ใช้ฟรี! Google เปิดตัว AI Edge Eloquent แอป AI พิมพ์ด้วยเสียง ช่วยจดไอเดีย เกลาประโยค-ปรับแกรมม่า

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์แบบ อยู่ดีๆได้ไอเดียเจ๋งๆ ผุดขึ้นมาตอนกำลังเดินทางแล้วอยากจดเร็วๆ หรืออยากจะส่งหรือตอบข้อความแบบด่วนๆ โดยใช้การพิมพ์ด้วยเสียง แล้วพิมพ์ผิดๆถูกๆ ต้องมาแก้ทีหลังกลายเป็นเสียเวลา

หรือบางทีอยากสั่งให้แอป AI ช่วยพิมพ์ไอเดียโปรเจ็กต์หรือแคมเปญใหม่ๆก็แอบกังวลว่าเสียงที่เราพูดออกไปจะถูกส่งขึ้น Cloud กลายเป็นข้อมูลสำคัญทางธุรกิจหลุด

ล่าสุด Google เพิ่งจะปล่อยแอปพลิเคชันตัวใหม่บน iOS ที่จะมาแก้ Pain Point เหล่านี้ของคนทำงานอย่างเราโดยเฉพาะ นั่นคือแอป Google AI Edge Eloquent แอป AI Dictation หรือเทคโนโลยีถอดเสียงเป็นข้อความ (Speech-to-Text) ที่ตอนนี้ Google เปิดให้ “ใช้ฟรี” เรียกว่าเป็นก้าวสำคัญที่น่าสนใจมากในโลกของ Productivity App ปี 2026 นี้

แม้ว่าในปัจจุบันจะยังรองรับเพียงภาษาอังกฤษและยังไม่รองรับภาษาไทย แต่เทคโนโลยีเบื้องหลังก็นับว่าน่าทึ่งมาก และเราเชื่อว่าการรองรับภาษาไทยน่าจะตามมาในอีกไม่ช้า เรามาดูกันว่าแอป Google AI Edge Eloquent นี้มีความสามารถที่จะเป็นประโยชน์อะไรกับคนทำงานอย่างเราบ้าง

Eloquent คือ คารมดี

จุดเด่นที่ทำให้แอป Google AI Edge Eloquent นี้ต่างจากแอปพิมพ์ด้วยเสียงทั่วไปคือคอนเซปต์ “Eloquent” หรือที่แปลว่า คนพูดเก่ง พูดคล่องแคล่ว คารมดี

ซึ่งก็ตรงกับหน้าที่ ของ Google AI Edge Eloquent ที่ไม่ได้ทำแค่การถอดเสียงเป็นคำ (Speech-to-Text) แบบคำต่อคำ แต่ AI จะช่วยประมวลผลและเกลาประโยคที่เราพูดให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น จัดระเบียบความคิดที่อาจจะกระจัดกระจายจากการพูดเร็วๆ ให้กลายเป็นข้อความที่พร้อมใช้งานทันที

หลังจากกด Continue ระบบจะโหลดโมเดลเสียง ใช้เวลาไม่นาน

เริ่มต้นการใช้งานง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดโมเดลเสียงลงในเครื่องครั้งแรก หลังจากนั้นระบบจะขึ้นหน้าต่างสอนวิธีใช้งานของเรา 2-3 ขั้นตอน ตั้งแต่ การลองพูดตามสคริปต์ ระบบจะประมวลผลสิ่งที่เราพูดเป็น Text และแก้ไขปรับคำให้เราอัตโนมัติ และเราสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองและ ก็อปปี้ไปใช้งานได้เลย รวมไปถึงการเชื่อมโยงกับ Google Work Space ของเราได้ด้วย

เราก็สามารถเริ่มพูดเพื่อเปลี่ยนเสียงให้เป็นตัวอักษรได้ทันทีแบบ Real-time หลังจาก Set Up เชื่อม Google Work Space เสร็จแล้ว เราก็สามารถเริ่มพูดเพื่อเปลี่ยนเสียงให้เป็นตัวอักษรได้ทันทีแบบ Real-time

