ปรากฏการณ์ ‘Self-Taught’ เมื่อองค์กรต้องพึ่งพาคนรุ่นใหม่เพื่อวางระบบ AI

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาพลิกโฉมโลกการทำงาน เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างระบบการศึกษาดั้งเดิมและความต้องการจริงในตลาดแรงงาน แม้ภาคธุรกิจในแทบทุกอุตสาหกรรมจะต้องการบุคลากรที่ใช้งาน AI เป็น แต่ระบบการศึกษากลับยังไม่สามารถบูรณาการความรู้เหล่านี้เข้าสู่หลักสูตรได้ทันเวลา

ข้อมูลจากกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ปี 2026 ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งที่น่าสนใจ แม้นักศึกษาส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน (36% ใช้งานทุกวัน และ 49% ใช้งานทุกสัปดาห์) แต่กลับมีเพียง 28% เท่านั้นที่มองว่าสถาบันการศึกษามีการสอนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม 

ผลลัพธ์คือ บัณฑิตส่วนใหญ่ต้องกลายเป็นกลุ่มคนที่ “เรียนรู้และฝึกฝนทักษะ AI ด้วยตัวเอง” เพื่อเอาตัวรอดและเพิ่มมูลค่าในตลาดแรงงาน

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดคือ การปรับตัวของภาคธุรกิจ องค์กรจำนวนมากเริ่มตระหนักว่า บุคลากรที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมทดลองสิ่งใหม่ๆ มากที่สุดในเวลานี้ คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ สะท้อนได้จากสัดส่วนประกาศรับสมัคร “เด็กฝึกงาน” ที่ระบุถึงทักษะด้าน AI ซึ่งพุ่งสูงถึง 10.3% ในขณะที่ตำแหน่งพนักงานประจำทั่วไปมีความต้องการทักษะนี้อยู่ที่ 4.2% เท่านั้น

กลยุทธ์การจ้างงานที่เปลี่ยนไป การรับเด็กฝึกงานหรือพนักงานระดับเริ่มต้น ในปัจจุบัน ไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อมาเรียนรู้งานพื้นฐานหรือทำหน้าที่สนับสนุนทั่วไปอีกต่อไป แต่ภาคธุรกิจกำลังดึงบุคลากรหน้าใหม่เหล่านี้เข้ามาเพื่อช่วย “วางระบบและสร้าง Workflow การทำงานด้วย AI” ภายในบริษัทโดยเฉพาะ

นับเป็นการใช้ประโยชน์จากความอยากรู้อยากเห็น และความคล่องตัวของคนรุ่นใหม่ เพื่อมาอุดช่องว่างทางเทคโนโลยี ขับเคลื่อนประสิทธิภาพ และช่วยให้องค์กรดั้งเดิมสามารถก้าวตามทันการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจได้ทัน


  •  
  •  
  •  
  •  
  •