
หลังจากก่อนหน้านี้เริ่มมีกระแสข่าวเกี่ยวกับ Meta One แพ็กเกจสมาชิกแบบเสียเงินของ Meta ที่ทยอยเปิดให้ผู้ใช้บางบัญชีในประเทศไทยเห็น พร้อมฟีเจอร์ใหม่สำหรับช่วยให้ครีเอเตอร์และธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือใช้แพลตฟอร์มของ Meta เป็นช่องทางเข้าถึงลูกค้า สามารถสร้างตัวตนขยายฐานผู้ติดตาม วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ส่ง Traffic ไปยังเว็บไซต์ และจัดการบัญชีร่วมกับทีมได้สะดวกขึ้นแล้วนั้น
ล่าสุด Meta เปิดข้อมูลของ Meta One ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมยืนยันโครงสร้างสมาชิกทั้งหมด 9 รูปแบบ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 27 บาท ไปจนถึง 10,990 บาทต่อเดือน ครอบคลุมทั้งแผนเดี่ยวสำหรับ Instagram, Facebook และ WhatsApp แผนรวมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้ AI ระดับโปร รวมถึงแผนระดับมืออาชีพสำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจ
การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่กว่า 50 รายการบน Instagram, Facebook, WhatsApp และ Meta AI ขณะที่ Meta ระบุว่ามียอดสมัครสมาชิกและทดลองใช้รวมแล้ว 15 ล้านครั้งจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นในบทความนี้ Marketing Oops! จะมาสรุปทุกๆแพคเกจราคาให้อ่านแบบเข้าใจง่ายๆกัน
สรุปราคา Meta One ในประเทศไทย
Meta One แบ่งแพ็กเกจสมาชิกในไทยออกเป็น 3 กลุ่ม รวมทั้งหมด 9 รูปแบบก็คือ
1. แผนเดี่ยวแยกรายแอปพลิเคชัน

เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มฟีเจอร์เฉพาะแอปที่ใช้งานเป็นประจำ โดยไม่ต้องสมัครบริการแบบรวม
- Instagram Plus ราคา 35 บาท/เดือน – เพิ่มฟีเจอร์สำหรับแสดงความเป็นตัวเองและเชื่อมต่อกับเพื่อนบน Instagram ฟีเจอร์เด่นๆที่พูดถึงกันก็คือ รับการแจ้งเตือนเมื่อมีคนที่เรากำหนดเข้ามาดู stories ของเราได้ทันที
- Facebook Plus ราคา 35 บาท/เดือน – สามารถปรับแต่ง Facebook เช่น ไอคอนแอปแบบกำหนดเองและ Super Hearts รีแอ็กชันหัวใจเวอร์ชันพิเศษสำหรับกดใน Stories ของเพื่อน
- WhatsApp Plus ราคา 27 บาท/เดือน – สามารถจัดระเบียบแชท ธีม ไอคอน สติกเกอร์เอฟเฟกต์พิเศษ และปักหมุดแชทได้มากขึ้น
2. แผนรวมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้ AI ระดับโปร

นำฟีเจอร์จากหลายแอปมารวมไว้ใน Subscription เดียว พร้อมเพิ่มสิทธิในการสร้างภาพ วิดีโอ และคอนเทนต์ด้วย Meta AI พูดง่ายๆคือรวมเอาทั้ง Instagram Plus, Facebook Plus และ WhatsApp Plus เข้าไว้ด้วยกันนั่นเอง
- Meta One Core ราคา 169 บาท/เดือน – รวมฟีเจอร์จาก Instagram Plus, Facebook Plus และ WhatsApp Plus พร้อมเพิ่มสิทธิใช้ Restyle เอฟเฟกต์เสียง และการสร้างภาพหรือวิดีโอด้วย Meta AI
- Meta One Premium ราคา 679 บาท/เดือน – ได้รับทุกสิทธิจาก Core พร้อมเพิ่มโควตา Meta AI และเครื่องมือสร้างสรรค์บนแอปของ Meta ไปยังระดับสูงสุดของกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป
3. แผนรวมสำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจ

เพิ่มเครื่องมือสำหรับสร้างตัวตน ขยายฐานผู้ติดตาม วิเคราะห์ข้อมูล เชื่อมต่อกับลูกค้า ทำงานร่วมกับทีม และใช้ AI ช่วยดูแลธุรกิจ
- Meta One Essential เริ่มต้น 319 บาท/เดือน – เน้นการสร้างความน่าเชื่อถือและปกป้องตัวตน พร้อม Verified Badge ระบบป้องกันการแอบอ้าง และเพิ่มสิทธิใช้ Meta Business Agent ตอบแชทใน WhatsApp
- Meta One Advanced เริ่มต้น 1,099 บาท/เดือน – เพิ่มเครื่องมือเผยแพร่คอนเทนต์ การตั้งเวลาโพสต์ การใส่ลิงก์ในโพสต์และ Reels ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย และการเข้าถึงบัญชีร่วมกับทีม
- Meta One Expert เริ่มต้น 3,199 บาท/เดือน – เพิ่มโควตาการแปะลิงก์ ระบบช่วยเหลือ Original Content Credit และเครื่องมือสำหรับบัญชีที่ผลิตคอนเทนต์หรือสร้าง Lead ในระดับสูงขึ้น
- Meta One Max เริ่มต้น 10,990 บาท/เดือน – เพิ่มสิทธิและโควตาไปยังระดับสูงสุด รองรับครีเอเตอร์หรือธุรกิจที่บริหารคอนเทนต์และบัญชีในสเกลขนาดใหญ่
สำหรับ Meta Business Agent ใช้งานบน WhatsApp และ Messenger และกำลังขยายไป Instagram แต่การประกาศสิทธิ์ภายใต้ Meta One ประเทศไทยครั้งนี้ระบุเฉพาะ WhatsApp จึงอาจตอบโจทย์ธุรกิจที่มีลูกค้าต่างชาติหรือทำตลาดข้ามประเทศมากกว่าธุรกิจที่ใช้ LINE OA เป็นช่องทางสนทนาหลัก
ทั้งนี้ ก็ต้องติดตามว่า Meta จะขยายสิทธิ์ภายใต้แพ็กเกจไปยัง Messenger และ Instagram ในประเทศไทยเพิ่มเติมหรือไม่กันต่อไป
เจาะลึกแพคเกจสำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจ
สำหรับกลุ่มแพคเกจที่น่าสนใจน่าจะมาอยู่ที่แพคเกจสำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจที่ Meta เปิดเผยข้อมูลออกมานั่นก็คือแพคเกจ Essential, Advanced, Expert และ Max
โดยความแตกต่างของแต่ละระดับอยู่ที่จำนวนเครื่องมือและโควตาการใช้งาน ไม่ได้เป็นการแบ่งตายตัวว่าแพ็กเกจหนึ่งสำหรับครีเอเตอร์ อีกแพ็กเกจสำหรับ SME หรือองค์กรขนาดใหญ่แต่อย่างใด โดยรายละเอียดของแต่ละแพคเกจมีดังนี้
Meta One Essential เริ่มต้น 319 บาทต่อเดือน

Meta One Essential เป็นระดับเริ่มต้นสำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจ โดยวางตำแหน่งไว้สำหรับการสร้างตัวตนให้เป็นที่รู้จัก เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ สิ่งที่ได้ในแพคเกจนี้ก็เช่น
- เครื่องหมายยืนยันตัวตน
- ระบบตรวจหาและป้องกันการแอบอ้างตัวตน
- สามารถรวบรวมลิงก์สำคัญๆของธุรกิจเราไว้บนโปรไฟล์ของเราได้
- มีเครื่องมือจัดการตัวตนบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้น
- มี Meta Business Agent
Meta Business Agent สามารถช่วยตอบคำถามลูกค้าบน WhatsApp ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับในไทยรอการอัพเดทว่าจะใช้ใน Messenger หรือ Instagram มาช่วยตอบคำถามลูกค้าอัตโนมัติในอนาคตหรือไม่ ส่วนเครื่องหมายยืนยันและระบบป้องกันการแอบอ้างต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนก่อนตามขั้นตอน
Meta One Advanced เริ่มต้น 1,099 บาทต่อเดือน

