รู้จักน้องๆ AI Agent 5 ตัวดัง Dots, Muse, Grok Bot, Claude Duet และ Gemini Spark ทำอะไรได้บ้าง ใครเก่งเรื่องอะไร


ลองจินตนาการว่าเรามีผู้ช่วย AI ที่ติดตามข่าว ตรวจอีเมล เช็กตารางนัดหมาย วางแผนท่องเที่ยว หรือทำงานหลายขั้นตอนให้ต่อได้แม้เราปิดคอมพิวเตอร์ไปแล้ว หรือเวลามีข่าวสำคัญ ตารางเปลี่ยน หรือเดดไลน์ใกล้เข้ามา AI ยังเป็นฝ่ายแจ้งเตือนเราได้เอง

นี่คือความสามารถของ AI Agent ที่กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ทั้ง OpenAI, Meta, xAI, Anthropic และ Google ซึ่งต่างพัฒนาผู้ช่วย AI ให้รับผิดชอบงานจริงและทำงานต่อเนื่องได้มากขึ้น

Marketing Oops! ชวนทำความรู้จัก AI Agent 5 ตัวดัง ว่าแต่ละตัวทำอะไรได้ ใช้ผ่านช่องทางไหน เปิดให้ใช้ในไทยหรือยัง ต้องมีแพ็กเกจใด และผลทดลองใช้งานจริงของ WIRED บอกอะไรเราบ้าง

1. AI Agent คืออะไร ต่างยังไงกับ AI ที่เราใช้กัน

AI Chatbot ที่เราคุ้นเคยอย่าง ChatGPT หรือ Gemini เป็น Generative AI ที่มักทำงานเป็นรอบ ๆ เราพิมพ์คำถามแล้ว AI ตอบกลับ เช่น ถามว่า “วันนี้มีข่าว AI อะไรน่าสนใจบ้าง” ระบบก็จะค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข่าวให้ตามคำสั่งนั้น

ส่วน AI Agent เพิ่มความสามารถในการรับผิดชอบงานหลายขั้นตอน ทำงานต่อเนื่องบนคอมพิวเตอร์ได้ และกลับมาแจ้งเตือนเมื่อมีงานเสร็จหรือมีเรื่องที่ต้องให้เราตัดสินใจ แต่ก็ยังมี AI Agent ที่เก่งขึ้นไปกว่านี้อีกเรียกว่า Always-on AI Agent ที่ออกแบบมาให้คอยติดตามความเปลี่ยนแปลงอยู่เบื้องหลังได้ตลอดเวลาอยู่ด้วย

ยกตัวอย่างงานรีเสิร์ชข่าว หากใช้ ChatGPT เราอาจสั่งว่า “ช่วยค้นหาข่าว AI และการตลาดที่สำคัญที่สุดวันนี้” จากนั้นระบบจะส่งคำตอบกลับมา และวันต่อไปเราต้องกลับมาถามอีกครั้ง หรือตั้งเวลา Scheduled Task ให้ AI รายงานเราตามที่กำหนด

แต่ถ้าเป็น Always-on AI Agent อย่าง dot เราสามารถมอบหมายเป้าหมายระยะยาวๆ ได้เลยว่า “ช่วยติดตามข่าว AI และการตลาดทุกวัน จดจำหัวข้อที่เราให้ความสำคัญ และบอกมาเวลามีข่าวใหญ่ที่ควรทำ” Agent จะติดตามข้อมูลตามขอบเขตและสิทธิ์ที่ได้รับ พร้อมเสนอสิ่งที่ควรทำต่อให้ด้วย

โดยสรุป ความแตกต่าง AI แบบเดิมที่เรารู้จักเหมาะกับการขอความช่วยเหลือตามคำสั่งแต่ละรอบและแม้ว่าเครื่องมืออย่าง Codex หรือ Claude Cowork ก็ทำงานหลายขั้นตอนได้อยู่แล้ว แต่จุดที่ Agent กลุ่มใหม่นำมาแข่งขันเพิ่มคือความทรงจำระยะยาว คอมพิวเตอร์บนคลาวด์ และแจ้งเตือนได้เมื่อเห็นสิ่งที่ควรเราควรสนใจและทำงานได้แม้เราจะปิดคอมพิวเตอร์ได้ นั่นเอง

