เริ่มแล้ว “No ID, No Ads” ยิงแอด Facebook–Instagram ในไทย ต้องยืนยันตัวตนอย่างไร?


มาตรการ “No ID, No Ads” เริ่มมีผลตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนเผยแพร่โฆษณาที่ต้องการเข้าถึงผู้ใช้งานในประเทศไทย รวมถึงเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณาไว้อย่างน้อย 90 วันหลังโฆษณาสิ้นสุด ตามข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เป้าหมายของมาตรการนี้คือทำให้โฆษณาออนไลน์ตรวจสอบย้อนกลับได้ ลดโอกาสที่มิจฉาชีพจะใช้โฆษณาหลอกลงทุน แอบอ้างบุคคลหรือแบรนด์ และขายสินค้าผิดกฎหมาย สำหรับคนทำธุรกิจและนักการตลาด สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือเช็กว่าบัญชีโฆษณาของเราผ่านการยืนยันแล้วหรือยัง และกำหนดชื่อผู้ลงโฆษณากับผู้ชำระเงินให้ตรงกับการทำงานจริง

ใครบ้างที่ต้องตรวจสอบการยืนยันตัวตน

หลักการครอบคลุมผู้ลงโฆษณาที่ต้องการให้โฆษณาแสดงต่อผู้ใช้งานในประเทศไทย ไม่ว่าผู้ลงโฆษณาจะอยู่ในไทยหรือต่างประเทศ โดยข้อมูลที่ระบบต้องการจะแตกต่างกันตามรูปแบบการทำงาน

  • เจ้าของธุรกิจยิงโฆษณาและชำระเงินเอง สามารถใช้บุคคลหรือองค์กรเดียวกันเป็นผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงิน
  • เอเจนซีหรือบุคคลภายนอกยิงโฆษณาให้ลูกค้า ต้องตรวจสอบว่าใครคือผู้ลงโฆษณาและใครเป็นผู้ชำระเงินจริง
  • หากผู้ลงโฆษณากับผู้ชำระเงินเป็นคนละคน ระบบมีตัวเลือกให้แยกข้อมูลและดำเนินการยืนยันตามบทบาท

การยืนยันตัวตนบน Meta ทำในระบบโฆษณาที่ใช้ร่วมกันระหว่าง Facebook และ Instagram หากทั้งสองช่องทางใช้บัญชีโฆษณาเดียวกัน เราไม่ต้องยืนยัน Instagram แยกอีกครั้ง แต่หากใช้คนละบัญชีโฆษณา ควรตรวจสถานะของแต่ละบัญชีให้ครบ

“การตรวจสอบยืนยัน” ต่างจาก “ผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงินเริ่มต้น” อย่างไร

สองส่วนนี้ทำหน้าที่คนละอย่าง

“การตรวจสอบยืนยัน” คือขั้นตอนพิสูจน์ว่าบุคคลหรือองค์กรมีตัวตนจริง ระบบอาจขอเอกสารประจำตัวที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารทางธุรกิจที่เป็นทางการ

ส่วน “ผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงินเริ่มต้น” คือการนำชื่อที่ผ่านการตรวจสอบแล้วมากำหนดว่าจะใช้เป็นผู้รับผิดชอบโฆษณาและผู้ชำระเงินของบัญชีโฆษณา หากสองบทบาทเป็นคนละคน เราสามารถเปิดตัวเลือกแยกผู้ชำระเงินและยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ระบบแจ้ง

วิธียืนยันตัวตนบน Meta Ads Manager ทีละขั้น

1. เปิดตัวจัดการโฆษณาจาก Facebook Page

เริ่มจากหน้า Facebook Page เปิดเมนูด้านซ้ายและเลือก “ตัวจัดการโฆษณา” เพื่อเข้าสู่ Ads Manager

เมนูตัวจัดการโฆษณาบนหน้า Facebook Page
ขั้นตอนที่ 1: เปิดตัวจัดการโฆษณาจาก Facebook Page

2. เข้าเมนูการตั้งค่าการโฆษณา

ใน Ads Manager เปิดเมนูเครื่องมือ แล้วเลือก “การตั้งค่าการโฆษณา” เพื่อจัดการข้อมูลของบัญชีโฆษณา

เมนูการตั้งค่าการโฆษณาใน Meta Ads Manager
ขั้นตอนที่ 2: เข้าเมนูการตั้งค่าการโฆษณา

3. เลือกการตรวจสอบยืนยันและความโปร่งใสของโฆษณา

เลื่อนลงไปที่หัวข้อ “การตรวจสอบยืนยันและความโปร่งใสของโฆษณา” แล้วกดเข้าไป หากมีหลายบัญชีโฆษณา ให้ตรวจชื่อบัญชีที่มุมขวาบนก่อนเริ่ม

หัวข้อการตรวจสอบยืนยันและความโปร่งใสของโฆษณา
ขั้นตอนที่ 3: เลือกการตรวจสอบยืนยันและความโปร่งใสของโฆษณา

4. เริ่มการตรวจสอบยืนยัน

ในส่วน “การตรวจสอบยืนยัน” กด “เริ่มการตรวจสอบยืนยัน” ส่วนหัวข้อ “ผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงินเริ่มต้น” จะใช้หลังจากเรายืนยันตัวตนผ่านแล้ว

ปุ่มเริ่มการตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา
ขั้นตอนที่ 4: เริ่มการตรวจสอบยืนยัน