Meta One Advanced เพิ่มเครื่องมือสำหรับการเผยแพร่คอนเทนต์ การวิเคราะห์ผู้ชม การทำงานร่วมกันเป็นทีม และการนำผู้ชมออกไปยังเว็บไซต์ รวมถึงเป็นแพคเกจที่จะเริ่มแสดงโพสต์ของเราใน Feed ของผู้คนเพิ่มมากขึ้น โดยมีรายละเอียดของฟีเจอร์ต่างๆที่เพิ่มขึ้นมาดังนี้
- ตั้งเวลา Stories ล่วงหน้าได้สูงสุด 30 วัน
- เพิ่มลิงก์ในโพสต์และ Reels ได้ 8 ลิงก์ต่อเดือน
- ติดต่อ Premium Support ได้ 1 ครั้งต่อเดือน
- ส่งคำขอผ่าน Original Content Credit ได้ 2 ครั้งต่อเดือน
- Featured in Feed เพิ่มโอกาสให้โพสต์โชว์ใน Feed คนที่ไม่ได้ติดตาม
- นำข้อมูลวิเคราะห์ออกไปใช้งานได้
- ดูข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดขึ้น
- ให้สมาชิกในทีมเข้าถึงบัญชีโดยไม่ต้องแชร์รหัสผ่าน
- เพิ่มโควตา Meta Business Agent
สำหรับ Original Content Credit คือเครื่องมือที่แจ้งเตือนเมื่อมีคนอื่นนำคอนเทนต์ต้นฉบับบน Facebook ไปใช้ พร้อมเปิดทางให้เจ้าของคอนเทนต์ดำเนินการเพิ่มเติมได้
Meta One Expert เริ่มต้น 3,199 บาทต่อเดือน

Meta One Expert เพิ่มระดับการใช้งานจาก Advanced สำหรับบัญชีที่ต้องการสร้างคอนเทนต์มากขึ้น และใช้คอนเทนต์พาผู้ชมไปยังเว็บไซต์หรือเปลี่ยนเป็น Lead ได้ โดยสิทธิที่เพิ่มขึ้นประกอบด้วย
- ใส่ลิงก์ใน Facebook Reels ได้ 20 Reels ต่อเดือน
- ติดต่อ Dedicated Support ได้ 5 ครั้งต่อเดือน
- ใช้ Original Content Credit ได้ 4 ครั้งต่อเดือน
- ใช้ Custom Chat Themes ได้
- เพิ่มโควตาการใช้ Meta Business Agent
- ได้รับฟีเจอร์ทั้งหมดจาก Advanced
Meta One Max เริ่มต้น 10,990 บาทต่อเดือน