โดยจุดที่เหนือกว่าคือความสามารถในการ ‘ขัดเกลา’ ข้อความอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการตัดคำฟุ่มเฟือยออกไป การเรียบเรียงประโยคให้ลื่นไหล ไปจนถึงการเลือกปรับโทนข้อความให้เหมาะกับสถานการณ์ เช่น การสรุปประเด็นแบบสั้นกระชับ หรือการปรับให้เป็นภาษาทางการที่พร้อมส่งต่อ

นอกจากนี้ เรายังสามารถติดตามสถิติการพูดของตัวเองได้ เช่น จำนวนคำที่ใช้ไปแล้ว ความเร็วในการพูดที่มีหน่วยเป็นจำนวนคำต่อนาที (Speech Stats) จำนวนคำที่ถูกแก้ไขไปแล้ว พร้อมระบบจัดเก็บประวัติและฟังก์ชันค้นหาย้อนหลังเอาไว้ด้วย

นอกจากนี้เราสามารถ เพิ่มชื่อเฉพาะ (Names) หรือคำศัพท์เทคนิค (Jargon) ที่เราต้องใช้บ่อยๆ ลงไปในระบบได้ด้วยตัวเอง เพื่อช่วยให้ AI เรียนรู้และถอดเสียงคำเหล่านั้นออกมาได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องเสียเวลามาคอยแก้คำผิดที่เป็นศัพท์เฉพาะทางธุรกิจหรือชื่อโปรเจกต์ของเราซ้ำๆ

เมื่อ AI ไม่ต้องง้อ Cloud

Google AI Edge Eloquent มีความเจ๋งอีกเรื่องก็คือ “ความเร็ว” เนื่องจากตัวโมเดล AI ถูกบีบอัดจนสามารถทำงานได้โดยตรงบนเครื่อง iPhone ทำให้การแปลงเสียงและเกลาประโยคเกิดขึ้นได้ทันที โดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ ผลที่ตามมาคือเราจะแทบไม่เห็นอาการ “แล็ก” หรือการหมุนรอข้อมูลเหมือนแอปทั่วไป

อย่างไรก็ตาม เราก็ยังสามารถสลับไปทำงานในโหมด Cloud ได้เช่นกัน ในกรณีที่ต้องการการเกลาประโยคที่มีความลึกและละเอียดซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพราะในโหมดออนไลน์ แอปจะเข้าถึงโมเดลประมวลผลขนาดใหญ่บนเซิร์ฟเวอร์ของ Google ได้เต็มที่ ช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความละเมียดมากขึ้นไปอีกขั้น รวมถึงการเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่อาจจะยังไม่ถูกอัปเดตลงในตัวเครื่องเรา

ถึงแม้ตอนนี้แอปจะยังไม่รองรับภาษาไทย แต่สำหรับคนทำงานอย่างเรา นี่คือเครื่องมือที่นอกจากจะช่วยจดไอเดียแล้วก็อาจช่วยในการฝึกและเช็กความถูกต้องของภาษาอังกฤษได้ด้วยเช่นกัน

อย่างเช่นเวลาที่เราต้องเตรียม Presentation หรือร่างอีเมลภาษาอังกฤษแบบเร่งด่วน ลองพูดใส่แอปนี้ดู เพราะ AI จะช่วยจัดระเบียบประโยค ใส่เครื่องหมายวรรคตอน และช่วยเกลา Grammar ให้ “สละสลวย” ตามบริบทได้ทันทีขณะที่เราร่างงาน ใครที่ชอบกังวลว่าพูดเร็วแล้วประมวลผลผิด หรือรูปประโยคจะเพี้ยน แอปนี้จะช่วยให้เราเห็นผลลัพธ์ที่ดูเป็นมืออาชีพในเสี้ยววินาทีโดยไม่ต้องมีอินเทอร์เน็ต

การที่ Google เลือกทำแอปแยกออกมาแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี On-device AI มาถึงจุดที่ใช้งานได้จริงแล้ว หากในอนาคตมีการอัปเดตภาษาไทยเข้ามา มันจะกลายเป็นอีกเครื่องมือที่มีประโยชน์โดยเฉพาะกับนักการตลาดเช่นการช่วยสรุป Insight จากการออกไปสำรวจตลาด การสรุปประชุม สรุปเนื้อหาจากงานสัมมนา หรือร่างบทความภาษาไทยได้สละสลวยได้ทันทีนั่นเอง


  •  
  •  
  •  
  •  
  •