
เบอร์สัน (Burson) ประกาศเข้าซื้อกิจการ Limbik Inc. บริษัทเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญด้าน Cognitive AI และเป็นผู้ร่วมพัฒนา Decipher แพลตฟอร์มที่ใช้ AI วิเคราะห์และคาดการณ์ว่าการสื่อสารรูปแบบหนึ่งจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายอย่างไร โดยมีฐานข้อมูลครอบคลุมมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก Burson และ Limbik ทำงานร่วมกันมาราว 2 ปี ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Decipher ก่อนที่ Burson จะตัดสินใจนำทีมงานและเทคโนโลยีของ Limbik เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอย่างเต็มรูปแบบ
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มเครื่องมือ AI เข้ามาในพอร์ตเทคโนโลยีของเอเจนซี แต่เป็นการนำความสามารถด้าน Cognitive AI ซึ่งเน้นการจำลองและคาดการณ์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย เข้ามาอยู่ภายใต้โครงสร้างการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของ Burson โดยตรง
จากการวิเคราะห์ข้อมูล สู่การคาดการณ์เสียงตอบรับก่อนสื่อสารจริง
จุดสำคัญของ Decipher อยู่ที่ความสามารถในการประเมินการตอบสนองที่อาจเกิดขึ้นจากสารหรือแนวทางการสื่อสาร ก่อนที่จะนำออกสู่ตลาดจริง
แพลตฟอร์มสามารถประเมินทั้งโอกาสที่เนื้อหาจะได้รับการยอมรับและความน่าเชื่อถือจากกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงโอกาสที่สารดังกล่าวจะถูกนำไปเผยแพร่หรือแชร์ต่อ จากนั้นจึงนำข้อมูลทั้งสองด้านมาประกอบกันเพื่อประเมินผลกระทบโดยรวมที่อาจเกิดขึ้นจากการสื่อสารนั้นๆ
แนวทางดังกล่าวทำให้ AI ไม่ได้ถูกนำมาใช้เฉพาะในขั้นตอนการผลิตคอนเทนต์หรือการวิเคราะห์ผลหลังแคมเปญ แต่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่ก่อนตัดสินใจสื่อสาร โดยช่วยให้ทีมสามารถทดสอบแนวทางและประเมินความเสี่ยงของการสื่อสารในสถานการณ์จำลองได้ก่อนลงมือจริง
ความสามารถของ Decipher ยังถูกนำไปใช้สนับสนุนบริการหลายด้านของ Burson ไม่ว่าจะเป็น Generative Engine Optimization หรือ GEO, Reputation Capital, Culture Up รวมถึงกลยุทธ์ด้าน Influencer ซึ่งสะท้อนว่า AI กำลังถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการให้คำปรึกษา มากกว่าจะเป็นเพียงผลิตภัณฑ์แยกออกมาต่างหาก
ก่อนหน้านี้ Decipher เป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการด้านเทคโนโลยีของ Burson ร่วมกับ Sonar, Reputation Capital และ The Fount โดยหลังการซื้อกิจการ Burson จะสามารถนำเทคโนโลยี Cognitive AI ของ Limbik รวมถึงทีมวิศวกรและนักวิจัยเข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในองค์กรได้โดยตรง และมีแผนขยายการใช้งาน Decipher ผ่านเครือข่าย WPP Open ของ WPP ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Burson
ดึงผู้ก่อตั้ง Limbik เข้าร่วมทีมบริหารด้าน AI
อีกส่วนที่น่าสนใจของดีลนี้คือการนำบุคลากรของ Limbik เข้ามาทำงานต่อภายใต้โครงสร้างของ Burson โดย Zach Switzer และ Josh Levin ผู้ร่วมก่อตั้ง Limbik จะเข้าร่วมบริษัทในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจโดยตรง
Switzer จะรับตำแหน่ง Head of Innovation, Platforms and AI Products ขณะที่ Levin จะดำรงตำแหน่ง Head of Innovation, Client Services and Business Development โดยทั้งคู่จะรายงานตรงต่อ Chad Latz ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรมระดับโลกของ Burson
