Starbucks Korea ฉาวต่อ แคมเปญโฆษณา “Tank Day” ถูกสืบรอบใหม่

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ตำรวจนครบาลกรุงโซล (Seoul Metropolitan Police Agency) เข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ ในย่านกังนัม เมื่อวันพุธ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยส่งเจ้าหน้าที่กว่า 40 นายเข้ารวบรวมเอกสารและข้อมูลดิจิทัลภายในบริษัท เพื่อสืบสวนที่มาของแคมเปญโฆษณา “Tank Day” ที่ถูกกล่าวหาว่าล้อเลียนเหยื่อของขบวนการประชาธิปไตยในประเทศ

ต้นตอของปัญหาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ จัดโปรโมชันแก้วเก็บความเย็นทรงถังขนาดใหญ่ “SS Tank” ภายใต้ธีม “Tank Day” โดยไม่ทันสังเกตว่าวันดังกล่าวตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์ลุกฮือที่เมืองควังจูปี 1980 ซึ่งกองทัพส่งรถถังและเฮลิคอปเตอร์ปราบปรามประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก นอกจากนี้ข้อความในแคมเปญบางส่วนยังถูกตีความว่าพาดพิงถึงคำอธิบายอย่างเป็นทางการหลังการเสียชีวิตของนักกิจกรรมนักศึกษาปาร์ก จอง-ชอล จากการถูกทรมานเมื่อปี 1987 อีกด้วย

แม้สตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ จะถอดโฆษณาดังกล่าวออกภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่กระแสเรียกร้องให้คว่ำบาตรก็ลุกลามอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย ลูกค้าจำนวนมากทิ้งสินค้าที่ระลึกของแบรนด์ ลบแอปสะสมแต้ม และขอคืนเงินจากบัญชีเติมเงินล่วงหน้า ขณะที่หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งเริ่มถอยห่างจากแบรนด์

ทางกลุ่มบริษัทชินเซเก (Shinsegae Group) ผู้ดำเนินธุรกิจสตาร์บัคส์ในเกาหลีใต้ ได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณะหลายครั้ง โดยประธานบริษัท ชุง ยง-จิน โค้งคำนับขอโทษต่อหน้าสื่อ พร้อมปลดซีอีโอสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ ซัน จอง-ฮยอน ออกจากตำแหน่ง และสั่งปิดร้านสาขาทั่วประเทศก่อนเวลาเพื่อจัดอบรมพนักงานเรื่องประวัติศาสตร์และความอ่อนไหวทางสังคม ซึ่งนับเป็นการปิดร้านลักษณะนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่สตาร์บัคส์เข้ามาทำตลาดในเกาหลีใต้เมื่อปี 1999 ขณะที่บริษัทแม่ในสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ระบุว่าแคมเปญดังกล่าว “ยอมรับไม่ได้”

อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ยังไม่สามารถยุติผลกระทบทางกฎหมายได้ องค์กรภาคประชาสังคมและครอบครัวผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการประชาธิปไตยได้ยื่นเรื่องร้องทุกข์ทางอาญา ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาที่พาดพิงถึงตัวประธานบริษัทด้วย โดยตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดฐานดูหมิ่นผู้เข้าร่วมและเหยื่อของเหตุการณ์ 18 พฤษภาคมหรือไม่ ทั้งนี้การเข้าตรวจค้นเพียงอย่างเดียวยังไม่ถือเป็นการยืนยันว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง

ก่อนหน้านี้ตำรวจเคยพยายามขอหมายค้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน แต่ในช่วงแรกยังคงดำเนินการสืบสวนโดยอาศัยเอกสารที่ทางชินเซเกให้ความร่วมมือส่งมอบเอง ซึ่งพบว่ายังมีช่องว่างของข้อมูล เนื่องจากพนักงาน 3 ใน 5 คนที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญปฏิเสธที่จะมอบโทรศัพท์ให้ตรวจสอบ และข้อความสนทนาภายในบางส่วนก็ไม่สามารถกู้คืนได้แล้วเนื่องจากพ้นระยะเวลาจัดเก็บข้อมูล

การเข้าตรวจค้นครั้งใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้จึงมีเป้าหมายเพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว และพิสูจน์ว่าแคมเปญนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่อ ความล้มเหลวของระบบตรวจสอบภายใน หรือเจตนาพาดพิงถึงเหตุการณ์ความรุนแรงทางประวัติศาสตร์โดยตรง แม้ผลการตรวจสอบภายในของชินเซเกจะระบุว่าไม่พบหลักฐานว่าเป็นการจงใจ แต่ตำรวจยังคงเดินหน้าตรวจสอบเอกสารต่อไป

ที่มาภาพ

แหล่งข่าว


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Big Gorilla
กอริลลาหน้าดำหัวใจโพนี ทุกวันนี้รู้ดีถึงพลังมิตรภาพ สมองอยากตื่นตัวแบบไม่สนใจกายหยาบ ตบอกดังป๊าบเวลาได้เห็นเวทมนตร์การตลาดยุคใหม่