
หลังจากที่เคยสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศแผนลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.6 หมื่นล้านบาท เมื่อปลายปี 2024 ล่าสุดในช่วงเช้าที่ผ่านมา Google Cloud ได้ประกาศเปิดตัว “Google Cloud Region” แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว
การเปิดตัว Cloud Region ในไทย ครั้งนี้ของ Google มันดียังไงทั้งกับประเทศไทยและคนทำธุรกิจ บทความนี้ Marketing Oops! สรุปไฮไลต์สำคัญจากงานแถลงข่าวว่ามีอะไรใหม่ และภาคธุรกิจไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากบิ๊กมูฟครั้งนี้บ้าง
1. Google Cloud คืออะไร?
ก่อนจะไปทำความเข้าใจ Cloud Region ก็ต้องเข้าใจบริการของ Google Cloud ก่อน
Google Cloud ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง Google Drive ที่เราใช้เก็บรูปส่วนตัว แต่หมายถึง Infrastructure ที่อยู่เบื้องหลังแอปพลิเคชันที่เราใช้งานกันทุกวัน ธุรกิจมักเช่าใช้ระบบนี้แทนการสร้างห้อง Server เองเพื่อความคุ้มค่าและรองรับคนใช้งานจำนวนมาก
อย่างเช่น แอปธนาคาร Mobile Banking ก็จะใช้ Google Cloud ประมวลผลยอดเงินโอนเข้า-ออกวินาทีต่อวินาที หรือ “เว็บ E-commerce” ที่จะใช้ Google Cloud รองรับคนช้อปปิ้งพร้อมกันหลักล้านคนในช่วงแคมเปญ 11.11 ไม่ให้เว็บล่ม
แล้วทำไมตั้ง Server เองถึงไม่คุ้มค่า? ลองจินตนาการดูว่าถ้าธุรกิจไม่ใช้ Cloud แต่เลือก “ตั้ง Server เอง” จะเปรียบเหมือน ร้านอาหาร ที่ลงทุนสร้างร้านขนาดใหญ่เพื่อรองรับลูกค้า 1,000 คนในช่วงเที่ยงวัน (Peak Time) แต่พอเลยเที่ยงไปแล้ว ลูกค้าเหลือแค่ 50 คน พื้นที่ว่างเหล่านั้นก็ต้องเช่าพื้นที่เต็มๆเอาไว้ และบางทีก็ต้องเปิดแอร์ทิ้งไว้ เสียค่าไฟฟรีๆ โดยไม่ได้รายได้เข้ามา
ในทางธุรกิจก็เช่นกัน ช่วงสิ้นเดือนหรือวันโปรโมชั่น ธุรกรรมจะพุ่งสูงมาก ถ้าต้องควักเงินก้อนโตซื้อ Server 100 เครื่องมารอรับคนแค่วันเดียว พอจบงานเครื่องเหล่านั้นก็นั่งว่างๆ กลายเป็น ต้นทุนจม (Sunk Cost) มหาศาล แต่การใช้ Google Cloud คือโมเดล “จ่ายเท่าที่ใช้” (Pay-as-you-go) ช่วงคนเยอะระบบขยายให้ ช่วงคนน้อยก็ลดลง ประหยัดงบลงทุนได้มหาศาล
2. แล้ว Cloud Region คืออะไร?

