อยากทำงาน Agoda ต้องมาที่นี่! พาบุกออฟฟิศใหม่ Agoda ที่ One Bangkok ยึดพื้นที่ 7 ชั้น Tower 5 พร้อมเปิดสวัสดิการสุดเจ๋ง

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หากพูดถึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่น่าร่วมงานด้วยที่สุดในไทย ชื่อของ “Agoda” (อโกด้า) แพลตฟอร์มการเดินทางท่องเที่ยวระดับโลก ต้องติดโผอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน

และหลังจากที่ปล่อยให้เราได้ยินกระแสข่าวกันมาก่อนหน้านี้ ล่าสุด Agoda ก็ได้ฤกษ์เปิดออฟฟิศแห่งใหม่ที่แลนด์มาร์กใจกลางกรุงอย่าง “One Bangkok” ให้พนักงานเข้าทำงานจริงอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วในวันที่ 1 เมษายน

การย้ายบ้านใหม่ครั้งนี้ Agoda ย้ายจากออฟฟิศเดิมที่ The Offices at Central World มาปักหมุดที่ “อาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 5″ โดยครอบคลุมพื้นที่ถึง 7 ชั้นเต็ม ตั้งแต่ชั้น 27 ถึงชั้น 33 รวมพื้นที่ใช้สอยกว่า 26,000 ตารางเมตร ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับพนักงานหัวกะทิจากทั่วทุกมุมโลกเกือบ 4,000 คน

คุณออมรี มอร์เกนสเติร์น, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, อโกด้า

คุณ Omri Morgenshtern CEO Agoda บอกไว้ว่า เป้าหมายของในการย้ายมาที่ One Bangkok คือการสร้าง Tech Hub ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย อยากให้ออฟฟิศแห่งนี้ดึงดูดบุคลากรสายเทคโนโลยีระดับท็อปจากทั่วโลกให้มารวมตัวกัน ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงประสบการณ์เดินทางของผู้คน”

“ออฟฟิศ” ที่ออกแบบให้เป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรม”

แนวคิดหลักในการออกแบบออฟฟิศใหม่ของ Agoda คือออฟฟิศสไตล์ “Campus” ออกแบบพื้นที่ให้เปิดโล่งและส่งเสริมให้คนทำงานร่วมกันได้ โดย Agoda วางคอนเซปต์หลักไว้ก็คือ “Magic, Culture, and Adventure” ก็คือเวลาที่เข้าไปในแต่ละชั้น พนักงานจะได้สัมผัสกับเรื่องราวและบรรยากาศที่ไม่ซ้ำกันเลย

บรรยากาศชั้น 32

อย่างเช่น ชั้น 32 ที่จำลองบรรยากาศความร่มรื่นของป่าเขตร้อนมาไว้บนตึกสูงหรือ ชั้น 33 ที่มาในธีมภูเขาหิมะสุดคูล

นอกจากนี้ ตามกำแพงในโซนต่างๆ นอกจากจะตกแต่งด้วยผลงานของศิลปินมีชื่อ ยังถูกประดับด้วยภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม ที่เป็นผลงานการถ่ายภาพของพนักงาน Agoda เอง สะท้อนให้เห็นถึง DNA ของคนรักการเดินทางได้อย่างชัดเจน

Space ที่เอื้อกับวัฒนธรรมการทำงาน

Idan Zalzberg Chief Technology Officer ของ Agoda

ที่น่าสนใจคือ คุณ Idan Zalzberg Chief Technology Officer ของ Agoda เล่าอินไซต์เบื้องหลังการออกแบบออฟฟิศแห่งนี้ไว้ด้วยว่า ทุกรายละเอียดถูกคิดมาเพื่อให้เอื้อกับวิธีทำงานแบบ Tech Company จริงๆ โดยเน้นไปที่ 3 เรื่องคือ

“Flat Communication” หรือการสื่อสารแบบไร้ลำดับขั้น ต้องเป็นสเปซที่เอื้อให้พนักงานสามารถเดินไปพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียกับใครก็ได้แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงอย่าง CTO ก็เดินเข้าไปหาเพื่อปรึกษาได้เลยโดยไม่ต้องมีพิธีรีตองหรือนัดหมายล่วงหน้าให้ยุ่งยาก

“Spontaneous Connection” คือการออกแบบพื้นที่เชื่อมต่อกัน มีบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นจะช่วยลดการใช้ลิฟต์ และทำให้คนต่างแผนกเดินสวนกันไปมาง่ายขึ้น เกิดเป็นการทักทายและพูดคุยแบบไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมักจะนำไปสู่การปิ๊งไอเดียเจ๋งๆ เสมอ โดยเฉพาะโซนอย่าง Bridge Cafe เป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสเหล่านั้น