Meta One Max เป็นระดับสูงสุดของ Meta One สำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจ โดยเน้นการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก บริการช่วยเหลือ และเครื่องมือสำหรับรองรับการดำเนินงานในสเกลขนาดใหญ่
หน้าสมัครสมาชิกที่ตรวจสอบแสดงสิทธิสำคัญ ได้แก่
- ใส่ลิงก์ใน Facebook Reels ได้ไม่จำกัด
- ติดต่อ Dedicated Support ได้ไม่จำกัด
- ใช้ Original Content Credit ได้ 6 ครั้งต่อเดือน
- ใช้ Custom Chat Themes
- ได้รับฟีเจอร์ทั้งหมดจาก Expert
- ได้รับโควตา Meta Business Agent ในระดับสูงสุด
ราคาของ Max สูงกว่า Essential ถึง 34 เท่าตัว สะท้อนว่า Meta วางแพ็กเกจนี้ไว้สำหรับบัญชีที่ต้องใช้งานเครื่องมือและบริการสนับสนุนในปริมาณสูง มากกว่าการสมัครเพื่อรับเครื่องหมายยืนยันตัวตนเพียงอย่างเดียว
Meta One ต่างจาก Meta Verified อย่างไร
Meta Verified เริ่มต้นจากการมอบเครื่องหมายยืนยันตัวตน ระบบป้องกันการแอบอ้าง และช่องทางรับความช่วยเหลือจาก Meta โดยเป็นบริการที่เริ่มต้นมาราว 3 ปีแล้ว
ซึ่งทาง Meta อธิบายว่า หลังเปิด Meta Verified มาระยะหนึ่งก็พบว่าครีเอเตอร์ต้องการเครื่องมือมากกว่าความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย Meta ก็เลยขยายบริการสมาชิกไปสู่การสร้างคอนเทนต์ การเข้าใจผู้ชม การสร้าง Traffic และ Lead รวมถึงการใช้ AI ช่วยดูแลลูกค้า เกิดเป็นแพคเกจ Meta One ขึ้นนั่นเอง
ทั้งนี้ Meta บอกด้วยว่ามีแนวทางนำ Meta Verified เข้ามาอยู่ภายใต้ Meta One แต่รายละเอียดเรื่องการย้ายแพ็กเกจ ราคา และผลต่อสมาชิก Meta Verified เดิมยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม
ฟีเจอร์ในอนาคตยังมี Edits Plus และพื้นที่ Cloud
Meta เตรียมนำ Edits Plus เข้ามารวมกับ Meta One พร้อมเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน Cloud เพื่อให้ผู้ใช้ซิงก์และเปิดโปรเจกต์จากอุปกรณ์ต่างๆ ได้
โดย Meta เปิดเผยว่าแพคเกจ Edits ที่จะเพิ่มขึ้นมานั้นเราจะสามารถนำข้อมูลเชิงลึกจาก Instagram มาช่วยวิเคราะห์ ระดมไอเดีย และพัฒนาคอนเทนต์ได้ ส่วน รายละเอียดวันเปิดใช้ แพ็กเกจที่รองรับ และโควตาของฟีเจอร์เหล่านี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจน
ก่อนสมัครต้องตรวจอะไรบ้าง

ตอนนี้คนไทยที่เป็นเจ้าของเพจธุรกิจส่วนใหญ่จะเริ่มมี Meta One เปิดให้สมัครใช้งานกันแล้ว วิธีการเข้าไปสมัครสำหรับ Facebook ก็แค่เข้าไปที่บัญชีเพจของเรากดไปที่ไอคอนแฮมเบอร์เกอร์ 3 ขีดมุมซ้ายบน ไปที่ Upgrades จะเจอปุ่ม Meta One ให้กดเข้าไปสมัคร เมื่อกดเข้าไปแล้วก็จะมีแพคเกจให้เลือก 4 แพคเกจที่ด้านบนของหน้าจอ

ส่วน Instagram ก็แนะนำให้ลองเข้าไปที่ไอคอนแฮมเบอร์เกอร์ 3 ขีดมุมขวาบนของหน้า Profile ของเรา แล้วเลื่อนหาเมนู Subscription กดเข้าไปก็จะมีแพคเกจ Meta One รูปแบบต่างๆให้เลือกสมัครเช่นเดียวกัน สำหรับบัญชีในประเทศไทยมีช่วงทดลองใช้ฟรี 1 สัปดาห์ และระบุว่าจะต่ออายุสมาชิกอัตโนมัติ
โดยสรุปแล้ว Meta One จึงเป็นระบบสมาชิกที่มีตั้งแต่ฟีเจอร์ปรับแต่งแอปราคาราวๆ 30 บาท ไปจนถึงเครื่องมือสำหรับธุรกิจราคาหลักหมื่น ดังนั้นการเลือกแพ็กเกจนั้นก็ควรดูจากความต้องการใช้งานจริงของเรา จำนวนคอนเทนต์ที่ผลิต รวมไปถึงมูลค่ารายได้ที่เราได้จากแพลทฟอร์มว่าคุ้มหรือไม่อย่างไรด้วยเช่นกัน
ที่มา: Meta