Cloud Region คือ “สถานที่ตั้ง” (Location) เป็นที่อยู่ทางกายภาพของเครื่อง Server เหล่านั้น ต้องอธิบายว่าเมื่อก่อนเวลาธุรกิจไทยใช้ Google Cloud ข้อมูลต้องวิ่งเดินทางไกลไปประมวลผลที่ Region สิงคโปร์หรือต่างประเทศ
แต่วันนี้ Google มาเปิด “Thailand Cloud Region” แปลว่าเครื่อง Server และระบบประมวลผลทั้งหมดมา “ตั้งอยู่ที่ไทย” แล้ว
ผลลัพธ์คือ ข้อมูลไม่ต้องเดินทางไกล ทำให้การประมวลผล “ไวขึ้น” และข้อมูลสำคัญก็เก็บอยู่ในประเทศ (Data Residency) ซึ่งปลอดภัยและสอดคล้องกับกฎหมายไทย
ถามว่า ทำไมต้องใช้ Thailand Region? ในประเด็นนี้ คุณอรรณพ ศิริติกุล กรรมการผู้จัดการ Google Cloud ประเทศไทย ได้เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า การมี Cloud Region ในไทย จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ 4 เรื่องหลักที่เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
1. “ระบบสำรอง 3 ชั้น” (3 Availability Zones) ปรียบเหมือนธุรกิจของคุณมี “เครื่องปั่นไฟสำรอง 3 ตัว” แยกกันคนละที่ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินไฟดับที่จุดหนึ่ง อีก 2 จุดก็ยังทำงานต่อได้ทันที ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบของธนาคารหรือแอปฯ ของเราจะ “ล่มยากมาก” ธุรกิจจึงรันต่อเนื่องได้แบบ 24/7 ไม่มีสะดุด
2. “ย้ายตู้เซฟมาไว้ในบ้าน” (Data Sovereignty) เดิมทีข้อมูลสำคัญเราอาจต้องฝากไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ แต่ตอนนี้เหมือนเรา ย้ายตู้เซฟเก็บความลับมาตั้งไว้ในประเทศไทย ข้อมูลคนไทยก็อยู่ในแผ่นดินไทย 100% เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับ ธนาคาร (Banking) หรือหน่วยงานรัฐ เพราะทำให้ปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ได้ง่ายขึ้นและสบายใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า
3. “เร็วกว่า” (Low Latency) เมื่อก่อนการส่งข้อมูลไปประมวลผลเหมือนการส่งจดหมายไปต่างประเทศที่ต้องใช้เวลา แต่ตอนนี้เหมือน ส่งของ Grab ในกรุงเทพฯ ที่ถึงไวกว่ามาก ยกตัวอย่างธุรกิจที่ต้องการการประมวลผลที่ “เร็ว” มากๆก็ เช่นวงการเทรดหุ้น (Trading) ที่วัดแพ้ชนะกันที่ “เสี้ยววินาที” หรือหุ่นยนต์ในโรงงาน (Robotics) ที่ต้องตัดสินใจหน้างานทันที การที่เซิร์ฟเวอร์อยู่ใกล้ช่วยให้ทุกอย่างตอบสนองได้ทันทีไม่มีดีเลย์

4. “ทางด่วนสู่เครื่องมือระดับโลก” (Gateway to Global Innovation) การมี Cloud Region ในไทยเป็นเหมือน ทางด่วนพิเศษ เพราะระบบเชื่อมต่อเครือข่าย Cloud ทั่วโลก ผ่านเคเบิลใต้น้ำ TalayLink ทำให้ธุรกิจไทยสามารถดึงเครื่องมือ AI อัจฉริยะ (Full Stack AI) ของ Google มาใช้งานได้ลื่นไหล ด้วยเช่นกัน
3. Gemini Enterprise ที่ธุรกิจไทยใช้งานได้จริง
ไฮไลต์สำคัญที่ Google เน้นย้ำในปี 2026 คือการเปิดให้ธุรกิจไทยเข้าถึง Gemini Enterprise ซึ่งเป็นเวอร์ชันอัปเกรดสำหรับองค์กรโดยเฉพาะ แตกต่างจาก Gemini ที่เราใช้เล่นกันฟรีๆ ทั่วไป ตรงที่เน้นความ “ฉลาดกว่า ปลอดภัยกว่า และทำงานแทนได้จริง”
โดยธุรกิจสามารถเข้าถึง Gemini 3.0 ที่เป็นเวอร์ชันที่ฉลาดที่สุดในเวลานี้ โดยมีความฉลาดเป็นอันดับ 1 เรื่องการให้เหตุผล (Reasoning) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนได้แม่นยำกว่าเดิม
จุดเด่นของ Gemini Enterprise คือการนำ “ข้อมูลความลับภายในบริษัท” มาทำงานร่วมกับ “ความรู้ภายนอกของ Google” ได้อย่างปลอดภัย เช่น ให้ AI วิเคราะห์ยอดขายปีที่แล้วเทียบกับเทรนด์ตลาดโลกปีนี้ โดยที่ข้อมูลไม่รั่วไหล
นอกจากนี้ Gemini Enterprise ยังก้าวข้ามจาก AI ที่แค่ “ตอบคำถาม” ไปสู่ “Agentic AI” ที่สามารถ “ปฏิบัติงาน” แทนได้ เช่น สั่งให้ ‘วิเคราะห์ลูกค้ากลุ่ม A แล้วส่งอีเมลโปรโมชั่นหาพวกเขาเดี๋ยวนี้’ ระบบก็สามารถเชื่อมต่อกับอีเมลและจัดการให้จบกระบวนการได้ทันที
และที่สำคัญที่สุดก็คือออกแบบมาเพื่อองค์กรที่ห่วงเรื่องความปลอดภัย ต้องมีการ Log-in และมีระบบช่วยเชื่อมต่อกับโปรแกรมเก่าๆ (Legacy Systems) ของบริษัท ให้ทำงานร่วมกับ AI ยุคใหม่ได้ด้วยเช่นกัน