2. รู้จัก 5 AI Agent ตัวดัง ใครทำอะไรได้บ้าง ใช้งานอย่างไร

OpenAI dots: ผู้ช่วยส่วนตัวที่เหมาะกับคนใช้ ChatGPT

ภาพเปิดตัว OpenAI dots พร้อมคาแรกเตอร์ AI Agent หลายสี
ภาพ: OpenAI

OpenAI เปิดตัว dots เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026 โดย dot แต่ละตัวมีคอมพิวเตอร์บนคลาวด์ feedback และทำงานเพื่อเป้าหมายที่เรามอบหมายได้ตลอด 24 ชั่วโมง จุดเด่นคือการจดจำบริบทจากสิ่งที่เราเคยพูดคุย หรือทำงานกับ ChatGPT ได้ ว่าเราให้ความสำคัญกับอะไร ชอบทำงานแบบไหน และงานใดควรส่งกลับมาให้เราตรวจ

บางครั้งหากเรามีนัดหมายในอีเมล์ที่เราเชื่อมต่อไว้ แล้วมีการเปลี่ยนแปลงเวลา หรือสถานที่ แม้เราจะไม่ได้อ่านอีเมล์ dot จะสามารถส่งข้อความมาเตือนเราได้ว่าข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง หรือเราสามารถให้ dot ร่างอีเมล์และตอบกลับไปด้วยเลยก็ได้

ที่น่าสนใจก็คือถ้าเราไม่สะดวกพิมพ์คุยกับ dot เราก็สามารถโทรไปสั่งงาน dot ด้วยเสียงของเราได้ด้วยเหมือนโทรคุยกับคนจริงๆได้เลยอีกต่างหาก

เราสามารถสร้าง dot ผ่าน ChatGPT บนเว็บหรือ ChatGPT Desktop ก่อนจากนั้นเราจะคุยหรือรับการแจ้งเตือนกับ dot ผ่านแอปมือถือได้ด้วย โดย dot จะเป็นบริการสำหรับผู้ใช้แพคเกจ Pro ที่จ่าย 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ขึ้นไปแพคเกจ Plus จะยังใช้งานไม่ได้

เริ่มใช้งาน: สร้าง OpenAI dot ใน ChatGPT

Meta Muse: AI Agent สำหรับชีวิตประจำวัน

ภาพเปิดตัว Meta Muse พร้อมตัวอย่างข้อความที่ AI Agent ช่วยจัดการ
ภาพ: Meta

Meta เปิดตัว Muse เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 ในฐานะ Personal AI Agent สำหรับผู้ใช้ทั่วไป Muse มีคอมพิวเตอร์เสมือนและ browser ของตัวเอง ช่วยทำงานอย่างการจัดการอีเมล วางแผนท่องเที่ยว และทำงานตามเป้าหมายต่อได้เมื่อเราปิดแอป

สามารถคุยได้ฟรี ผ่านแอป Muse บน iOS หรือ Android, เว็บไซต์ muse.ai ฟังก์ชันส่วนใหญ่ใช้งานด้วยการเชื่อมต่อกับแอปต่างๆนอกจาก Facebook, Instagram แล้วก็ยังมีแอปอื่นๆเช่น Gmail, Google Calendar, Google Docs, Outlook แต่แอปที่เชื่อมได้ก็ยังจำกัดอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นบริการที่ใช้ในต่างประเทศ

Muse สามารถใช้ได้ฟรีและมี subscription สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานเพิ่มเช่นถ้ามี Facebook หรือ IG ของร้านก็สามารถเชื่อมต่อ Instagram Professional และบัญชีโฆษณา Meta เพื่อช่วยวิเคราะห์ Ads Performance ได้ อย่างไรก็ตาม ณ วันที่เขียนบทความ Muse เปิดในอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีประกาศเปิดให้ใช้ในไทย

เริ่มใช้งาน: ดูช่องทางใช้งาน Meta Muse

Grok Bot: สร้างทีมพนักงาน AI ที่แบ่งหน้าที่กันทำงาน

ภาพเปิดตัว Grok Bot ผู้ช่วย AI Agent จาก xAI
ภาพ: xAI

xAI เปิดตัว Grok Bot เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 ด้วยแนวคิด AI Teammates ให้เราสามารถสร้าง Bot หลายตัวและกำหนดบทบาทต่างกันได้ เช่น Bot ฝ่ายขาย การตลาด หรือ Operations แต่ละตัวสามารถทำงานพร้อมกัน ส่งต่องาน และแชร์บริบทในกลุ่มสนทนาได้

จุดเด่นคือ เราสามารถสร้าง Bot หลายตัวให้มีหน้าที่แตกต่างกัน และให้ทำงานร่วมกันได้ เช่น Bot สำหรับรีเสิร์ชข้อมูล Bot สำหรับเขียนคอนเทนต์ และ Bot สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล โดยแต่ละตัวสามารถส่งข้อความ แลกเปลี่ยนบริบท และส่งต่องานให้กันได้ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องคอยสั่งงานทีละตัว