และสุดท้าย “Inspiring Environment”  คือการมีสเปซที่กว้างขวาง เพดานสูงโปร่ง ผสมผสานกับงานศิลปะบนกำแพง และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในแต่ละชั้น จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ และเพิ่มความตื่นเต้นให้คนทำงานได้

ไฮไลท์ออฟฟิศในฝันคนทำงาน

Agoda เข้าใจดีว่าไอเดียสร้างสรรค์มักเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย ดังนั้นพื้นที่ส่วนกลางจึงออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการคนทำงานแบบจัดเต็ม โดยมีไฮไลท์หลายอย่างเช่น

Agoda Bridge Café (ชั้น 29): พื้นที่พักผ่อนที่ Agoda จับมือกับ Sarnies แบรนด์ร้านกาแฟชื่อดังต้นตำรับจากสิงคโปร์  มาบริการเมนูเครื่องดื่มและเบเกอรี่ ให้พนักงานใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนหรือสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ได้จิบกาแฟพร้อมชมวิวพาโนรามาของกรุงเทพฯไปพร้อมๆกัน

โซน Employee Connect: โซนที่เปรียบเสมือนเคาน์เตอร์บริการ One-Stop Service สำหรับพนักงานโดยเฉพาะ มีตู้ Kiosk ให้กดรับบัตรคิวเพื่อเข้ารับคำปรึกษาและขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องการทำงานได้ทุกๆ เรื่องแบบครบจบในที่เดียว

Studio & Audio Room: เอาใจสายคอนเทนต์ด้วยห้องสตูดิโอพร้อมฉาก Green Screen และห้องอัดเสียงระดับโปรดักชันเฮาส์ ให้สามารถผลิตงานสื่อสารระดับอินเตอร์ได้ทันทีจากออฟฟิศ

ร่างกายต้องการการพักผ่อน? ที่นี่มีให้ครบ

เพราะการทำงานในแวดวง Tech ต้องใช้พลังงานสมองสูง การบาลานซ์ชีวิตจึงเป็นเรื่องสำคัญ Agoda เลยเตรียมพื้นที่เพื่อสุขภาวะที่ดี (Wellness) ไว้ครบครัน ทั้ง Game Room ที่มีตู้เกมอาร์เคดให้ประลองฝีมือแก้เครียด

นอกจากนี้ยังมีห้องออกกำลังกาย, ห้อง Wellness Pods สำหรับงีบพักสายตา และสวัสดิการสุดอบอุ่นที่สานต่อมาจากออฟฟิศเดิมอย่าง “บริการนวดผ่อนคลายโดยพี่ๆ ผู้พิการทางสายตา” ด้วย

“Agoda Choice” สวัสดิการที่ให้คุณเลือกได้เอง

อีกหนึ่งไฮไลท์สวัสดิการที่ตอกย้ำการดูแลพนักงานแบบ Personalized คือโปรแกรม “Agoda Choice”

Agoda Choice เป็นสวัสดิการของ Agoda ที่มอบงบประมาณให้พนักงานด้วยงบสูงถึง 24,000 บาทต่อปี เพื่อนำไปใช้ดูแลตัวเองในหมวด Wellness และ Lifestyle ได้อย่างอิสระ

ไม่ว่าจะนำไปสมัครฟิตเนส, เข้าคลินิกทำหน้า, หาหมอฟัน, ลงคอร์สเรียนทักษะใหม่ๆ, ตัดผม หรือแม้แต่นำไปเป็นทุนสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อน ก็สามารถเบิกได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคลเลย

ทำไมต้องเป็น One Bangkok?

การตัดสินใจเลือก One Bangkok ทางผู้บริหาร Agoda เล่าให้ฟังว่า สถานที่แห่งนี้ตอบโจทย์ใน 3 มิติก็คือ

หนึ่งคือ “พื้นที่กว้าง” ทำให้สามารถออกแบบ Layout สไตล์ “แคมปัส” แบบเปิดโล่งได้ตามต้องการ รองรับการเติบโตของทีมงานในไทยได้อย่างสบายๆ

เรื่องที่สองคือ “ความยั่งยืน” เพราะอาคารแห่งนี้ได้มาตรฐานตึกเขียวระดับ LEED Platinum ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนของ Agoda

และสุดท้ายด้วย “ทำเลใจกลางเมือง” ที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้า ช่วยให้พนักงานเดินทางมาทำงานได้อย่างสะดวกสบาย

สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นจากบ้านใหม่ของ Agoda นอกเหนือจากการออกแบบและการใช้งานที่ว้าวๆแล้ว ยังทำให้เราเห็นว่า Agoda ให้ความสำคัญกับการลงทุนใน “บุคลากร” มากแค่ไหน ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Agoda ถึงยังครองใจคนรุ่นใหม่ในฐานะบริษัทในฝันที่คนอยากร่วมงานได้มาถึงทุกวันนี้


  •  
  •  
  •  
  •  
  •