103.58.148.118

Thai campaign

Ξ Leave a comment

รวมเบื้องหลังไอเดีย Ad ‘ยูนิฟ’ โดยเต๋อ นวพล ทำไมถึงต้องเป็น หนังรัก + สารคดีสัตว์โลก

posted by  1,189 views

เชื่อว่าหลายคนคงเห็นโฆษณา ยูนิฟ ซึ่งได้ผู้กำกับแถวหน้า “เต๋อ นวพล” มากำกับ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากการฉีกแนวหนังโฆษณาทั่วไป ที่เน้นไปในเชิงกึ่งหนังสารคดีชีวิตสัตว์โลกผสมกับหนัง Romcom (Romantic + Comedy) ทำให้รับเสียงตอบรับดีมากจากผู้ชม ซึ่งเมื่อไม่นานมากนี้ เต๋อ ก็ได้โพสต์ลงบนเฟซบุ๊กบอกเล่าถึงเบื้องหลังไอเดียต่างๆ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงการ casting นักแสดง การเลือกมูดและโทน ไปจนถึงการเลือกโลเคชั่น ซึ่งน่าสนใจมาก

หลายๆ อย่างทำให้เราได้รียนรู้ถึงเบื้องหลังความยากของการถ่ายทำหนังโฆษณาสักเรื่องหนึ่ง ที่เราเห็นเพียงไม่กี่นาที ทว่า มีรายละเอียดที่ซับซ้อนและไม่ง่ายเลย ส่วนถ้าใครยังไม่เคยเห็นงานโฆษณาชิ้นนี้ ดูได้จากคลิปด้านล่าง

ส่องสัตว์ , เบื้องหลัง 400 pt.1

- เอาจริงตอนแรกหนังเรื่องนี้จะเป็นหนังจีนแนวกองทัพจางอี้โหมวนะครับ (มันเริ่มมาจากจุดนั้นได้ไง 555 แม็กซ์ เม้ง ซอนญ่าจะไปอยู่จุดไหนของสังคมจีน) แต่ไปๆมาๆ จะเหมือนจะกลายเป็นหนังรักนักเรียน แล้วไปๆมาๆก็กลายเป็นหนังออฟฟิศ (เป็นไอเดียที่เร่ร่อนมาก)

- แต่ทุกอันวนอยู่กับธีม ผักผลไม้ 400 กรัมต่อวัน นะ , อันที่จริงแล้วเป็นความรู้ใหม่ในชีวิตไปเลยครับ และพอยิ่งต้องมาทำงานนี้ เหมือนโดนสะกดจิตอ่ะ ซึ่งการที่ต้องคิดคำว่าผักผลไม้ 400 กรัมต่อวันในหัวไปเรื่อยๆเพื่อหาไอเดีย ในขณะนั้นที่คุณกำลังกินข้าวขาหมูเนี่ย แม่งเปลี่ยนชีวิตเหมือนกันนะ , รู้สึกผิดตลอดเวลา คล้ายๆตอนทำฟรีแลนซ์ที่แบบว่า มึงต้องนอน ร่างกายถึงจะดี แต่ตี 4 ยังไม่เลิกกอง 555

- แล้วมันก็เปลี่ยนจริงๆนะ อาจจะไม่ได้แบบถูกต้องตามหลักมาก แต่ก็คิดว่าควรเริ่มกินอะไรพวกนี้บ้าง , หลังจากลองเริ่มๆกินไปสักระยะ ก็พบปัญหาว่า 1. เราจะได้รู้ได้ไงวะว่าไอ้ที่กินๆไปมีกี่กรัม 2. วันนี้กินครบยังเนี่ย (วินาทีนั้นคิดว่าใครสักคนควรผลิต app มาช่วยบอกกูหน่อย หรือ จัดมาให้เลยว่าต้องกินไรบ้าง)

