![]()
ป้ายโฆษณาภาพยนตร์เรื่อง “The Mummy” ผลงานกำกับของ Lee Cronin ถูกสั่งถอดออกจากสถานีรถไฟใต้ดินกรุงลอนดอน หลังหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานโฆษณาแห่งสหราชอาณาจักร หรือ ASA (Advertising Standards Authority) มีคำวินิจฉัยว่าภาพดังกล่าวสร้างความน่าวิตกกังวลเกินไปสำหรับเด็กเล็กที่อาจพบเห็นในพื้นที่สาธารณะ
ASA ได้พิจารณาข้อร้องเรียนจำนวน 30 รายการที่มีต่อแคมเปญโฆษณาของ Warner Bros. Entertainment UK สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ และมีมติรับรองข้อร้องเรียนดังกล่าว โดยระบุว่าป้ายโฆษณาหลักภาพหนึ่งให้ความรู้สึกเหมือน “ภาพของเด็กที่เสียชีวิต” อย่างสมจริงเกินไป ภาพที่เป็นปัญหานี้เป็นภาพระยะใกล้ของตัวละครหญิงที่มีผิวสีเทาแบบมัมมี่ ริมฝีปากแตก ตาบวมข้างหนึ่ง ปกคลุมด้วยผ้าสีน้ำตาลที่มีสัญลักษณ์โบราณ พร้อมข้อความสโลแกน “Some things are meant to stay buried” และรายละเอียดวันฉาย
Posters for Lee Cronin’s 'THE MUMMY' have been pulled from the London Underground after a U.K. regulator ruled that the imagery created “a realistic impression of a dead child.” pic.twitter.com/xYmENzvnrf
— Brad @ Dread Central (@DreadCentral) August 5, 2026
โฆษณาชุดนี้ถูกติดตั้งทั่วเครือข่ายรถไฟใต้ดินลอนดอนและป้ายโฆษณากลางแจ้งในจุดที่ประชาชนทั่วไป รวมถึงเด็ก สามารถพบเห็นได้โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยง แม้ทาง Warner Bros. จะชี้แจงว่าไม่ได้ติดตั้งป้ายภายในระยะ 100 เมตรจากโรงเรียนใดๆ แต่ ASA พบว่าป้ายหนึ่งสามารถมองเห็นได้จากสถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การพิจารณาเข้มงวดขึ้น ทาง Warner Bros. พยายามโต้แย้งว่าตัวละครในภาพเป็น “มัมมี่ที่ยังมีชีวิต” ไม่ใช่ศพ และภาพก็ไม่ได้มีความรุนแรงหรือแสดงสีหน้าคุกคามอย่างชัดเจน แต่ ASA ยืนยันว่าลักษณะที่คล้ายมนุษย์อย่างชัดเจนของภาพทำให้ดูเหมือนเด็กที่เสียชีวิตจริง จึงถือว่าไม่เหมาะสมสำหรับพื้นที่แสดงโฆษณากลางแจ้งที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไม่เฉพาะเจาะจง
ทั้งนี้ คำตัดสินของ ASA มีผลเฉพาะกับแคมเปญโฆษณากลางแจ้งเท่านั้น ไม่กระทบต่อตัวภาพยนตร์แต่อย่างใด ส่วนโฆษณาทางโทรทัศน์และสตรีมมิ่งที่มีฉากจากภาพยนตร์ได้รับการอนุมัติให้ออกอากาศได้หลังเวลา 19:30 น. ตามกระบวนการตรวจสอบก่อนออกอากาศตามมาตรฐานของสหราชอาณาจักรอยู่แล้ว เนื่องจาก ASA มองว่าบริบทและกลุ่มผู้ชมของการออกอากาศตามผังรายการแตกต่างจากป้ายโฆษณาในพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
กรณีนี้สะท้อนบทบาทของ ASA ในการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กเล็กจากภาพที่อาจสร้างความสะเทือนใจในพื้นที่สาธารณะที่ไม่มีการคัดกรองผู้ชม พร้อมเป็นแนวทางเตือนใจแบรนด์และเอเจนซี่โฆษณาในอุตสาหกรรมภาพยนตร์แนวสยองขวัญให้พิจารณาบริบทของสถานที่ติดตั้งสื่อโฆษณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงสาธารณชนวงกว้างโดยไม่เลือกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความคิดสร้างสรรค์ในการโปรโมตภาพยนตร์กับความรับผิดชอบต่อสังคมและครอบครัวที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะ






