72 ชั่วโมงใน Vancouver เมืองที่น่าอยู่อันดับต้นๆของโลก

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

หลังจากนั่งไฟลท์ตรงจากกรุงเทพฯ มาถึง แวนคูเวอร์ ด้วย Air Canada สิ่งแรกที่รู้สึกไม่ใช่ความตื่นเต้น แต่เป็น “ความนิ่ง” อากาศเย็นๆ ภูเขาที่มองเห็นอยู่ไกลๆ และจังหวะของเมืองที่ดูไม่เร่งรีบ มันต่างจากหลายเมืองใหญ่ใน North America พอสมควร โดยเฉพาะหลังจากผ่านช่วงเวลาประชุม งาน หรือ business trip มาหลายวัน

บางทีสิ่งที่เราต้องการก่อนบินกลับไทย อาจไม่ใช่ itinerary แน่นๆ แต่อาจเป็นแค่เมืองที่ทำให้เรา “พักสมอง” ได้สักพัก และ Vancouver เป็นเมืองแบบนั้น

 

 

Downtown Vancouver — เมืองใหญ่ที่ยังรู้สึกหายใจได้

แม้จะเป็นเมืองที่มีหลายเชื้อชาติทั้งฝรั่งและเอเชียมาอาศัยอยู่ แต่เมืองยังให้ความรู้สึก “สบาย” ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มักเห็น ภูเขา, ทะเล และ ต้นไม้ โดยเฉพาะตอนขึ้นไปบน Vancouver Lookout วิวด้านบนทำให้เข้าใจเมืองนี้ทันที

ด้านหนึ่งคือ downtown อีกด้านคือ harbour และภูเขาที่ล้อมเมืองไว้ทั้งหมด มันไม่ใช่เมืองที่พยายามสร้างความประทับใจคนด้วยความใหญแต่มันมีบางอย่าง ที่ทำให้เราอยากเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นผมเดินเล่นต่อแถว Gastown ย่านเก่าของเมืองที่เต็มไปด้วย อาคารอิฐ, คาเฟ, ร้านค้าท้องถิ่น และ ร้านอาหารเล็กๆ มันเป็นอีกมุมที่ทำให้ Vancouver ดูมีเอกลักษณ์มากขึ้น

 

 

Paradox Vancouver โรงแรมที่เหมาะกับการ พักจริงๆ

รอบนี้ผมพักที่ Paradox Vancouver และผมว่าโรงแรมนี้ดูเป็นแวนคูเวอร์ ได้ดีมาก มันไม่ใช่ luxury hotel แบบ traditional แต่เป็นความ modern luxury ที่ผ่อนคลายกว่า โรงแรมอยู่กลาง downtown เดินไป cafe, restaurant และ shopping ได้ง่าย แต่สิ่งที่ชอบที่สุดกลับเป็น moment เล็กๆ หลังกลับจากเที่ยวทั้งวัน ได้นั่งมองเส้นขอบฟ้า จากห้องพักเงียบๆ หรือแช่น้ำก่อนนอน มันเป็นความสบายแบบที่ business traveler น่าจะเข้าใจดี

 

 

Granville Island — เมืองที่ market ยังมีชีวิตจริงๆ

อีกที่ที่ผมชอบมากคือ Granville Island มันไม่ใช่ market ที่สร้างขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นที่ที่คนท้องถิ่นมาใช้ชีวิตจริง

มีทั้ง bakery, seafood, coffee, artisan shop และ food market หลายคนมานั่งกินกาแฟกันยาวๆ บางคนมาซื้อของสดกลับบ้าน บรรยากาศดูชิลมาก แม้แต่ร้านอาหารไทยใน market ยังมีคนต่อคิวเรื่อยๆ สิ่งที่ชอบคือ เมืองนี้ยังมีพื้นที่แบบ ไม่เร่งรีบ ไม่วุ่นวาย และยังดูมีเวลาให้กับชีวิต

 

 

Stanley Park —พื้นที่สาธารณะที่หลายเมืองน่าเอาเป็นตัวอย่าง

หนึ่งในที่ ที่ทำให้ผมประทับใจมากคือ Stanley Park ที่นี่ไม่ใช่แค่สวนสาธารณะ แต่มันเหมือนป่าขนาดใหญ่ที่อยู่กลางเมือง

สิ่งที่น่าสนใจคือ คนท้องถิ่นใช้พื้นที่นี้จริงๆ มีทั้ง คนวิ่ง, คนปั่นจักรยาน, ครอบครัวพาเด็กมาปิกนิก, คนพาหมาเดินเล่น มันสะท้อนคุณภาพชีวิตของเมืองนี้ชัดมาก

 

 

Capilano และ Grouse Mountain  วันที่ธรรมชาติทำให้เราช้าลง

สิ่งที่ทำให้ Vancouver ต่างจากหลายเมืองใหญ่คือ ขับรถออกจาก downtown ไม่นาน
บรรยากาศก็เปลี่ยนทันที วันที่ไป Capilano Suspension Bridge