- น้องยูเริ่มมาละ / แอบเอาของมาให้กินเริ่มมาละ / หนังรักเริ่มมาละ

- ขณะที่โรแมนติคในหัวอยู่, ภาพสารคดีเสือวิ่งมากระโดดแดกกวาง โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่ๆก็คิดว่า ไอ้การจะเล่า fact ข้อมูลพวกนี้แบบตรงไปตรงมาเนี่ย ถ้าเล่าเป็นสารคดีสัตว์โลกไปเลยก็ดีเหมือนกันนะ เพราะสารคดีพวกนี้ชอบบอกข้อมูลตรงๆ (เราต้องฉีดยาให้พวกมัน วันละ 1 มิลลิกรัม เพื่อให้พวกมันอยู่รอด, สัตว์เหล่านี้มีน้ำหนักมากกว่าพวกเราถึง 3 เท่า) ทำให้เรารู้สึกว่า พูดตรงๆได้ในหนังได้เลย ไม่ต้องเขิน

- กลายเป็นหนังรัก + สารคดีสัตว์โลก = สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลิงเถื่อน และนักอนุรักษ์ พร้อมด้วยเสียงเข้มๆของนักพากย์สารคดี / เคยตั้งชื่องานนี้ว่า 400 grams of summer แต่สุดท้ายรู้สึกน้องยูแกให้กินตลอดปี ไม่ใช่แค่หน้าร้อน เลยตกไป 555

- และระบบนิเวศน์ไหนที่ควรจะถูกพูดถึง ก็ควรเป็นระบบนิเวศน์ออฟฟิศนี่แหละ น่าจะเข้าใจง่าย มีสิ่งมีชีวิตนานาพันธุ์มารวมกัน และเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ลองทำหนังชีวิตออฟฟิศดูสักที

- หลังจากนั้นก็ต้องไปเก็บข้อมูลดูคลิปสารคดีลิงบาบูน , สัตว์ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 แห่งป่าแอฟริกา , นักล่าแห่งสะวันนา , นรกของฮิปโป / สัดนี่กูรีเสิร์ชทำหนังรักอยู่รึ

- เดี๋ยวมาเล่าต่อรอบหน้า

ป.ล. แต่เอาจริงๆนะ อยากให้มี app นั้นอยู่เลย แบบวัดได้หมดเลย (มันต้องต่อสายเข้าร่างกายมั๊ย) ทุกวันนี้เน้นกินเยอะๆไปก่อน คิดว่าเหลือดีกว่าขาด แต่ยากจริงๆสำหรับคนที่ปกติไม่ค่อยได้กินผักผลไม้เท่าไหร่ (คือกินได้นะ แต่ถ้ามีคนมา feed ให้กินแบบสราวุฒิ จะง่ายและงดงาม ไม่ต้องคิดใดๆ กินอย่างเดียว 555 )

unif1

ส่องสัตว์ , เบื้องหลัง 400 pt.2

- ว่าด้วยสารักคดีสัตว์โลก

- หลังจากคิดว่าจะทำเลียนแบบสารคดีสัตว์โลกแล้ว ก็ทำให้ต้องมาดูพวกรายการสารคดีพวกนั้นว่าเขาถ่ายทำกันยังไงบ้าง ใช้ช็อตแบบไหนบ้าง ก็เริ่มด้วยการดูเสือล่ากวาง จระเข้ล่าเหยื่อ กระทิงชนกัน แม่งชัดๆ เลยสัตว์โลกมากๆ คนเก็ทสไตล์เร็วแน่นอน แล้วก็พบว่ามันไม่น่าจะใช้ประโยชน์อะไรได้ เพราะพระเอกเราทำงานในออฟฟิศ ไม่ได้ชกมวยหรือขับรถบรรทุก มันคงจะไม่ได้บู๊ขนาดนั้น พวกทางกล้องหรือการตัดต่อก็คงจะดุเดือดขนาดเสือล่าเหยื่อไม่ได้ เพราะไม่มีแอ็คชั่นอะไรให้ถ่าย สราวุฒิจะไปกระโดดตะครุบเม้งก็คงไม่ใช่ นั่นเป็นที่มาของการเปลี่ยนทางเล็กน้อย

