เซอร์วิสใหม่แบบ On-demand ในธุรกิจสัตว์เลี้ยง เทรนด์ door-to-door ตั้งแต่ส่งอาหารไปจนถึงเสริมสวย

  • 48
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ที่จริงบริการรูปแบบ On-demand มีมานานมากๆ แล้ว อย่างทุกวันนี้ที่เราซื้อของผ่านแพลตฟอร์มรับหิ้ว, ให้ไรเดอร์ในเดลิเวอรี่ซื้ออาหารให้จากร้านต่างๆ หรือแม้แต่ถ้าผงซักฟอกเราหมด ก็สามารถใช้บริการให้ไรเดอร์ไปซื้อของแทนเราได้ ซึ่งทั้งหมดนี้รวมๆ แล้วมันก็คือ ธุรกิจแบบ On-demand อย่างหนึ่ง

แต่ที่น่าสนใจและกำลังมาแรงในหลายๆ ประเทศก็คือ On-demand ในธุรกิจสัตว์เลี้ยง ในรูปแบบแพลตฟอร์มธุรกิจสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะเพื่อเอาใจกลุ่มคนรักสัตว์ที่ไม่มีเวลามากพอ

ทั้งนี้ บทความของ Carla Calandra ใน Wunderman Thompson Intelligence ซึ่งได้อ้างข้อมูลจาก VitusVet ผู้ให้บริการด้านสัตวแพทย์ที่ยกตัวอย่าง เทรนด์ On-demand ในสหรัฐอเมริกา ว่ากำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามตัวเลขของชาวอเมริกันที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมากขึ้นรวมๆ 47 ล้านตัวในปี 2020 เพิ่มขึ้น 5% เทียบในปี 2019

ในขณะที่ Morgan Stanley บริษัทให้บริการทางการเงินชื่อดังของสหรัฐฯ ได้พูดว่า เทรนด์ดูแลสัตว์เลี้ยงเห็นได้ชัดว่ามีความสำคัญเพิ่มขึ้นมาตลอด ทั้งตัวสินค้าและบริการที่ถูกพัฒนาและยกระดับขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเอาใจกลุ่มคนรักสัตว์ ทั้งนี้ ประเมินว่า ธุรกิจดูแลสัตว์เลี้ยงจะมีมูลค่าสูงถึง 275,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2030

แน่นอนว่า ตัวเลขที่จะเติบโตมากขนาดนี้จะต้องมาพร้อมกับสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ ซึ่ง Morgan Stanley มองว่า รูปแบบธุรกิจแบบ On-demand ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะสินค้าและบริการเพื่อมนุษย์ แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงก็ถือว่าเป็นช่องทางที่น่าสนใจพอๆ กัน

 

 

Case study ของธุรกิจสัตว์เลี้ยงแบบ On-demand

PetSmart ซึ่งเป็นเครือข่ายซูเปอร์สโตร์สัตว์เลี้ยงของสหรัฐฯ และ DoorDash แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของอเมริกัน ได้ร่วมมือกันเพื่อให้ลูกค้าได้คลิกซื้อของและจัดส่งสินค้าได้ทันที ภายใน 1 วัน(same-day delivery) โดยสินค้าจะมีตั้งแต่ อาหาร อุปกรณ์ดูแลสัตว์เลี้ยง และ ของเล่น

ทั้งนี้ ในอนาคตอาจจะขยายบริการให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งอาจจะรวมไปถึงบริการต่างๆ เช่น door-to-door รับน้องไปอาบน้ำ ฯลฯ

 

www.dutch.com/

 

นอกจากนี้ยังมี เว็บไซต์ www.dutch.com สตาร์ตอัพเกี่ยวกับ pet telehealth ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือน ก.ค. 2021 จุดประสงค์หลักๆ ก็เพื่อให้กลุ่มคนรักสัตว์สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ รวมไปถึงสัตวแพทย์ได้ทางออนไลน์ หรือแม้แต่การประเมินการรักษาน้องสัตว์เลี้ยงได้ก่อนที่จะใช้บริการได้ฟรีๆ

Nicole Johnson หุ้นส่วน Dutch ได้ให้สัมภาษณ์กับ Forbes “สำหรับคนรักสัตว์ การเป็นห่วง การใส่ใจดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงพวกเขาสำคัญมากพอๆ กับสุขภาพของตัวเอง ขณะที่โลกเรามีวัฒนาการทางดิจิทัล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรต้องเพิ่มความสะดวกสบายให้กับเราได้ ไม่ใช่เป็นภาระ และข้อดีอีกอย่างก็คือ ช่องทาง pet telehealth เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยการแพร่ระบาด”

หรืออย่างจะเป็นแอปพลิเคชั่น Groomit ซึ่งเป็นเจ้าแรกในสหรัฐฯ ที่ทำบริการเพื่อน้องหมาน้องแมว โดยมีบริการหลักๆ ก็คือ เสริมสวยเสริมหล่อให้กับน้องสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะมาบริการเสริมสวยให้ที่บ้านเลยแค่เรากดเลือกคิวและบริการแค่นั้น แต่ที่น่าสนใจ Groomit อาจจะเพิ่มบริการพาน้องหมาน้องแมวไปเดินเล่นในอนาคต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอินไซต์ของคนรักสัตว์ที่บางทีก็ไม่มีเวลา และไม่ต้องการเพิ่มความเครียดให้กับสัตว์เลี้ยงถ้าจะปล่อยมันอยู่ที่บ้านตลอดเวลา

 

www.groomit.me/mobile-van

 

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ยกตัวอย่างเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งเพราะว่า การเปลี่ยนแปลงและเทรนด์นี้เป็นที่นิยมชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในสหรัฐฯ โดยวิจัยของ Wunderman Thompson Intelligence ชี้ไปที่ สาเหตุของการเป็นโสดในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเป็นโสดยาวๆ และไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ แต่ประเทศในแถบยุโรป เอเชีย หรือแม้แต่ในประเทศไทย ที่มีอัตราการแต่งงานต่ำลง เลือกเป็นโสดกันมากขึ้น

ดังนั้น วิเคราะห์ได้ว่า ประเทศที่มีอัตราการประชากรเป็นโสดมากขึ้น การเลี้ยงสัตว์ก็จะเพิ่มขึ้นตาม และนั่นหมายถึงโอกาสของธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่จะคึกคักขึ้นด้วยเช่นกัน

 

 

 

ที่มา: Wunderman Thompson Intelligence 


  • 48
  •  
  •  
  •  
  •  
prakai
'ชีวิต' ต้องมีสีสันหลากหลาย เหมือนกับความรู้ที่มีหลายมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์, การตลาด, ดิจิทัล, ประเพณี-วัฒนธรรม