“Think like a CEO” เจาะอินไซต์ 5 ประเทศ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี กับโอกาสที่รออยู่

  • 317
  •  
  •  
  •  
  •  

ยุคนี้เวลานี้ หลายกระบวนวิชาที่สั่งสมมานานแรมปีมีอันต้องถูกพับเก็บ เพราะกระบวนท่าการปรับตัวได้ดี ได้ไว ในทิศทางเดียวกับโลกที่กำลังเปลี่ยนไป คือสุดยอดวิชาที่ทุกธุรกิจต้องหามาเสริมทัพกันให้เร็วที่สุด โดยมีอินไซต์ต่างๆ เป็นตัวช่วยให้เดินหมากได้อย่างไม่หลงทิศสะเปะสะปะ

ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการมักพบโอกาสท่ามกลางวิกฤติ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของ Google ในช่วงที่ dotcom กำลังย่ำแย่ การเติบโตของ Facebook ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ หรือแม้แต่ไอบีเอ็มเองที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อกว่าศตวรรษที่ผ่านมา ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่กินเวลายาวนานกว่า 2 ปี

ปฐมา จันทรักษ์ หญิงเก่งแห่งวงการไอที กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ชี้ว่า “องค์กรที่ประสบความสำเร็จมักพบโอกาสท่ามกลางวิกฤติ และท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์แพร่ระบาดหากในวันนี้ สิ่งที่หลายองค์กรกำลังมองหาคือโอกาสที่จะนำมาต่อยอดได้”

“สถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBV) ได้ทำการสำรวจ CEO กว่า 3,000 คนทั่วโลกในลักษณะคำถามปลายเปิด ที่โฟกัสพียงสามเรื่อง ร่วมด้วยการสัมภาษณ์เจาะลึกกับ CEO ส่วนหนึ่ง เพื่อให้ได้มุมมองเชิงลึกจริงๆ โดยเป็นการตั้งคำถามว่าหากจะลงมือสร้างธุรกิจใหม่ในวันนี้ ประเทศไหนควรจะเป็นจุดหมายและตลาดอันดับต้นๆ อุตสาหกรรมใดที่ควรโฟกัส และเทคโนโลยีใดบ้างที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ ซึ่งคำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ออกมาในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีอะไรที่จะมีความสำคัญสูงสุด ซึ่ง 75% ของ CEO ต่างเห็นตรงกัน” ปฐมาอธิบาย

5 ประเทศ ตลาดสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจใหม่

ผลการสำรวจพบว่า อินเดียคือจุดหมายสำหรับการสร้างธุรกิจใหม่ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด (12%) ตามมาติดๆ ด้วยจีน (11%) โดย CEO มองว่าทั้งสองประเทศมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี อีกทั้งยังมีกำลังซื้อในประเทศมหาศาล ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีหากต้องการสเกลธุรกิจในอนาคต

อันดับสามคืออิตาลี (8%) ที่แม้ว่าจะไม่ค่อยถูกรวมอยู่ในกลุ่มประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การที่อิตาลีโดนโควิด-19 กระทบอย่างหนักตั้งแต่ช่วงต้นของการแพร่ระบาด ทำให้ผู้เล่นรายใหม่มองเห็นโอกาสในการสร้างธุรกิจ โดยต่อยอดจากเส้นทางที่รายใหญ่ได้เคยกรุยทางไว้แล้ว ขณะที่ยักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกา แม้มักจะได้รับการจัดอันดับธุรกิจค่อนข้างสูง แต่ CEOที่กำลังทำธุรกิจที่สหรัฐฯ​ กลับมองเห็นโอกาสที่สดใสกว่าในภูมิภาคอื่นของโลก

ขณะที่สิงค์โปร์ (>3%) แม้จะอยู่ในอันดับที่ 5 แต่ก็นำหน้าประเทศอย่างเยอรมัน บราซิล หรือแม้แต่ญี่ปุ่น

5 อุตสาหกรรมกับโอกาสน่าสนใจ

อุตสาหกรรมบริการทางการเงินคือเป้าหมายสูงสุดของ CEO ที่สำรวจ (12%) เพราะให้มาร์จินสูงแต่ต้นทุนคงที่ต่ำ ซึ่งหมายถึงระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่น่าดึงดูด ขณะที่กลุ่มค้าปลีกรั้งอันดับสอง (9%)

เพราะถึงแม้เศรษฐกิจจะไม่คึกคักอย่างเคย แต่ CEO ก็ยังคงเห็นโอกาสจากการจับจ่ายซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโอกาสใหม่ๆ จากอีคอมเมิร์ซ

ที่น่าแปลกใจคืออุตสาหกรรมการผลิตที่รั้งอันดับ 3 (9%) ทั้งที่การผลิตคือเรื่องของต้นทุนคงที่ที่สูง ที่ต้องลงทุนสูง อีกทั้งยังต้องพึ่งพาซัพพลายเชนซึ่งถือเป็นภาคส่วนที่โดนกระทบหนักในปีที่ผ่านมา กระนั้น CEO กลับมองเห็นโอกาสที่จับต้องได้จากอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะจากกลุ่มสตาร์ทอัพที่ embed เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่ง CEO ที่สำรวจมองว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้คือส่วนหนึ่งที่สร้างความเชื่อมั่นว่าธุรกิจจะเติบโต

อันดับที่สี่คือสินค้าอุปโภคบริโภค (9%) เพราะ CEO มองว่าพฤติกรรมใหม่ๆ ในยุคนิวนอร์มัลนี่แหละ คือโอกาสสำหรับแบรนด์ที่เห็นเทรนด์ ปรับตัวรับยุคสมัยและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้ทันท่วงที ส่วนอันดับห้าคืออุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ (5%) เพราะวันนี้มีโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในด้านที่เกี่ยวกับสุขภาพเกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งที่ผู้คนก็หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นนับตั้งแต่เกิดโควิด-19

5 เทคโนโลยีที่จะพาธุรกิจประสบความสำเร็จ

แน่นอนว่า AI รั้งอันดับหนึ่ง ขึ้นแท่นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจโมเดลใหม่ๆ ตามมาด้วย Robotics และ Internet of Things (IoT) ที่ถูกมองว่าจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนให้กับงานที่ต้องทำซ้ำๆ หรือเป็นแพทเทิร์น ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของการทำงานแบบแมนวล

อันดับต่อมาคือ Augmented Reality/Virtual Reality (AR/VR) ที่เติบโตแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ส่วนอันดับที่ห้าคือ Cloud Computing ซึ่งถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีอื่นๆ และการที่ทั้งห้าเทคโนโลยีนี้ต้องทำงานร่วมกันหรือพึ่งพากัน ยังสะท้อนมุมมองของ CEO ที่มองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะกลายเป็นตัวกำหนดอนาคตของธุรกิจต่อไป

“ปี 2021 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยองค์กรที่จะผ่านพ้นวิกฤติและกลับมาเฉิดฉายอย่างเต็มภาคภูมิ หรือธุรกิจใหม่ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ย่อมไม่ใช่ผู้ที่พร้อมที่สุด เร็วที่สุด หรือแข็งแกร่งที่สุด แต่คือองค์กรที่ปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนไปได้มากที่สุด”


  • 317
  •  
  •  
  •  
  •