- คราวนี้เลยมาโฟกัส สารคดีลิงแทน เนื่องด้วยรูปร่างของลิงคล้ายคน และการเคลื่อนไหวพฤติกรรมมันก็คล้ายคน ก็คิดว่าน่าจะพอถ่ายก๊อปได้ / แล้วก็ใช้ได้จริงๆด้วย การถ่ายทำก็จะสงบนิ่งกว่าเสือสิงโต และก็เหมือนเป็นการเฝ้าดูพฤติกรรมมากกว่า สารคดีมีแต่ลิงกินกล้วย ปีนต้นไม้ เกาหลัง

- คลิปที่โพสท์ในภาพนี้ คือ คลิปหลักที่ดู ความโชคดีคือ ดูๆไป อยู่ๆแม่งมีสัมภาษณ์นักอนุรักษ์ผู้หญิงสาวสวยพอดี แล้วเขาแบบเลี้ยงดูลิงพวกนั้นด้วยความรักจริงๆ มีการจดบันทึกพฤติกรรมต่างๆนานา และเดินทางเข้าไปประสานสัมพันธ์กับลิง / ภาพการให้อาหารด้านล่างที่ท่านเห็นนี้คือภาพ inspiration ว่า หนังรักสัตว์โลกนี้น่าจะพอเกิดขึ้นได้นะ โรแมนติคซะงั้น ก๊อปช็อตเลย

- พอเริ่มแพลนจะถ่ายแบบนี้ไปสักพัก ก็กลัวคนจะหลับ เพราะมันนิ่งมาก หลังๆ เลยไปดูพวกสารคดีลิงดุร้ายบ้าง คนถ่ายก็จะบู๊หน่อย ถ่ายแฮนด์เฮลด์ เดินตามมากขึ้น เพราะในหนังมีช่วงต่อสู้กับแก๊งลิงเถื่อนด้วย

- และก็นั่งพิจารณาว่าเราจะผสมสารคดีสัตว์โลกกับหนังจริงๆได้ยังไง เพราะที่เราถ่ายมันไม่ใช่ป่า มันเป็นห้องเหลี่ยมๆ มันต้องหาวิธีการให้เหมาะสม / ก็พลันคิดไปถึง district 9 ที่ถ่ายแบบสารคดีสัตว์และมีสัมภาษณ์คน รวมถึงซีรีส์ปัญญาอ่อนแบบ park and rec.

- จริงๆ ที่ผ่านมาก็ถ่ายแบบสารคดีมาตลอด แต่ยังไม่มีครั้งไหนที่ระเบิดซูมแหลกลานขนาดนี้ (ระหว่างถ่ายนี่ต้องสวมจิตวิญญาณ หมู ชยนพ นักระเบิดซูมแห่งเมย์ไหนฯ) ก็นั่งระเบิดซูมกันไป ประเด็นคือฉันต้องไปหมุนซูมเอง เพราะตัวเองรู้คนเดียวว่าจะต้องซูมตอนไหน มันเหมือนตัดต่อในหัวเดี๋ยวนั้นเลย แต่บางฉากไม่ยากหรือกะจังหวะได้แล้ว ก็ให้น้องผู้ช่วยกล้องทำไป เพราะกล้องและเลนส์รอบนี้แม่งใหญ่สัดๆ (ไว้โพสท์ให้ดู)

- และแล้วเราก็ได้สารักคดีสัตว์โลกมา 1 เรื่อง , รอบหน้าพาทัวร์ซาฟารี

unif6

ส่องสัตว์ , เบื้องหลัง 400 pt.3

- พี่สราวุฒิ no.3

- ตอนแรกๆ ในบทไม่ได้มีเขียนชื่อใครไว้เฉพาะเจาะจงมากหรอก แต่เมื่อถึงวินาทีที่พี่ฝ่ายอาร์ตมาถามว่า บัตรพนักงาน ตกลงจะชื่ออะไร ชื่อสราวุฒิก็มาถึงอีกครั้ง, ไหนๆก็แอบรักกันละ กูเอาเป็นซีรีส์แอบชอบพี่ไปเลยละกัน