อีกความสามารถที่น่าสนใจคือ Grok Bot สามารถเรียนรู้ขั้นตอนการทำงานจากเราได้ เพียงให้ Bot ดูวิธีทำงานหนึ่งครั้ง ระบบก็สามารถบันทึกขั้นตอนเป็น Routine เพื่อนำไปทำซ้ำในครั้งต่อไป รวมถึงจดจำวิธีทำงานและข้อเสนอแนะที่เราเคยให้ไว้

Grok Bot สามารถทำงานกับบริการภายนอกผ่าน Plugins หรือควบคุมเว็บไซต์ผ่าน Browser ได้ เช่น Gmail, Slack, และเครื่องมือจัดการงานอื่น ๆ ที่รองรับ แม้เว็บไซต์บางแห่งจะไม่มี API สำหรับเชื่อมต่อโดยตรง Bot ก็สามารถใช้ Browser ทำงานแทนเราได้เช่นกัน

วิธีใช้งานก็ให้ดาวน์โหลด Grok Bot จาก เว็บไซต์ xAI รองรับ macOS, Windows, Linux รวมถึงแอปบน iOS และ Android จากนั้นเข้าสู่ระบบ สร้าง Bot และกำหนดหน้าที่ด้วยข้อความเหมือนพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ปัจจุบันรองรับผู้ใช้แพ็กเกจที่มีสิทธิ์ เช่น SuperGrok, Cursor แบบชำระเงิน และ Grok Business

ดาวน์โหลด: ดาวน์โหลด Grok Bot จากเว็บไซต์ทางการ

Claude Duet: AI Agent ที่เน้นงานและการติดตามสิ่งสำคัญ

ภาพเปิดตัว Claude Duet พร้อมไอคอนแอป
ภาพ: Anthropic

Claude Duet เป็น AI Agent จาก Anthropic เปิดตัวเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2026 ในรูปแบบ Research Preview โดยถูกออกแบบมาให้เป็นผู้ช่วยสำหรับคนทำงานและเจ้าของธุรกิจที่ต้องดูแลหลายเรื่องพร้อมกัน

จุดเด่นของ Duet คือ การติดตามงานเชิงรุก (Proactive AI) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลจากแอปต่าง ๆ ที่เราเชื่อมต่อเป็นระยะ สรุปเรื่องสำคัญที่ต้องทำในแต่ละวัน และแจ้งเตือนเมื่อพบเรื่องที่ควรได้รับความสนใจ เช่น อีเมลสำคัญที่ยังไม่ได้ตอบ นัดหมายที่มีปัญหา หรือใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ได้รับชำระ

Duet มีคอมพิวเตอร์เสมือนบนคลาวด์ เหมือนตัวอื่นๆ ทำให้สามารถเปิดเว็บไซต์ ใช้เครื่องมือ และทำงานหลายขั้นตอนต่อได้แม้เราปิดคอมพิวเตอร์หรือมือถือไปแล้วได้เช่นกัน รองรับ Connectors และ Plugins ได้มากกว่า 6,000 รายการเหมือนกับ Claude ซึ่งก็จะช่วยให้ AI สามารถทำงานข้ามแอปได้

Claude Duet ใช้งานผ่านแอปแยกบนมือถือ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ claude.ai บนคอมพิวเตอร์ โดยใช้บัญชี Claude เดิม และสามารถนำ Memory, Skills และการเชื่อมต่อแอปที่มีอยู่มาใช้ต่อได้ ปัจจุบันเปิดให้ผู้ใช้ Claude Pro และ Max ในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับคำเชิญเท่านั้น

วิธีใช้ก็จะคล้ายๆกับ dot ก็คือเราสามารถสั่งให้ Duet ตรวจสอบอีเมลจากลูกค้า ติดตามข่าว หรือข้อมูลยอดขายในเครื่องมือที่เชื่อมอยู่ จากนั้นให้ AI สรุปสิ่งที่ต้องจัดการในแต่ละวัน พร้อมร่างอีเมลติดตามลูกค้าเพื่อส่งให้เราตรวจก่อนที่จะสิ่งจริงๆได้

สมัครใช้งาน: เข้าร่วม Waitlist ของ Claude Duet

Gemini Spark: ผู้ช่วย AI ที่ทำงานร่วมกับบริการของ Google

หน้าจอ Gemini Spark สำหรับมอบหมายและติดตามงานให้ AI Agent
ภาพ: Google Thailand

Gemini Spark เป็น AI Agent จาก Google เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2026 และประกาศขยายการให้บริการมายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 โดยออกแบบมาให้เป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่สามารถทำงานเบื้องหลังได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้เราจะปิดคอมพิวเตอร์หรือล็อกหน้าจอมือถือไปแล้วเหมือนกัน

