ้น นั่นคือ การเป็น “Character IP” ที่สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจ สร้างแฟนด้อม และกลายเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

คุณพิมพ์พิชา เล่าว่า ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ ที่ผ่านมา “ขายหัวเราะ” เติบโตมาพร้อมกับการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ การ์ตูน และนักวาดไทยหลายรุ่น จึงได้เห็นพัฒนาการ ของวงการอย่างต่อเนื่อง จากวันที่คาแรกเตอร์เป็นเพียงผลงานสร้งสรรค์บนหน้ากระดาษ มาสู่วันที่ Character IP สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจ สร้างชุมชนของผู้ติดตาม และ กลายเป็นทรัพย์สิน ทางปัญญาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบันอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ (Licensing) ทั่วโลกมีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่ม Character และ Entertainment ยังคงเป็นหนึ่งในหมวดธุรกิจที่มีสัดส่วนสูงที่สุด ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็มีผู้สร้าง Character IP รุ่นใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากนักวาดอิสระ สตูดิโอสร้างสรรค์ ไปจนถึงครีเอเตอร์ที่สามารถต่อยอดผลงาน ของตัวเองสู่การร่วมงานกับแบรนด์ การผลิตสินค้า และการสร้างคอมมูนิตี้ของแฟนคลับ สะท้อนให้เห็นว่าคาแรกเตอร์ กำลังเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญ ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย

Character Fest Thailand 2026

วิธิตากรุ๊ปยู่ในธุรกิจคาแรกเตอร์มาตั้งแต่ขายหัวเราะ ยาวนานครึ่งศตวรรษ ทำให้เราเห็นพัฒนาการของธุรกิจคาแรกเตอร์ไทยมาโดยตตลอด ก่อนหน้านี้เราเห็นว่าไม่ได้มีพื้นที่ให้กับคาแรกเตอร์ในการเฉิดฉาย และคาแรกเตอร์ถูกวางบทบาทเหมือนตัวประกอบ หรือแขกรับเชิญมากกว่า

แต่วันนี้อุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ไม่ได้แข่งขันกันที่การขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันที่ การสร้างเรื่องราว การสร้างแฟนด้อม และการทำให้คาแรกเตอร์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน เพราะสิ่งเหล่านี้ คือรากฐานของการต่อยอด ไปสู่ธุรกิจ Licensing, Merchandise, Collaboration และประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ

สิ่งที่เราเห็นในหลายประเทศ คือ เทศกาล Pop Culture ไม่ได้เป็นเพียงงานสำหรับแฟนคลับ แต่เป็นเวทีที่ทำให้ผู้สร้าง เจ้าของ IP แบรนด์ นักลงทุน และผู้บริโภค ได้มาพบกันเกิดการแลกเปลี่ยนไอเดีย เกิดความร่วมมือ และเปิดโอกาส ทางธุรกิจใหม่ ๆ เราเชื่อว่าประเทศไทยก็มีศักยภาพ ไม่แพ้กัน เพียงแต่ยังขาดพื้นที่กลางที่เชื่อมทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน”

Ms. Pimpicha Utsahajit, Executive Director of Vithita Group
คุณพิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทวิธิตากรุ๊ป

 

“อารมณ์ขัน น่ารักแบบไทยๆ เป็นมิตรเข้าถึงง่าย” เสน่ห์คาแรกเตอร์ไทย

ในอดีตเมื่อพูดถึงคาแรกเตอร์ คนส่วนใหญ่ทั่วโลกมักนึกถึงคาแรกเตอร์ดังจากญี่ปุ่น เช่น คาแรกเตอร์จากมังงะต่างๆ, คาแรกเตอร์จากเกาหลี รวมไปถึงคาแรกเตอร์จากฝั่งตะวันตก เช่น คาแรกเตอร์ต่างๆ ของดิสนีย์ ขณะที่ประเทศไทย ไม่ได้เป็นชื่อแรกๆ ที่คนนึกถึง

แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ “คาแรกเตอร์ไทย” เติบโตมากขึ้น และเป็นที่จับตามองในระดับสากล ประกอบกับมีทั้งออกอีเวนต์ หรือกิจกรรม แฟนคลับคาแรกเตอร์ต่างถ่ายวิดีโอ-ภาพถ่ายเก็บโมเมนต์แห่งความน่ารักและความสุขลงโซเชียลมีเดีย จนเกิดการแชร์กัน

นอกจากแฟนคลับ หรือแฟนด้อมชาวไทยแล้ว ความน่ารักและสนุกสนานของคาแรกเตอร์ไทยยังตกชาวต่างชาติให้เข้ามาเป็นแฟนคลับด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันคาแรกเตอร์ไทยยังได้บุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น เช่น น้องหมีเนย, เหล่าคาแรกเตอร์จาก GMM TV ทำให้ช่วยขยายฐานแฟนคลับชาวต่างชาติ