- แม็กซ์ เจนมานะ aka the young เคน ธีระเดช, เคยพบกันแล้วในงานนึง แต่ตอนนั้นยังไม่เข้าเคส เลยกดเซฟแม็กซ์ไว้ในใจตลอด ที่เหลือก็ฟังเพลงแม็กซ์ไปเรื่อยๆ จนมางานนี้ถึงได้คิดถึงแม็กซ์ไว้เป็นลำดับแรกๆ แบบว่าพี่สราวุฒิเวอร์ชั่นนี้ต้องแม็กซ์แล้วว่ะ

- ด้วยความที่หน้ายังเป็นพี่เคนเหมือนเดิม เราจึงต้องจับแม็กซ์ใส่แว่น (ตอนไม่ใส่แว่นนี่ ตาหวานเหลือเกิน เดี๋ยวน้องยูทนไม่ไหว) พร้อมด้วยกับความร่างใหญ่กล้าม เราจึงต้องเอาเสื้อผ้าคลุมทับเขาอีกที เพื่อให้เขากลายเป็นพี่แอดมินหมีอ้วนคนหนึ่ง

- ความยากคือ หน้าแม็กซ์ เป็นหน้าดราม่า ตาเศร้าสร้อย, ตอนแรกก็แบบทำไงดีวะ ดูเครียดเศร้า ตอนแคสติ้งเลยลองให้แม็กซ์เล่นเร็วขึ้นเรื่อยๆ พิมพ์เร็วขึ้นเรื่อยๆ พูดเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดนึง คือ แม่งเริ่มตลกละ (แต่ตายังเศร้าเหมือนเดิม) ยิ่งเร็ว ยิ่งเวียร์ด ยิ่งดูเข้าคาแรคเตอร์ / วันจริงเลยได้แต่บรีฟแม็กซ์ว่า ‘โอเค พร้อมถ่าย แม็กซ์พิมพ์เร็วๆ ครับ แอ็คชั่น’

- คำถามคือทำไมไม่เอาคนฮาๆ มาเล่นเลย คำตอบคือ คิดว่าตัวละครสราวุฒิต้องดูเป็นคนจริงจังกับการทำงานจริงๆ เพื่อประโยชน์ผู้อื่น ว่าง่ายๆ คือ ต้องดูเป็นคนจิตใจงดงามอารี ไม่ใช่แบบพี่ยุ่นบ้าคลั่งลืมกินข้าว อะไรแบบนั้น เราจึงต้องพึ่งพาตาหวานใสหวานซื่อสไตล์พี่เคนของเขา

- เราจึงยินดีที่เจนมานะ เพราะถ้าเจนไม่มานะ เราจะทำยังไงล่ะ (ใช้ตานี่ ก็ต้องขอเล่นมุขนามสกุลหน่อย #ถามเขายัง #แม็กซ์บอกผมไม่ขำ)

#400

unif5

ส่องสัตว์ , เบื้องหลัง 400 pt.4

- มาถึงคิว ซอนญ่า หรือ ซอนจย้า

- พบเจอซอนญ่าในช่วงก่อนทำแคสท์ประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะช่วงนั้นเหมือนวง sweat16! เพิ่งเปิดตัว หรือ เพิ่งมีรูปออกมาเยอะๆ , เห็นแล้วทำไมนึกถึงนานะ โคมัทสึนิดๆ และคิดถึงไปถึงพี่มาช่าสมัยสาวๆ อีกหน่อย มีความฝรั่งญี่ปุ่นผสมกัน ดูน่าสนใจมากๆ เลยมาร์คไว้ก่อน , แน่นอนว่าหน้าลูกครึ่งฝรั่งนั้นไม่ได้จะเข้าได้กับทุกบท ยากพอสมควร ไม่รู้จะเจอบทที่เหมาะเมื่อไหร่

- ในช่วงวันทำแคสท์ จริงๆ ทิศทางนักแสดงก็ไม่ได้เป็นแบบซอนญ่าเลย ก็จะเป็นแนวสาวหมวยจืดทรงพลังแทน แต่ในวีคที่กำลังแคสติ้งอยู๋นั้น เป็นช่วงเวลาที่หนังโฆษณาออฟฟิศหมวยจืดออกมาเพียบเลย ทำให้ตระหนักได้ว่าเราไม่ควรไปสู้กับพี่ๆ เขา เราไปอีกทางเลยดีกว่า เลยเกิดการยูเทิร์นกลับเล็กน้อย , ภาพของน้องฝรั่งจึงกลับมาอีกครั้ง

