‘ประเทศไทยหยุดวิ่งมานานแล้ว…’ เปิดมุมมอง ‘ท๊อป-จิรายุส’ เสนอ 3 แนวทางเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจไทยสู่ยุค AI

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Topp Jirayut-AI Revolution
Credit: YouTube กรุงเทพธุรกิจ

ท่ามกลางโลกในยุค AI ที่วิ่งไปข้างหน้าและหมุนเร็ว ได้เปลี่ยนวิธีคิดและภูมิทัศน์ทุกอุตสาหกรรม ทุกสายงาน เมื่อมองมายัง “ประเทศไทย” คำถามสำคัญคือ เรากำลังวิ่งไปพร้อมกับโลก หรือกำลังค่อยๆ หลุดออกจากวงโคจรของการเปลี่ยนแปลงนี้ ?!?

คุณท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป ได้ถ่ายทอดมุมมองการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและเศรษฐกิจไทยในยุค AI ในหัวข้อ AI Geopolitics: The New Global Blueprint ภายในงาน AI Revolution Shift 2026 Shaking The Global Economy จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

 

ประเทศไทยหยุดวิ่งมานาน! และติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

ในขณะที่โลกเดินหน้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการมาของ AI ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังคงเน้นการพึ่งพาเศรษฐกิจเดิม ที่มักผันผวนไปตามปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน

“ประเทศไทยหยุดวิ่งมานาน และติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางมา 50 ปีแล้ว ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นการเปลี่ยนแบบ K-Shape ถาวร ไม่ได้เปลี่ยนแบบระยะสั้น ธุรกิจที่เกี่ยวกับ Old Economy ขาลงหมด ในขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวกับ Digital Transformation, AI, Fourth Industrial Revolution เป็นขาขึ้นของ K-Shape

คุณท๊อป-จิรายุส  เล่ามุมมองเพิ่มเติมสำหรับ AI ว่าในงาน World Economic Forum “Jensen Huang” ซีอีโอ NVIDIA ได้อธิบายถึงโครงสร้าง AI ประกอบด้วยเค้ก 5 ชั้น ได้แก่

  • ชั้นแรก: Energy
  • ชั้นที่ 2: Computer Chips
  • ชั้นที่ 3: Cloud
  • ชั้นที่ 4: AI Model
  • ชั้นที่ 5: Application

“เค้กทั้ง 5 ชั้น ทุกประเทศต้องมีของตัวเอง แต่สำหรับประเทศไทยเค้กชั้นที่ 1, 2, 3 เราอยู่บน Infrastructure ของประเทศอื่น อย่างเค้กชั้นแรกคือ พลังงาน ซึ่งความสามารถในการผลิตพลังงานของไทย ยังไม่เพียงพอต่อ AI Consumption

ขณะที่เค้กชั้นที่ 2 คือ ชิปประมวลผล แทบเป็นไปไม่ได้ที่ไทยจะสร้าง NVIDIA เวอร์ชันประเทศไทย เพราะต้องใช้เงินลงทุนระดับล้านล้านดอลลาร์  

ส่วนเค้กชั้นที่ 3 คือ Cloud เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่กระจายพลังของ AI ไปทั่วโลก แต่วันนี้ไทยยังไม่มี Cloud เป็นของตัวเอง” 

Topp Jirayut-AI Revolution
คุณท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป (Credit: YouTube กรุงเทพธุรกิจ)

การมาของ AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็น Platform Shift ที่จะพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรม เหมือนเช่นในอดีตเกิดขึ้นแล้วกับการมาของคอมพิวเตอร์, อินเทอร์เน็ต, สมาร์ทโฟน และโซเชียลมีเดีย เหล่านี้เป็น Platform Shift ที่เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนและโครงสร้างอุตสาหกรรมอย่างสิ้นเชิง

ย้อนกลับไป Platform Shift รุ่นแรก คือ คอมพิวเตอร์ เวลาผ่านไปกว่า 40 ปี วันนี้ทุกอุตสาหกรรมใช้คอมพิวเตอร์หมด ต่อมาเกิด Platform Shift รุ่นสอง คือ อินเทอร์เน็ต ผ่านไปกว่า 20 ปี ทุกอุตสาหกรรม ทุกธุรกิจใช้อินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นเกิด Mobile Phone และ Social Media ก็กลายเป็น Platform Shift  

ขณะที่ AI จะเป็น Platform Shift จากนี้ที่ทุกอุตสาหกรรมจะใช้ และต้องใช้ Energy มหาศาล ต้องใช้ Computer Chip มหาศาล ต้องใช้ Cloud Distribution ซึ่งประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเค้ก 3 ชั้นแรก 

อย่างไรก็ตามประเทศไทยพอจะมีลุ้นเค้กชั้นที่ 4 คือ AI Model และเค้กชั้นที่ 5 คือ AI Application เพราะในช่วงปีที่ผ่านมา AI Model ทั่วโลกพัฒนาไปไกลมาก และมี AI Application ออกมาช่วยเพิ่ม productivity ให้กับหลากหลายอุตสาหกรรม”

AI

 

3 แนวทางเปลี่ยนผ่านประเทศไทย สู่ยุค AI

การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมประเทศ คุณท๊อป มองว่าต้องมาจาก 2 องค์ประกอบคือ เงินลงทุน ทั้งจากภาครัฐ และดึงการลงทุนจากภาคเอกชน และ คนที่มีความรู้ความสามารถสูง เพื่อดำเนินการในแนวทางดังนี้

– สร้าง Regional AI Infrastructure: เป็นการลงทุนสร้าง “เบ็ดตกปลา” ให้กับผู้คน แต่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ เป็นการลงทุนมหาศาล ในขณะที่ปัจจุบันไทยมีหนี้สาธารณะราว 90% ของ GDP ซึ่งหนี้ มีทั้ง “หนี้ดี” (Good Debt) คือ หนี้ที่กู้เพื่อนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างการเติบโตระยะยาวให้กับประเทศ​ กับ “หนี้เสีย” หรือหนี้ไม่ดี (Bad Debt) คือ หนี้เพื่อการบริโภค ซึ่งหนี้ของประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นหนี้เสีย กู้มาเพื่อการบริโภค ไม่ได้เน้นลงทุนสร้าง Infrastructure

ในขณะที่โลกยุค AI ปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่มีการลงทุนมากที่สุด! Jensen Huang เคยชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาที่มีการลงทุนด้าน AI มากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

สะท้อนผ่านนโยบายของหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี แคนาดา เตรียมทุ่มงบลงทุนพัฒนา AI Infrastructure ในระดับประมาณ 10% ของ GDP

แต่จากข้อจำกัดด้านเงินลงทุนของประเทศไทย เราสามารถรวมตัวกันสร้าง Regional AI Infrastructure เพื่อกระจายเค้ก AI ทั้ง 5 ชั้นอยู่ในประเทศต่างๆ ของภูมิภาคอาเซียน

“เราต้องลงทุนสร้างเบ็ดตกปลา แต่การสร้าง AI Infrastructure ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล เราสามารถรวมตัวกันในภูมิภาคอาเซียน ร่วมกันสร้าง Regional AI Infrastructure

Topp Jirayut-AI Revolution
Credit: YouTube กรุงเทพธุรกิจ

นโยบายดึงการลงทุนภาคเอกชน และคนเก่ง: ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกมีนโยบายดึงเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชนและคนที่มีความรู้ความสามารถ เช่น แคนาดา มีนโยบายภาษีที่ดึงดูดการลงทุน, สหภาพยุโรป มีการเสนอ EU Inc. เพื่อทำให้ภาคเอกชนที่สนใจลงทุนในสหภาพยุโรป ได้เริ่มต้นและดำเนินการได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น

ขณะที่ประเทศไทย มีทุนทรัพยากรดั้งเดิมที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่สวยงาม บริการ การท่องเที่ยว และอาหารที่ได้รับการยอมรับระดับโลก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และ AI หากนโยบายภาครัฐยังไม่เอื้อต่อการแข่งขัน ย่อมส่งผลให้เงินทุนจากภาคเอกชนไหลเข้ามายาก

“การดึงดูดเงินลงทุนภาคเอกชน และดึงคนเก่งๆ เราต้องแก้นโยบาย และ social contract เพื่อทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพการแข่งขัน ดึงการลงทุนและคนเก่งเข้ามา”

จัดเก็บ Automatic Tax และตั้ง Sovereign Wealth Fund: เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจ ย่อมส่งผลให้โครงสร้างรายได้ของประเทศเปลี่ยนไป

  • คาดการณ์ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า 40% ของงานทั่วโลกจะถูกแทนที่ด้วย AI ส่งผลให้ภาษีจากแรงงานลดลง (Labor Income) ขณะเดียวกันรายได้จาก Capital Income หรือรายได้จากกลุ่มทุนและการถือครองเทคโนโลยีจะเพิ่มขึ้น