จุดเด่นของ Gemini Spark คือการทำงานร่วมกับบริการต่าง ๆ ของ Google ได้โดยตรง สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแอป วางแผน และดำเนินงานหลายขั้นตอนให้สำเร็จ เช่น อ่านอีเมล สรุปข้อมูล จัดทำเอกสาร อัปเดตตารางข้อมูล หรือติดตามงานที่ได้รับมอบหมาย โดยตั้งให้ทำงานซ้ำตามเวลาหรือเงื่อนไขที่กำหนดได้

อีกความสามารถที่น่าสนใจคือ Chrome Auto Browse ซึ่งช่วยให้ Spark ใช้ Browser เพื่อทำงานบนเว็บไซต์ต่าง ๆ แทนเราได้ เช่น ค้นหาเที่ยวบิน ตรวจสอบข้อมูลสินค้า กรอกแบบฟอร์ม หรือเริ่มดำเนินการจองบริการได้

Gemini Spark ทำงานร่วมกับบริการของ Google เช่น Gmail, Google Calendar, Google Docs และอื่นๆได้ทั้งหมด รวมถึงรองรับการทำงานผ่าน Chrome และเว็บไซต์ภายนอกได้

เข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ gemini.google.com หรือแอป Gemini บนมือถือ iOS และ Android โดยเลือกเมนู Spark เพื่อมอบหมายงาน นอกจากนี้ยังรองรับแอป Gemini สำหรับ Mac ปัจจุบันเปิดให้สมาชิก Google AI Pro และ Ultra โดยคนไทยใช้ได้แล้วและรองรับภาษาไทย

เริ่มใช้งาน: เปิด Gemini เพื่อใช้ Gemini Spark

ตารางสรุปช่องทางการใช้และแพคเกจที่ต้องมี

AI Agent ช่องทางใช้งาน ใช้ในไทยได้หรือไม่ แพ็กเกจที่ต้องมี
OpenAI dots ChatGPT บน desktop, web และ mobile; ตั้งค่าครั้งแรกผ่าน desktop/web ได้ Pro ขึ้นไป เริ่มต้น

100 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 3,300 บาทต่อเดือน

Meta Muse แอป Muse บน iOS/Android, muse.ai และ WhatsApp ในพื้นที่รองรับ ยังไม่ได้ ใช้พื้นฐานฟรี มี subscription สำหรับความสามารถเพิ่ม
Grok Bot แอปบน macOS, Windows, Linux, iOS และ Android ได้ The X Premium ขึ้นไป เริ่มต้น 30 ดอลลาร์ หรือราว 1,000 บาทต่อเดือน 
Claude Duet แอปแยกบน iOS/Android และ claude.ai ยังไม่ได้ Pro ขึ้นไปเริ่มต้น 20 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 670 บาทต่อเดือน
Gemini Spark Gemini บนเว็บและแอปมือถือ ได้ Google AI Pro ขึ้นไป เริ่มต้น 20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 670 บาทต่อเดือน

3. สรุป AI ตัวไหนเก่งเรื่องอะไร

สื่อต่างประเทศอย่าง WIRED ทดลองใช้ AI Agent ทุกตัวมาเป็นเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง โดยให้ทำ 5 ภารกิจ ได้แก่ ค้นหาข่าวและคิดพาดหัว สั่งอาหาร ตรวจนัดหมายชนกัน วางแผนท่องเที่ยว และช่วยจัดการเรื่องที่กังวลช่วงกลางคืน

เมื่อนับเฉพาะ 5 ตัวในบทความนี้ คะแนนรวมจากภารกิจละ 5 คะแนน รวมเต็ม 25 คะแนน เป็นดังนี้

AI Agent คะแนนรวม /25 จุดเด่นจากการทดสอบ
OpenAI Dots 20 คะแนนรวมสูงสุด เด่นเรื่องสั่งอาหารและตรวจนัดหมายชนกัน
Meta Muse 18 เด่นเรื่องวางแผนท่องเที่ยวและนำเสนอข้อมูลอ่านง่าย
Grok Bot 16 เด่นในโจทย์ช่วยจัดการความกังวลช่วงกลางคืน
Claude Duet 16 ตรวจพบนัดหมายชนกัน และมีหน้าตาใช้งานง่าย
Gemini Spark 12 ทำคะแนนสูงสุดในโจทย์ค้นข่าวและคิดพาดหัว