- รบกวนพี่แคสติ้งโทรเรียกมาลองหน่อย , แล้วก็พบว่าเจ้าหนูอายุ 16 คนนี้มันมีของเยอะดี (ใช่ครับ น้องอายุ 16 นะทุกคน , ตลกมากตอนแม็กซ์กับเม้งรู้อายุนี่คือสะดุ้ง 555)

- ซอนญ่าเป็นลูกครึ่งไทย-ไอริช มีกระบนใบหน้าเยอะแยะตามธรรมชาติ (ผมเรียกว่ากระทางช้างเผือก) สองคุณสมบัตินี้มีความทับซ้อนกับเจ้าเด็ก เคียร่า เคนเนดี้ ในโฆษณาคิโกะ มิซึฮาระ ของ embassy ที่เคยทำเลย เพราะเคียร่าก็ไอริช / ความตลกคือ ตอนออกกอง เรียกซอนญ่า ว่าเคียร่า บ่อยมาก น้องคง งงว่าเคียร่านี่ใครวะ , มึน

- ลูกครึ่งไม่ใช่คุณสมบัติเดียวที่น่าสนใจ อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ ซอนญ่าเรียน ร.ด. (สมัครเอง) เธอกำลังเพาะกายเล่นกล้าม เธอนับแคลกินข้าว แต่ในขณะเดียวกันเธอก็เป็นเกิร์ลกรุ๊ป sweat16! ด้วย

- นี่แหละตัวละคร น้องยู ที่ควรจะเป็น , มั่วๆ แต่สวยดี / เอาจริงๆ ตอนแรกก็ไม่ค่อยแน่ใจนะ กลัวดูเด็กไป แต่เราผ่านเส้นทางดาวิกามาแล้ว pushอายุดาหวิขึ้นไป 7 ปีได้ เราก็ push อายุซอนญ่าขึ้นได้เช่นกัน (จาก 16 เป็นประมาณ 23) คือ อยากได้เซนส์เด็กๆ ของตัวละครด้วย ไม่ดูโตเกิน เพราะโทนเรื่องมันมีความเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นนิดๆด้วยเช่นกัน / สุดท้ายมาคิดว่าเลือกถูกคนก็ตอนถ่ายฉาก ‘ก็…’ แล้วรู้สึกตาน้องมันหวานได้ถูกเวลา เออ ต้องคนนี้แหละ

- น้องอาจจะยากหน่อยเวลาต้องด้นสด เนื่องจากยังเด็กและมีความพูดไม่ชัดอยู่บ้าง (กับยังติดวิธีการแสดงที่ได้ยินมาว่าห้ามเปลี่ยนสคริปต์ ต้องพูดตามบทเป๊ะๆ เป็นการเคารพคนเขียนบท, ผมเลยต้องมาบอกว่างานนี้เปลี่ยนได้ เราเขียนบทเอง ไม่ต้องเคารพ) แต่ตอนแรก what the hell จริงๆ ควรจะเป็น what the fuck แต่น้องพูดไม่ไหว 5555 น้องบอกว่าด่าเป็นภาษานอร์เวย์จะดีกว่า แล้วน้องก็พูด what the fuck เป็นนอร์เวย์ ซึ่งตลกมาก แต่วันถ่ายจริง นอร์เวย์นั้นก็ได้จากไป ลืมให้ทำอีกรอบ เนื่องจากรีบ , อ่ะ ก็ไม่เป็นไร ไว้นอร์เวย์กันรอบหน้าๆ

- ซอนญ่าร้องขออยากกินอาหารผักผลไม้ 100g ที่เป็นของประกอบฉากตลอดเวลา ถามตลอดว่ากินได้ไหม (ถามจนตี 1 ก็ยังถาม ใครก็ได้ส่งให้น้องเขากินหน่อย)

- ระหว่างรอเทคต่อไป น้องจะหนีบหนังสือนิยายภาษาอังกฤษมาอ่านรอ , ดีมากที่น้องไม่ค่อยเล่นโทรศัพท์ , น้องบอกว่าเปิด ig มานานแล้วค่ะ เพิ่งโพสท์ไปแค่ 40 รูป / จบ.