ขณะเดียวกัน ทีมงานทั้งหมดของ Limbik จะเข้าร่วมทีมพัฒนานวัตกรรมของ Burson เพื่อทำงานด้านการให้คำปรึกษาลูกค้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI ให้สามารถนำไปใช้งานในระดับองค์กรได้กว้างขึ้น
สำหรับ Burson การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เอเจนซีและบริษัทด้านการสื่อสารต้องรับมือกับโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือขององค์กร ความเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์ และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในสภาพแวดล้อมที่ข้อมูลข่าวสารเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว
การมีเทคโนโลยีที่สามารถจำลองพฤติกรรมและคาดการณ์เสียงตอบรับก่อนเผยแพร่ จึงเข้ามาเติมช่องว่างระหว่าง “ข้อมูล” กับ “การตัดสินใจ” โดยเฉพาะงานที่ความผิดพลาดด้านการสื่อสารสามารถส่งผลต่อชื่อเสียงขององค์กรได้โดยตรง
Limbik และเทคโนโลยี Cognitive AI
Limbik เป็นบริษัทที่มุ่งพัฒนา Cognitive AI สำหรับการสร้างแบบจำลองเชิงคาดการณ์และจำลองพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย โดยเทคโนโลยีของบริษัทถูกนำมาใช้ในการพัฒนา Decipher ซึ่งสามารถประเมินแนวโน้มการตอบรับของกลุ่มเป้าหมายทั่วโลกต่อสารที่ต้องการสื่อสาร
แนวทางของ Limbik คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้นักสื่อสารมองเห็นความเสี่ยงและทดสอบกลยุทธ์ในสถานการณ์จำลองก่อนนำไปใช้งานจริง โดยบริษัทก่อตั้งขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทั้งในอุตสาหกรรมโฆษณา หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯ นักวิจัย และธุรกิจเทคโนโลยีสตาร์ทอัพ ปัจจุบันมีการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหภาพยุโรป
หลังการซื้อกิจการ ทีมและเทคโนโลยีของ Limbik จะถูกผนวกเข้ากับโครงสร้างนวัตกรรมของ Burson ขณะที่ Decipher จะยังคงทำหน้าที่เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สนับสนุนการทำงานด้านการสื่อสารของบริษัท
ดีลนี้ยังเชื่อมโยงกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของ WPP ซึ่ง Burson ดำเนินงานอยู่ภายใต้เครือดังกล่าว โดยการนำ Decipher ไปใช้ผ่าน WPP Open เปิดทางให้เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถขยายการใช้งานออกไปนอกขอบเขตของ Burson และเชื่อมต่อกับระบบนิเวศด้าน AI และข้อมูลของเครือ WPP ได้มากขึ้น
การซื้อ Limbik ของ Burson สะท้อนให้เห็นการแข่งขันอีกระดับของธุรกิจเอเจนซีในยุค AI เพราะโจทย์ไม่ได้อยู่ที่ว่า “มี AI หรือยัง” แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถนำ AI เข้าไปอยู่ในกระบวนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้ลึกกว่ากัน Decipher จึงมีความน่าสนใจตรงการขยับ AI จากบทบาทผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ไปสู่การเป็นเครื่องมือสำหรับจำลองสถานการณ์และคาดการณ์ผลลัพธ์ของการสื่อสารก่อนที่แบรนด์จะลงมือจริง หากเทคโนโลยีนี้สามารถทำงานได้แม่นยำและขยายผลในระดับเครือข่าย WPP ได้ตามเป้าหมาย ความได้เปรียบของ Burson จะไม่ได้อยู่แค่การผลิตงานสื่อสารที่เร็วขึ้น แต่คือการขาย “ความมั่นใจในการตัดสินใจ” ให้กับลูกค้า ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของธุรกิจเอเจนซีในยุคที่ข้อมูลมีมากขึ้น แต่ความผิดพลาดในการสื่อสารก็มีต้นทุนสูงขึ้นเช่นกัน