5. เลือกยืนยันในนามบุคคลหรือองค์กร

ระบบจะให้เลือกว่าจะยืนยันตัวเองหรือยืนยันองค์กร หากใช้ชื่อบุคคลให้เลือก “ตรวจสอบยืนยันตัวเอง” หากยิงโฆษณาในนามบริษัท ให้เตรียมเอกสารทางธุรกิจและหลักฐานอำนาจของผู้ดำเนินการตามที่ระบบขอ

หน้าจอเลือกยืนยันตัวตนในนามบุคคลหรือองค์กร
ขั้นตอนที่ 5: เลือกยืนยันในนามบุคคลหรือองค์กร

6. กรอกชื่อให้ตรงกับเอกสาร

กรอกชื่อและนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษให้ตรงกับเอกสารประจำตัว แล้วเลือกประเทศเป็นประเทศไทย หน้าจอและภาษาที่ระบบขออาจแตกต่างกันตามเอกสารและประเภทบัญชี จึงควรยึดข้อความที่แสดงในบัญชีของเราเป็นหลัก

แบบฟอร์มกรอกชื่อภาษาอังกฤษให้ตรงกับเอกสารประจำตัว
ขั้นตอนที่ 6: กรอกชื่อภาษาอังกฤษให้ตรงกับเอกสาร

7. เลือกประเภทเอกสาร

เลือกเอกสารที่ระบบรองรับ เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือใบขับขี่ จากนั้นเตรียมภาพเอกสารที่ข้อมูลครบและยังไม่หมดอายุ

หน้าจอเลือกประเภทเอกสารสำหรับยืนยันตัวตน
ขั้นตอนที่ 7: เลือกประเภทเอกสาร

8. อัปโหลดภาพเอกสาร

ภาพเอกสารควรเห็นข้อมูลชัดเจน ไม่เบลอ ไม่มีแสงสะท้อน และไม่ถูกตัดขอบ ตรวจรายละเอียดอีกครั้งก่อนกดส่ง

หน้าจออัปโหลดเอกสารประจำตัวใน Meta Ads Manager
ขั้นตอนที่ 8: อัปโหลดภาพเอกสาร

9. ส่งข้อมูลและรอผลตรวจสอบ

หลังส่งข้อมูล ระบบจะแจ้งว่าได้รับข้อมูลแล้ว ระยะเวลาตรวจสอบอาจต่างกันตามประเภทบัญชี เอกสาร และข้อมูลที่ระบบต้องตรวจ

ข้อความยืนยันว่า Meta ได้รับข้อมูลสำหรับตรวจสอบแล้ว
ขั้นตอนที่ 9: ส่งข้อมูลและรอผลตรวจสอบ

10. ตรวจสถานะเมื่อผ่านการยืนยัน

เมื่อผ่านแล้ว ชื่อที่ยืนยันจะแสดงอยู่ในหัวข้อ “สำเร็จ” จากนั้นกด “ตั้งเป็นค่าเริ่มต้น” เพื่อกำหนดผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงินของบัญชี

สถานะสำเร็จหลังผ่านการตรวจสอบยืนยันตัวตน
ขั้นตอนที่ 10: ตรวจสถานะเมื่อผ่านการยืนยัน

11. ตั้งผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงินเริ่มต้น

เลือกชื่อที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ตรวจความถูกต้องอีกครั้งก่อนบันทึก หากคนหรือองค์กรเดียวกันรับทั้งสองบทบาท สามารถใช้ชื่อเดียวกันได้

หน้าจอตั้งผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงินเริ่มต้น
ขั้นตอนที่ 11: ตั้งผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงินเริ่มต้น

12. กรณีผู้ลงโฆษณากับผู้ชำระเงินเป็นคนละคน

เปิดสวิตช์ “ผู้ลงโฆษณามีความแตกต่างจากผู้ชำระเงิน” แล้วกรอกและยืนยันข้อมูลของผู้ชำระเงินตามขั้นตอนที่ระบบแสดง

ตัวเลือกผู้ลงโฆษณาแตกต่างจากผู้ชำระเงิน
ขั้นตอนที่ 12: กรณีผู้ลงโฆษณากับผู้ชำระเงินเป็นคนละคน

13. ตรวจข้อความยืนยันการตั้งค่า

เมื่อระบบแสดงข้อความว่ากำหนดค่าเริ่มต้นสำเร็จแล้ว ให้ตรวจชื่อผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงินอีกครั้ง เท่านี้บัญชีโฆษณาก็มีข้อมูลเริ่มต้นสำหรับนำไปใช้กับแคมเปญที่เกี่ยวข้อง

ข้อความยืนยันว่าตั้งค่าผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงินสำเร็จ
ขั้นตอนที่ 13: ตรวจข้อความยืนยันการตั้งค่า

เช็กลิสต์ก่อนยิงแอดรอบถัดไป

  • ตรวจว่าบัญชีโฆษณาที่ใช้งานอยู่เป็นบัญชีที่ผ่านการยืนยันแล้ว
  • ชื่อภาษาอังกฤษต้องตรงกับเอกสารที่ส่ง
  • แยกบทบาทผู้ลงโฆษณาและผู้ชำระเงินให้ตรงกับการทำงานจริง
  • หากดูแลหลายบัญชีโฆษณา ให้ตรวจสถานะทีละบัญชี
  • เตรียมเวลาเผื่อการตรวจเอกสารก่อนวันเริ่มแคมเปญ

เมนูและข้อกำหนดที่ Meta แสดงอาจต่างกันตามประเทศ ประเภทบัญชี และสถานะการตรวจสอบ หากบัญชีได้รับการแจ้งเตือนเพิ่มเติม ควรทำตามข้อความใน Ads Manager หรือ Meta Business Suite ของบัญชีนั้นโดยตรง

ที่มา: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ETDA, Meta Business Help Center