- ตลกดีเหมือนกันที่ต้องทำงานกับเด็กๆ ที่เล็กกว่าเรา 17 ปี 555 ข้อดีคือน้องแอ็คทีฟมาก ราวกับจะมาแข่งวิ่งกรีฑาตลอดเวลา ข้อไม่ดี คือ น้องแอ็คทีฟไป น้องซอนแกพูดไปได้เรื่อยๆ , ซอนญ่าแสดงก่อน เดี๋ยวค่อยเล่าให้พี่ฟังต่อ 55

- รอบต่อไป เจอลิงเถื่อนนะ

#400

unif2

ส่องสัตว์ , เบื้องหลัง 400 pt.5

- rises of planet of the apes

- เม้งคงสงสัยว่า กูกลายเป็นลิงเถื่อนได้ไงวะ ในสคริปต์ไม่เห็นมีซะหน่อย นี่กูทำไรผิด

- ความจริงแล้วเม้งนั้น ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เขาเคยปรากฎตัวในฟรีแลนซ์ฯ มาแล้วครับ (ตอนไหน?) แต่ดันโดน delete ออกทั้งซีน ก็เลยกลายเป็นเพียงเอ๊กซ์ตร้าลูกน้องนายไก่เซเว่นไปเลย / ใครมีแผ่นดีวีดี ลองดูใน deleted scene ได้ จะมีฉากนึง เม้งได้ต่อกรกับพี่ซันนี่ / แต่จำได้ว่ามันเล่นดีเลย คือเอาเลยตั้งแต่มาแคสท์ละ เด้ดมาก งดงาม

- เนื่องจากรู้สึกผิด เพราะเม้งคงไปดูฟรีแลนซ์ที่โรงแล้วแบบ กูอยู่จุดไหนของหนัง วันนั้นก็ถ่ายไปหลายเทคนี่หว่า หรือกูฝันไป 555 เลยรู้สึกว่าจำเป็นต้องนำพาเม้งกลับมาในสักวันให้ได้

- รอมาปีนึง ในที่สุดก็ได้พบกับบทที่เหมาะสมกับเม้งแล้ว , จริงๆตอนแรกบทเม้งก็ไม่ได้เยอะมากใน 400 ครับ แต่กำกับไปกำกับมา แม่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ เหมือนสมัยตี๋เล็ก

- ด้วยคอนเซปต์การทดลองรอบนี้คือ การเล่นมุขไร้สาระ ไร้ที่มาที่ไปในหนัง แบบฉับพลันโดยไม่เตรียมตัวก่อน ใส่ๆ ไป เกินๆ ไว้ ให้มันยื่นๆ ดังนั้น การทดลองทั้งหมดจึงมีเม้งเป็นสื่อนำพา (เม้งคงคิดว่า สัด ไม่มีในสคริปต์อีกแล้ว) หลายๆ อย่างที่ท่านเห็นในหนัง เกิดขึ้นตอนบอกให้ทำหน้ากอง เช่น เม้งซับมันเพราะไม่อยากให้นั่งเฉยๆ , ซีเกมส์ปีนี้จัดที่มาเลเซียแบบไร้สาเหตุ , การกินลุยสวนแบบคอมโบ้ (มีเทคนึง ไม่คัท เม้งอัดเข้าไป 5 ลูกในปาก แลดูติดคอ) ซึ่งท่ากินคอมโบ้จั๊บๆๆๆ ของเม้งนี่เอง เป็น inspiration ของคำว่าลิงเถื่อน เนื่องจากประชาชนหน้ามอนิเตอร์ต่างมีมติเห็นร่วมกันว่า ตอนเม้งมันกินคอมโบ้จั๊บๆ แล้วหันซ้ายหันขวาเนี่ย แม่งเหมือนฝูงลิงขโมยอาหารแถวลพบุรีจริงๆ / นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆ ที่การแสดงของนักแสดงรุนแรงจนกลั่นตัวเกิดเป็นสคริปต์ใหม่ขึ้นมาได้ ถือเป็นกระบวนการไหลย้อนกลับของการทำหนังมาก เพราะจริงๆ ตอนที่เม้งกินแบบคอมโบ้นั้น ในสคริปต์ไม่มีเสียงบรรยายใดๆ แต่พอมีภาพแล้ว คิดว่ามันต้องบรรยายว่ะ

