
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระดับโลกระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนทำให้ร้านทองรายใหญ่อย่าง “ฮั่วเซ่งเฮง” และ “แม่ทองสุก” รวมถึงผู้ประกอบการร้านทองต่างๆ ออกมาประกาศแจ้งปิดการซื้อขายทองคำแท่งชั่วคราว
จะสังเกตได้ว่าช่วงนี้ราคาทองคำผันผวนอย่างมาก เห็นได้จากราคาทองคำเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 พุ่งทะลุกว่า 81,000 บาท ส่วนทองรูปพรรณแตะกว่า 82,000 บาท ทำให้เกิดแรงเทขายอย่างหนัก เพื่อทำกำไร ขณะเดียวกันหลายคนก็อยากซื้อเก็บ เพราะมองว่าราคาอาจปรับขึ้นอีก
เคยสงสัยกันไหมว่าทำไม “ทองคำ” ถึงยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ทรงอิทธิพลในยามที่เกิดสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจ, การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน และการค้าของมหาอำนาจที่ส่งผลสะเทือนไปทั่วโลก หรือแม้แต่ยามที่เกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างการสู้รบระหว่างประเทศของเหล่ามหาอำนาจโลก
เนื่องจากนักลงทุนจะมองหา “สินทรัพย์ปลอดภัย” หรือ “Safe Haven” เพื่อต้องการสร้างเสถียรภาพทางการเงิน และกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนของตัวเอง และหนึ่งในสินทรัพย์ที่นักลงทุนเลือกโยกไปลงทุนในห้วงเวลาวิกฤต คือ “ทองคำ” เพราะจุดเด่นหลักๆ เช่น
• มีเสถียรภาพสูงและและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง ทำให้มีความน่าเชื่อถือในระดับสากล และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้
• มีสภาพคล่อง ในยามที่ตลาดหุ้นหรือค่าเงินผันผวน ทองคำสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
• เป็นสินทรัพย์ที่ไม่ค่อยสัมพันธ์กับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น หรือคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งในเวลาที่เกิดสงคราม นักลงทุนมักจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยง
• ป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินและเงินเฟ้อ
จากสถานการณ์ร้านทองชั้นนำต้องหยุดซื้อขายชั่วคราว สะท้อนให้เห็นถึง “ความอ่อนไหวของตลาด” เพราะฉะนั้นในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความผัวผวน “การกระจายพอร์ตการลงทุน” ไปยังสินทรัพย์หลากหลายประเภท จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยง
3 เช็กลิสต์ ลดความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทอง!
อย่างไรก็ตามในภาวะเช่นนี้อาจเกิดภาวะตื่นตระหนก และส่งผลให้ราคาทองคำผันผวนสูง ซึ่งบทวิเคราะห์จาก “Krungsri The COACH” โดยธนาคารกรุงศรี ได้คาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ราคาทองคำในประเทศ จะปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 80,000 – 85,000 บาทในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคาดการณ์ ซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น
แต่การจะเข้าไปตามกระแสทองคำ! ทาง “Krungsri The COACH” ยังได้ให้คำแนะนำเช็กลิสต์ 3 ข้อสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุนในทองคำ
1. ศึกษาและติดตามทิศทางเศรษฐกิจ, ดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด: หากประเมินว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง จนส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า หรือสถานการณ์โลกยังคงดำเนินต่อไป “ทองคำ” ยังเป็นโอกาสที่น่าสนใจของการลงทุน
2. มี “เงินเย็น” สำหรับการลงทุนระยะยาว: ทองคำไม่เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้น เพราะไม่มีดอกเบี้ย หรือปันผล จึงเหมาะกับผู้ที่ลงทุนได้อย่างน้อย 1–3 ปีขึ้นไป โดยไม่กระทบสภาพคล่อง
3. มีแผนการลงทุนชัดเจน: การลงทุนตามกระแส หรือกลัวตกกระแส (FOMO) โดยยังไม่มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน ย่อมเสี่ยงต่อการเข้าซื้อผิดจังหวะ และติดดอย! ดังนั้นการลงทุนที่ดีต้องมีแผนที่ชัดเจน รู้จังหวะเข้า-ออก ไม่ใช่แค่ซื้อตามกระแส