4. Use Case จริง! ธุรกิจไทยใช้อะไรกันแล้วบ้าง?

นี่คือตัวอย่างจริงจากองค์กรไทยที่เริ่มใช้งาน Google Cloud Region กรุงเทพฯ แล้วเช่น ทิพยะประกันภัย ที่สร้างระบบ Smart Claim เปลี่ยนประสบการณ์เคลมประกันรถยนต์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลูกค้าสามารถถ่ายวิดีโอรอบคัน โดยมี AI แนะนำวิธีถ่ายแบบ Real-time จากนั้น AI จะวิเคราะห์ความเสียหายและส่งเรื่องเคลมให้ทันที ลดขั้นตอนและเวลาการรอพนักงาน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) นำไปใช้ปรับปรุงกระบวนการการยื่นแบบ Filing ของบริษัทจดทะเบียนที่เคยยุ่งยากและใช้เวลาตรวจสอบนานถึง 6 เดือน ตอนนี้มี AI ช่วยตรวจสอบความถูกต้องและแนะนำผู้กรอกข้อมูล ทำให้กระบวนการรวดเร็วและแม่นยำขึ้นมหาศาล
รวมถึง Wacoal ที่ใช้นวัตกรรม AI ช่วยออกแบบและสร้างภาพสินค้าแฟชั่นรุ่นใหม่ (Image Generation) ได้หลากหลายไซซ์ หลายสี และหลายนางแบบได้ทันที ช่วยลดต้นทุนการถ่ายทำและเร่งเวลาออกสินค้าสู่ตลาด
5. ประเทศไทยได้ประโยชน์อย่างไร?
Google Cloud เผยตัวเลขคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการเปิดตัวครั้งนี้ (ช่วงปี 2026-2030) ไว้อย่างน่าสนใจด้วยเช่นกันโดยประเมินว่า การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ GDP ไทยสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท (4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)
นอกจากนี้ยังสนับสนุนการจ้างงานเฉลี่ย 130,000 ตำแหน่งต่อปี ทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะ Data Center ที่สร้างขึ้นใช้พลังงานหมุนเวียน Renewable Energy 100% และมีระบบ Zero Waste ที่สำคัญผู้ใช้งานจะได้รับ Carbon Credit คืนจากการใช้งานด้วย
แน่นอนว่า Google ยังมาพร้อมแผนพัฒนา “คน” เพื่อไม่ให้คนด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มเรียนรู้ Google Skill พร้อมคอร์สเรียนฟรีกว่า 3,000 คอร์ส มีโครงการ #ChaiyoGCP ที่เทรนคนไทยไปแล้วกว่า 110,000 คน ให้มีความรู้เรื่อง Cloud และ AI โดย Google ตั้งเป้าปั้น Talent ด้าน AI ผ่าน Labs ต่างๆ ให้ได้ 125,000 ราย ภายในครึ่งปีแรกของ 2026 พร้อม Certification ใหม่ด้าน “Gen AI Leader”
การเปิดตัว Google Cloud Region กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของประเทศไทยให้เห็นว่า Infrastructure ด้านดิจิทัลของเราพร้อมแล้วสำหรับการแข่งขันในเวทีโลก และโจทย์ต่อไปก็คือ “วิสัยทัศน์” ของผู้นำองค์กรไทย ว่าจะใช้ประโยชน์จากขุมพลัง AI และ Cloud ที่เข้ามาปักหมุดในบ้านเราเพื่อสร้างความได้เปรียบได้อย่างไรนั่นเอง