- เอาเป็นว่า เม้งเล่นดีมาก งดงาม

- ปัจจุบันเม้งทำงานใน salmon house ใครดูงานแซลม่อนบ่อยๆ ก็น่าจะไ้ด้เห็นเขาเรื่อยๆ แต่อีก persona นึงคือ เม้งเป็นนักดนตรีสายทดลองอิเล็คทรอนิคส์ในนาม Beam Wong แม่งโคตรเท่ ถ้าใครได้ฟังเพลงเขาแล้วจะลืมภาพลิงเถื่อนไปหมดสิ้น ผมรับประกัน (รอบนี้นักแสดง 3 คนไปเปิดวงดนตรีได้เลยนะ เล่นเต้นร้องกันหมด)

- จริงๆแล้วเม้งเป็นเพื่อนกับตี๋เล็กด้วย , ผมใฝ่ฝันว่าสองคนนี้ควรปรากฎตัวร่วมกันในงานสักงาน อันนี้ผมจอง

#400

unif4

ส่องสัตว์ , เบื้องหลัง 400 pt.6

- แถมให้อันสุดท้ายสรุป

- หลังๆ เริ่มค้นพบว่า การที่จะให้โทนสีหนังออกมาโอเคนั้น เราจะไปหวังพึ่งกับการเกรดสีสุดท้ายไม่ได้เท่าไหร่ (ตอนแรกๆ ชอบทำแบบนั้น) มันต้องทำไปเลยตั้งแต่หน้ากอง หรือ สถานที่ถ่ายทำจริง หรือ เสื้อผ้า ต้องแมทช์กันไปก่อนเลย จะได้จบ (หลักการนี้เขาอาจจะรู้กันนานแล้ว แต่ผมเพิ่งรู้ 555) , รอบนี้เลยคิดว่าจะลองทำเลยจากหน้ากองจริงๆ

- ความแซดคือ โลเคชั่นแห่งหนึ่งที่เราอยากถ่ายมากๆๆๆๆๆๆๆ แบบว่าถ้าถ่ายที่นี่สบายเลย แทบไม่ต้องทำไรเลย เพราะสวย โทนสีถูก และฟังก์ชั่นครบมาก แต่สุดท้ายเจ้าของสถานที่ให้เราถ่ายแค่วันละ 6 ชั่วโมง ก็ยึกๆ ยักๆ กันอยู่นาน สุดท้ายคิดว่าก็ปล่อยไปดีกว่า

- พอปล่อยไปปั๊บ เวลาในการเตรียมตัวก็จะหมดแล้ว เลยต้องเลือกช้อยส์ที่เหลือ ที่มีอยู่ในมือ และก็ได้มาเจอกับสถานที่ถ่ายทำนี้, สารภาพว่าตอนแรกคือไม่ชอบเลย เพราะมันเป็นโลเคชั่นออฟฟิศที่ทุกคนถ่ายกระหน่ำ แบบว่าถ้ามีซีนออฟฟิศเหรอ ต้องที่นี่สิ อะไรแบบนั้น, เราก็รู้สึกว่า หนังแต่ละเรื่องน่าจะมีออฟฟิศที่ไม่เหมือนกันนะ BUT มันไม่มีเวลาแล้ว ก็ต้องเลือกที่นี่ อ่ะ ไม่เป็นไร ซึ่งพอพิจารณาจริงๆ พวกโครงสร้างมันก็พอใช้ได้ แต่เราติดว่ามันใช้ถ่ายกันบ่อยมากๆ แล้วเท่านั้นเอง