AI Tax

ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินการใน 2 เรื่องสำคัญ คือ

1. การพัฒนาระบบ “Automatic Tax” หรือภาษีระบบอัตโนมัติ เช่น ภาษีจาก AI (AI Tax), ภาษีหุ่นยนต์ (Robotic Tax) เพื่อให้รัฐสามารถจัดเก็บรายได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้อาศัยแรงงานมนุษย์โดยตรง แล้วนำภาษีส่วนนี้กลับมาลงทุนในการ Reskill และ Upskill ให้กับคนไทย

2. การจัดตั้ง “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ” (Sovereign Wealth Fund) เพื่อสร้างกลไก “เงินต่อเงิน” ในระยะยาว เพราะเมื่อรายได้จากแรงงานลดลง ประเทศจำเป็นต้องมีรายได้จากการลงทุนมาชดเชย

ปัจจุบันมีหลายประเทศจัดตั้ง Sovereign Wealth Fund แล้ว เช่น อินโดนีเซีย มี Daya Anagata Nusantara (Danantara), ซาอุดีอาระเบียมี Abu Dhabi Investment Authority (ADIA), นอร์เวย์ มี มี Norges Bank Investment Management, สิงคโปร์ มี Temasek Fund

“ไทยยังไม่มี Sovereign Wealth Fund และอีกหน่อยเงินที่ผ่านการลงทุนจะมากกว่าภาษีจากแรงงานในยุค AI ที่ทำงานแทนคน”

Humanoid-Robot

 

สหรัฐฯ – จีน ห้ำหั่นในยุค Power Accumulation ไทยควรจะยืนตรงจุดไหน ?

ไม่เพียงแต่ Trade War เท่านั้น ในยุค AI จะเกิดการแย่งชิงความยิ่งใหญ่ด้าน AI โดยเฉพาะระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ “สหรัฐอเมริกา” และ “จีน”

คุณท๊อปจิรายุส เปรียบเทียบภาพโลกยุคเดิมเหมือนป่าใหญ่ที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นสิงโตเจ้าป่า ขณะที่จีนในเวลานั้นยังเป็นเสือที่ยอมเล่นตามกติกา ส่วนประเทศไทยเป็นไก่ ในยุคก่อนหากมหาอำนาจทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ประเทศเล็กๆ ยังพอใช้วิธีส่งสัญญาณว่าเป็นพลเมืองที่ดีของป่า เพื่อยืนอยู่ในกฎกติกาสากล

แต่ภูมิรัฐศาสตร์โลกในอนาคตไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะเป็นยุคของ Power Accumulation ที่แต่ละประเทศสั่งสมอำนาจในรูปแบบต่างๆ เช่น กักตุนพลังงาน, น้ำมัน, เทคโนโลยี AI, ความมั่นคงทางอาหาร และเป็นยุคที่ผู้มีอำนาจเหนือกฎกติกาเป็นฝ่ายกำหนดเกม หากประเทศเล็กๆ ขัดขืนโดยไม่มีแต้มต่อ หรืออำนาจต่อรอง อาจได้รับผลกระทบ

China-USA

ดังนั้นแนวทางยุทธศาสตร์ที่ประเทศไทยสามารถทำได้คือ

  • เอาหลัง พิงอาเซียน”: ต้องใช้การขับเคลื่อนแบบ Regionalization ให้อาเซียนเป็นกระบอกเสียงแทน และประเทศไทยไม่ควรเลือกข้าง เพราะถ้าเลือกผิดอาจโดนจากทั้งสองฝั่ง
  • ใช้ “Food Security” เป็นอำนาจต่อรอง: สิ่งที่ประเทศไทยเก่ง คือ ความมั่นคงทางอาหาร ต้องลงทุนในจุดแข็งนี้เพื่อใช้เป็นอำนาจต่อรองบนเวทีโลก 

“อย่ามองข้าม AI จากจีน คนส่วนใหญ่มักพูดถึง Digital AI แต่ขณะเดียวกัน Physical AI เช่น หุ่นยนต์ ตอนนี้จีนมีความก้าวหน้าอย่างมากในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และอีกหนึ่งความท้าทาย คือ ความสามารถ AI ในการพัฒนาตัวเอง อาจทำให้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า AI มีศักยภาพทางปัญญาที่เหนือกว่ามนุษย์ เช่นเดียวกับการพัฒนาหุ่นยนต์สร้างบนหุ่นยนต์ได้แล้ว (Robot build on Robot)  สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าโลกกำลังเข้าสู่การแข่งขันด้าน AI ครั้งใหญ่ ทั้ง Digital AI และ Physical AI ของระหว่างสหรัฐฯ และจีน คุณท๊อปจิรายุส สรุปทิ้งท้าย


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