แค่เดินเข้าไปใน forest อากาศก็เปลี่ยนเลย ต้นไม้สูงมาก  เงียบ เย็น และเต็มไปด้วยกลิ่นป่าแบบ Pacific Northwest

ช่วงหนึ่งผมหยุดเดิน แล้วมองลงไปด้านล่างจาก suspension bridge ก่อนจะคิดในใจว่า “นี่อยู่ห่างจาก downtown ไม่กี่นาทีจริงเหรอ”

หลังจากนั้นเราขึ้นต่อไปที่ Grouse Mountain วิวด้านบนเห็นทั้ง downtown Vancouver, ทะเล, ป่า และ ภูเขารอบเมือง

พร้อมกันในภาพเดียว และนี่คือสิ่งที่ทำให้เมืองนี้แตกต่าง เช้าประชุมในเมือง บ่ายขึ้นเขาได้เลย และวันที่ผมขึ้นไป ข้างบนยังมีหิมะที่ไม่ละลาย และ มีหมีกริลิซตัวเป็นๆตัวใหญ่มากหลายตัวอยู่บนนั้น

 

 

Dinner ที่ทำให้รู้ว่า Vancouver มีมากกว่าธรรมชาติ

มื้อที่ประทับใจที่สุดของทริปนี้คือ Mott 32 Vancouver ร้านอาหารจีนจาก Hong Kong ที่มาเปิดสาขาใน Vancouver ทั้ง atmosphere lighting service และอาหาร ทุกอย่าง balance ดีมาก และทำให้รู้ว่า Vancouver ไม่ได้มีแค่ ธรรมชาติ, slow life และ outdoor lifestyle แต่ยังมี food scene ที่ sophisticated มากด้วย โดยเฉพาะอาหารเอเชีย ซึ่งสะท้อน character ของเมืองนี้ได้ดี

 

 

Steveston — เมืองเล็กๆ ที่ไม่มีใครรีบ

แต่ถ้ามีที่ไหนที่ผมชอบที่สุดของทริปนี้ ผมว่าอาจเป็น Steveston เมืองชาวประมงเล็กๆ ริมทะเล ที่อยู่ไม่ไกลจากสนามบิน Vancouver มากนัก บรรยากาศต่างจาก downtown ชัดมาก ทั้ง เงียบ slow life มีเรือประมง ร้าน seafood และ waterfront เล็กๆ

มันเป็นเมืองที่เดินแล้วรู้สึกว่า “ไม่มีใครรีบ” ซึ่งสำหรับคนทำงาน บางทีนี่อาจเป็น luxury อย่างหนึ่ง ผมชอบตรงที่ Steveston ไม่ได้พยายามเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มตัว แต่มันยังเป็น community จริงๆ และนั่นแหละที่ทำให้มีเสน่ห์

 

 

ปิดท้ายก่อนกลับไทย — Outlet ที่เดินสบายกว่าที่คิด

ก่อนกลับสนามบิน ผมแวะที่ McArthurGlen Designer Outlet Vancouver Airport ข้อดีคืออยู่ใกล้สนามบินมาก และบรรยากาศต่างจาก outlet ในอเมริกาที่คนแน่นๆ พอสมควร ที่นี่เดินสบาย สะอาด ไม่วุ่นวาย เหมาะกับการมาเดินเล่น ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ก่อนบินกลับ และก็เป็นอีก detail เล็กๆ ที่สะท้อน character ของ Vancouver แม้แต่ shopping เมืองนี้ยังดู relaxed กว่าหลายที่

 

Vancouver ไม่ได้ perfect… แต่มันน่าอยู่

แน่นอนว่า Vancouver ก็มีอีกด้าน บางโซน downtown เริ่มเห็น homeless และปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้นเหมือนหลายเมืองใน North America แต่นั่นก็เป็น reality ของเมืองใหญ่ยุคนี้ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม Vancouver ยังเป็นเมืองที่ สะอาด ( บางโซน ), เดินง่าย, ผู้คนสุภาพ, คุณภาพชีวิตสูงมาก แต่ยังมีบางโซนที่มีคนไร้บ้านอยู่ ทำตัวแปลกๆ เช่น นั่งหัวทิ่ม , นอนแผ่หร่าหลับข้างทางเดิน  แต่เขาก็ไม่ได้มาทำอะไรเรา

 

 

บางที… Vancouver อาจไม่ใช่เมืองที่ตื่นเต้นที่สุด

แต่มันเป็นเมืองที่ทำให้รู้สึกว่า “ชีวิตแบบนี้ก็ดีนะ” และถ้าคุณบินตรงจากกรุงเทพฯ มาถึงที่นี่ แล้วมีเวลาเงียบๆ สัก 2-3 วันก่อนกลับไทย

ผมว่า Vancouver เป็นหนึ่งในเมืองที่เหมาะที่สุดสำหรับการ “พัก” ทั้งร่างกายและความคิดจริงๆ


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
CLOSE
CLOSE