Dots ได้คะแนนรวมสูงสุด แต่ไม่ได้ชนะทุกโจทย์ ตัวอย่างเช่น Gemini Spark ได้ 5/5 ในภารกิจค้นข่าวเทคโนโลยีและเสนอพาดหัว ขณะที่ Dots ได้ 2/5 เมื่อเปลี่ยนเป็นโจทย์ตรวจความขัดแย้งระหว่างอีเมลกับตารางนัดหมาย Dots กลับทำได้ดีที่สุดและเสนอทางเลือกให้ผู้ทดสอบ ส่วน Claude Duet ตรวจพบปัญหาได้เช่นกัน

Muse ชนะโจทย์วางแผนท่องเที่ยว เพราะจัดข้อมูลเป็นระบบและอ่านง่าย ขณะที่ Grok Bot ได้คะแนนสูงสุดในโจทย์ช่วยรับมือความกังวลยามดึก

อย่างไรก็ตามผลการทดสอบนี้เป็นเพียงประสบการณ์ของผู้สื่อข่าว WIRED ในสถานการณ์จำกัด อาจจะยังไม่ใช่ benchmark ที่ใช้ตัดสินได้ว่า Agent ตัวใดฉลาดที่สุด เพราะความสามารถของ AI ยังมีตัวแปรเกี่ยวกับกับข้อมูลที่เราเชื่อมต่อ สิทธิ์ที่อนุญาต และรูปแบบงานที่มอบหมายด้วย

4. สรุปแล้ว AI Agent ตัวไหนเหมาะกับใคร

  • คนที่ต้องการผู้ช่วยส่วนตัวดูแลงานหลายเรื่อง: OpenAI dots เด่นด้านการติดตามงานและทำงานต่อในระบบ ChatGPT
  • ผู้ใช้ทั่วไปที่อยากเริ่มทดลอง Agent: Meta Muse มีทางใช้ฟรีและประสบการณ์ใช้งานคล้ายการคุยกับเพื่อน ถ้าเปิดในไทยแล้วให้ลองตัวนี้ก่อนได้เลย
  • ธุรกิจหรือทีมที่ต้องการแบ่งงานให้พนักงาน AI: Grok Bot รองรับหลาย Bot หลายบทบาทที่ทำงานร่วมกัน
  • คนทำงานที่ต้องการติดตามงานและสิ่งที่ควรได้รับความสนใจ: Claude Duet มีแนวทางชัด แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดให้บริการแบบทั่วไป
  • คนที่ใช้ Google Workspace เป็นประจำ: Gemini Spark ทำงานต่อกับ Gmail, Docs และ Sheets ได้ และเปิดในไทยแล้ว

5. ก่อนให้ AI Agent ทำงานแทนเรา ต้องระวังอะไรบ้าง

ความสามารถของ Agent มาพร้อมเรื่องความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และความถูกต้อง การให้ AI อ่านอีเมล ปฏิทิน หรือทำงานในบัญชีต่าง ๆ หมายถึงการอนุญาตให้ระบบเข้าถึงข้อมูลบางส่วน ซึ่งอาจรวมข้อมูลลูกค้า ข้อมูลภายในองค์กร หรือข้อมูลส่วนตัว

ผลทดสอบของ WIRED ยังชี้ว่า Agent พลาดได้ ทั้งมองข้ามนัดหมาย ค้นข้อมูลไม่ครบ หรือทำตามคำสั่งไม่ตรงความต้องการ เราจึงควรเริ่มจากสิทธิ์เท่าที่จำเป็น แยกบัญชีหรือข้อมูลสำคัญเมื่อทำได้ และให้มนุษย์ตรวจสอบก่อน Agent ส่งข้อความ ใช้จ่ายเงิน ลงนาม ลบข้อมูล หรือเผยแพร่เนื้อหา

สิ่งที่เห็นจาก AI Agent ทั้ง 5 ตัวก็คือยุคใหม่ของ AI มาถึงแล้วจากความสามารถของ AI ที่สามารถทำงานสื่อสารกับเราได้เหมือนมนุษย์ได้มากขึ้นสามารถทำงานอยู่เบื้องหลังเหมือนเรามีเลขาส่วนตัวที่ทำงาน 24 ชั่วโมงให้เราได้จริงๆ และสิ่งที่จะสำคัญมากขึ้นสำหรับ AI ในยุคต่อไปก็คือ บริบท ของเราและงานของเราที่เราจะต้องทำให้ AI เข้าใจให้ได้มากที่สุดเพื่อให้งานที่ AI ทำตอบโจทย์เราได้มากที่สุดนั่นเอง

ที่มา: WIRED, OpenAI, Meta, xAI, Anthropic, Google Thailand