คุณพิมพ์พิชา มองว่าคาแรกเตอร์ไทยมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนชาติอื่น คือ มีอารมณ์ขัน ทะเล้น มีความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนชาติอื่น มีความน่ารักแบบไทยๆ และมีความเป็นมิตร

“อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย มีเสน่ห์ไม่เหมือนชาติอื่น อาจเป็นเพราะชาติเรา เป็นชาติที่มี อารมณ์ขัน’ ูง และเป็นประเทศที่คนมีความคิดสร้างสรรค์สูง เป็นสิ่งที่อยู่ใน DNA ของคนไทยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นคาแรกเตอร์ ด้วยความเป็นคนไทย เผ่าพันธุ์แบบคนไทย มีอารมณ์ขันแบบไทย มีความทะเล้นเฉพาะตัว และมีความ Friendly ทำให้เข้าถึงง่าย ซึ่งความเข้าถึงง่ายเป็นปัจจัยสำคัญกับแฟนด้อม

“คาแรกเตอร์จะเติบโตได้ แฟนด้อมต้องรักเขาก่อน หัวใจสำคัญที่จะทำให้แฟนด้อมรักคาแรกเตอร์ คือ ทำให้แฟนด้อมได้มีส่วนร่วมในเส้นทางของการเติบโตต่างๆ และโมเมนต์ต่างๆ ของคาแรกเตอร์  นี่เป็นจุดที่คาแรกเตอร์ไทยได้เปรียบต่างชาติ”

Character Fest Thailand 2026

 

จาก การ์ตูนเล่มสู่ จักรวาลคาแรกเตอร์ขายหัวเราะต่อยอดความผูกพัน 50 ปีให้เป็น Character IP

อีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากงานสร้างสรรค์สู่ Character IP คือ “ขายหัวเราะ” การ์ตูนอารมณ์ขันของไทยที่เติบโตมากับผู้อ่านหลายยุคหลายสมัย และมีคลังคาแรกเตอร์จำนวนมากที่ผู้คนจดจำได้ เช่น บก.วิติ๊ด, หนูหิ่น, ปังปอนด์, ไก่ย่างวัลลภ ไปจนถึงคาแรกเตอร์ที่ไม่มีชื่อ แต่คนจำได้อย่างคนติดเกาะ, โจรมุมตึก หรือคาแรกเตอร์จากวรรณคดีที่ขายหัวเราะนำมาเล่นจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

คุณพิมพ์พิชา บอกว่า จุดเริ่มต้นของขายหัวเราะไม่ได้เริ่มต้นมาจาก Character Business แต่เป็นการ์ตูนเล่มที่คุณพ่อ (คุณวิธิต อุตสาหจิต) ทำแล้วได้รับความนิยม จึงต่อยอดเอาการ์ตูนมาทำคาแรกเตอร์ ซึ่งคาแรกเตอร์จากขายหัวเราะมี Story Background และแฟนๆ ชาวไทยรู้สึกผูกพัน

อย่างไรก็ตามความท้าทาย คือ คาแรกเตอร์ของขายหัวเราะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวางบนสินค้า หรือทำ Merchandise ตั้งแต่แรก ทำให้เมื่อนำไปต่อยอดเป็นคาแรกเตอร์วางบน Merchandise เช่น เสื้อ หรือสินค้าต่างๆ อาจต้องปรับสัดส่วนการออกแบบขนาดคาแรกเตอร์และสีให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง

“การต่อยอดคาแรกเตอร์ให้ไปอยู่บนสินค้าได้อย่างไม่ขัดเขิน ต้องมี ศาสตร์ของ Character Business’ และการทำ ‘Character Bible’ เพื่อกำหนด Persona ให้กับคาแรกเตอร์ ทั้งบุคลิก นิสัย สิ่งที่คาแรกเตอร์ทำได้หรือทำไม่ได้ รวมถึงขอบเขตการใช้งาน เพื่อไม่ให้แบรนด์ดิ้งของคาแรกเตอร์เสียทิศทาง ซึ่งบริษัทวิธิตา แอนิเมชั่น เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบคาแรกเตอร์ให้กับแบรนด์ มีการเอาความรู้ Know how ต่างๆ จากที่เราพัฒนาจากขายหัวเราะ มาทำให้กับคาแรกเตอร์ต่างๆ ของแบรนด์ด้วย” 

Character Fest Thailand 2026

ขณะเดียวกัน ขายหัวเราะยังเติมคาแรกเตอร์ใหม่เข้ามาในจักรวาล เช่น “น้องฮือฮา” ที่สร้างขึ้นเพื่อตอบรับ Insight ของกลุ่มคนทำงานโดยเฉพาะ