- จึงต้องพลิกวิกฤติเป็นโจทย์ (ไม่ใช่โอกาสนะ) : ถ่ายที่นี่ก็ได้ แต่เราจะทำยังไงให้ลุคมันไม่เหมือนเดิมได้บ้าง, การร่วมมือกับทีมอาร์ตจึงเริ่มขึ้น

- (ภาพบน) เวลาไปดูสถานที่จริง มักจะเป็นแบบนั้น คือ สีต่างๆ ในห้องจะล้นทะลักเต็มไปหมด ไม่มีการคุมโทนใดๆ ปวดหัวมาก จะรู้สึกโลเคชั่นแย่ แต่จริงๆ ควรต้องตั้งสติแปร่บบบ ดูว่าเราควรจะลดทอนสีในห้อง ให้เหลือแค่สีอะไรบ้าง (เพราะบางทีห้องมันดีนะ เราแค่โดนสีหลอก) / ของเด่นของที่นี่คือ ตู้เอกสารและม่านที่ออกสีเหลืองครีม พื้นมันเป็นสีเทา ซึ่งเราย้ายตู้ไม่ได้ ย้ายพื้นไม่ได้ ยังไงมันก็จะต้องมีในห้อง เลยคิดว่าจริงๆ ถ้าจะให้สวย ทำโทนสีเมนให้เป็นสีเหลืองครีม คู่กับสีน้ำเงินเทา ไปเลย

ลดสีในห้องให้เหลือแค่นั้น และแซมๆ ด้วยสีเขียวเพื่อเสริมความเป็นป่าๆ / ตอนในดวงตาต้องปรับจิตให้เป็นขาวดำเพื่อมองห้อง แล้วค่อยๆ หาสีพวกนี้ใส่เข้าไปแทนว่าจะใส่ตรงไหนได้บ้าง เลยทำพาร์ติชั่นเป็นเหลือง โต๊ะเป็นเทา และเสามีสีครีมครึ่งนึง พร้อมเติมต้นไม้ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้

- เสื้อผ้าของนักแสดง ก็จะถูกลากให้เป็นโทนเดียวกันหมดกับห้อง (ปกติจะทำให้เสื้อผ้าคอนทราสต์กับสีห้อง แต่รอบนี้อยากลองให้เสื้อผ้าตัวละครกลืนเป็นสีเดียวกับห้อง รู้สึกเหมือนเวลาอยู่ในป่าที่สีทุกสีมันจะใกล้เคียงกันหมด หรือเหมือนเจ้าหน้าที่พรางตัวเช้าไป ก็จะใส่เสื้อสีเดียวกับป่า) / จริงๆ ตอนแรกทีมเสื้อผ้ามีการดีไซน์ว่า เสื้อพระเอกควรจะมีขนๆ หมีๆ สัตว์ๆ แต่เคยเอามาลองฟิตติ้งแล้วไม่ค่อยดี ดูวัยรุ่นไป เลยไม่เอา , ส่วนเสื้อนางเอก อยากให้เป็นเหมือนเสื้อเจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นยูนิฟอร์ม มีปก จะได้ดูเหมือนเจ้าหน้าที่นิดๆ

- ไปๆ มาๆ แม่งเหมือนแก้ทั้งฟลอร์ ต้องขอบคุณทีมงานทุกท่านจริงๆ

/ สุดท้ายออกมา หนังก็มีหน้าตาอีกแบบไปเลยจริงๆ ไม่รู้สวยน้อยสวยมากนะ แต่คิดว่าแตกต่างจากออฟฟิศเดิมก็โอเคล่ะ

unif7

ดูโฆษณาแล้วมาอ่านเบื้องหลัง รู้สึกอย่างไรกันบ้างคะ …

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เดินทางสายนักข่าวมากว่าสิบปีก่อนจะมาหลงใหลในงานดิจิตอล แต่งตัวฟรุ้งฟริ้งเคลิบเคลิ้มดนตรีร็อค

User Name: pigabyte

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ four = 5

Recent Posts

Facebook