การสร้างคาแรกเตอร์ใหม่ เนื่องจากพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคยุคนี้แตกต่างและซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นคาแรกเตอร์ 1 ตัว จึงไม่สามารถเชื่อมโยงกับคนทุกกลุ่ม แนวทางการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ยุคนี้จึงต้องสร้างคาแรกเตอร์เฉพาะกลุ่มมากขึ้น

ทุกคนมีความ Niche อย่างคาแรกเตอร์ต้องมีความ Niche เช่น คาแรกเตอร์ที่รองรับกลุ่มที่ชอบอะไรสักอย่าง เป็นทั้ง Challenge และโอกาสใหม่ที่ทำให้วงการคาแรกเตอร์มีสีสัน เราสามารถมีคาแรกเตอร์ร้อยตัวที่ไม่ทับไลน์กัน

ถึงวันนี้ “ขายหัวเราะ” ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับการเป็นหนังสือการ์ตูนอีกต่อไป แต่ได้นำคลังคาแรกเตอร์ Diversify ไปสู่หลายรูปแบบ เช่น คาแรกเตอร์ขายหัวเราะทำ Collaboration, แคมเปญการตลาด, สินค้า รวมไปถึงการสร้างอีเวนต์ขึ้นมา ซึ่งเป็นการใช้คาแรกเตอร์ที่คนไทยคุ้นเคยเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์ หน่วยงาน พาร์ทเนอร์ และผู้คน

ตอนนี้เราไม่ได้นิยามตัวเองว่าเป็น การ์ตูนเล่มแล้ว แต่เรานิยามตัวเองเป็น แบรนด์การ์ตูนอารมณ์ขันของคนไทยเพราะฉะนั้นความเป็นแบรนด์สามารถอยู่ได้ทุกที่ อยู่ได้ทุกสื่อ และไปได้ทุกอุตสาหกรรม

Character Fest Thailand 2026

 

Character Fest Thailand 2026” ผลักดันคาแรกเตอร์ไทยให้เดบิวต์เป็น POP Stars  

เมื่อพัฒนาการของอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ก้าวสู่การเป็น Character IP และเป็น Pop Culture ดังนั้นเพื่อร่วมยกระดับวงการคาแรกเตอร์ไทย วิธิตากรุ๊ป ได้จับมือเซ็นทรัลเวิลด์ จัดงาน Character Fest Thailand 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

หลังจากประสบความสำเร็จในปี 2025 มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 600,000 คน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ที่เด่นชัดถึงกระแสความนิยม และความสนใจของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ที่มีต่อคาแรกเตอร์ไทย สู่การเป็นเทศกาลที่สะท้อนการเติบโตของวงการคาแรกเตอร์ไทย

ปีนี้มาในธีม “Pop Star Party” เปิดเวทีที่เหล่าคาแรกเตอร์ไทย มาเดบิวต์ในฐานะ POP Stars ดวงใหม่ของประเทศไทยที่มี Persona และเรื่องราวเฉพาะตัว และต้องการให้งานนี้เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ Creator, Character, Community และภาคธุรกิจ ได้มาสร้างความร่วมมือ บนระบบนิเวศเดียวกัน

“ถ้าเรามี T-Pop หรือ Idol คนไทยที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ เรามองว่าคาแรกเตอร์ไทยตอนนี้ก็เป็น Pop Stars ได้เช่นกัน งานในปีนี้จึงอยากให้ทุกคนได้เห็นมิติใหม่ๆ และศักยภาพใหม่ๆ ของคาแรกเตอร์ไทย”  

Character Fest Thailand 2026 รวบรวมเหล่า Pop Stars คาแรกเตอร์ไทย และคาแรกเตอร์ขวัญใจมหาชน ไว้ในงานเดียว ทุกพื้นที่ภายในงานจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเวทีแห่ง Pop Culture ที่เปิดพื้นที่ให้คาแรกเตอร์ ครีเอเตอร์ และแฟนคลับ ได้ร่วมสร้างโมเมนต์ใหม่ไปด้วยกันตลอด 4 วันเต็ม วันที่ 14 – 17 สิงหาคม 2026 ชั้น 1 โซน Beacon, Central Court, Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

“การยกระดับงาน Character Fest Thailand ในครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนมุมมองและยกระดับ Ecosystem และ Landscape ของคาแรกเตอร์ไทยต่อจากนี้ ให้ทั้คนไทยและชาวต่างชาติมองเห็นว่าคาแรกเตอร์ไทยมีพลัง มีศักยภาพ และความสามารถที่มากกว่าเป็นเพียงตัวประกอบ คาแรกเตอร์ทุกตัวสามารถก้าวสู่การเป็น ‘Superstar’ ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งสินค้า Merchandise, Cultural IP และความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ๆ

เราคาดหวังว่าการจัดงาน Character Fest Thailand จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันงการคาแรกเตอร์ไทยไปสู่ระดับโลก” คุณพิมพ์พิชา สรุปทิ้งท้าย

Character Fest Thailand 2026


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