103.58.148.118

Interview

Ξ Leave a comment

ถึงเวลานักธุรกิจไทยบุกตลาดจีน คุยเรื่องการสร้างโอกาสทางธุรกิจในจีนกับ กมลวรรณ วิปุลากร

posted by  510 views

ONE3

ในขณะที่ราคาอสังหาฯ ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ คอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าอาจมีมากจนล้นเกินความต้องการของตลาด เทรนด์การพัฒนาอสังหาฯ เวลานี้จึงมุ่งไปที่รูปแบบมิกซ์ยูส ที่ผสมผสานการอยู่อาศัย (Residential Real Estate) และอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ (Commercial Real Estate) เข้าด้วยกัน ทั้งอาคาร-สำนักงาน ค้าปลีก แหล่งบันเทิง และที่อยู่อาศัย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และดึงดูดนักลงทุน

คุณกมลวรรณ วิปุลากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ในเครือบมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) อธิบายภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในรูปแบบมิกซ์ยูสให้ฟังว่า โครงการมิกซ์ยูสสามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้มาก เพราะผู้บริโภคต้องการพื้นที่ที่รวบรวมการใช้ชีวิต Life-Work-Play เพื่อความสะดวกสบายและประหยัดเวลา หากมองจากความคุ้นเคยของคน ที่ส่วนใหญ่จะไม่ไปไหนไกลจากระแวกบ้าน โครงการมิกซ์ยูสถือว่าตอบโจทย์ได้ดี

ทางฝั่งของผู้พัฒนาอสังหาฯ การลงทุนในโครงการมิกซ์ยูสถือเป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ซึ่งโครงการมิกซ์ยูสไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการใหญ่ เพราะในแง่ของการดำเนินการโครงการใหญ่จะใช้เวลานานกว่า และต้องมี Magnet หลายอย่างเพื่อดึงดูดลูกค้า ทำให้โครงการขนาดเล็กหรือกลางได้เปรียบกว่า ทั้งเรื่องงบการลงทุน ความพร้อมของร้านค้า การหาทำเล เมื่อทุกอย่างดำเนินการได้เร็ว ก็ทำให้โครงการได้ผลตอบแทนเร็วขึ้น คุณกมลวรรณ ยังเล่าต่ออีกว่า บริษัทฯ ใช้เวลาพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสประมาณ 2 ปี และใช้งบลงทุนประมาณ 4,000 – 5,000 ล้านบาท

แม้ชื่อของคุณกมลวรรณจะเข้ามาอยู่ในผังผู้บริหารของวัน ออริจิ้นได้ไม่นาน เธอก็ไม่ใช่หน้าใหม่ในแวดวงอสังหาฯ ก่อนเข้ารับตำแหน่งที่วัน ออริจิ้น ตั้งแต่ปี 2008 เธอดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และเกษียณอายุในวัย 55 ปี จนมาถึงปี 2018 คุณกมลวรรณได้เข้ารับตำแหน่งซีอีโอ วัน ออริจิ้น เพื่อเสริมทัพการขยายธุรกิจอสังหาฯ การเช่า อาทิ โรงแรม ออฟฟิส สำนักงาน และธุรกิจร้านอาหาร และตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำ Top 5 ในธุรกิจโรงแรมและมิกซ์ยูสภายใน 5 ปี

แผนธุรกิจ 5 ปี กับเงินลงทุน 20,000-25,000 ล้านบาท

วัน ออริจิ้น วางแผนธุรกิจไว้ 5 ปี (2561-2565) ด้วยเงินลงทุนไว้ 20,000-25,000 ล้านบาท ภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจโรงแรม/Service Apartment 2. กลุ่มสำนักงานและค้าปลีก และ 3. ธุรกิจร้านอาหาร คาดว่าจากการลงทุนทั้งหมดจะสร้างมูลค่าตลาดได้ 30,000 ล้านบาท

สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทฯ ต่อจากนี้ เป็นการจัดตั้งกองทุนในอสังหาฯ (REIT) รวมถึงนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตอนนี้วัน ออริจิ้น พัฒนาโครงการไปแล้ว 12,000 ล้านบาท โดยโฟกัสที่กรุงเทพฯ เขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (ECC) และเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก

ปัจจัยที่ทำให้ตลาดอสังหาฯ โต

หลักๆ มีด้วยกัน 2 ส่วน อย่างแรกคือ คนรุ่นใหม่มีกำลังซื้อเพิ่ม เปลี่ยนจากเช่าเป็นซื้อ ทั้งซื้อเพื่ออยู่อาศัยและซื้อเพื่อลงทุน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับศักยภาพการเติบโตของทำเลย่านนั้น อีกส่วนคือ การท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่และภูเก็ตที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนตลอดปี โดยทั้งสองส่วนส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของตลาดอสังหาฯ ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ ต้องสร้างความแตกต่าง ช่วงชิงทำเลทอง และพัฒนาบริการให้โดนใจลูกค้า

IMG_4402

นักลงทุนแดนมังกรบุกไทย

จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยทั้งหมด 30% เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งในจำนวนนี้ประมาณ 20% เข้ามาเพื่อลงทุนด้านอสังหาฯ เพราะราคาอสังหาฯ ในบ้านเราไม่สูง เงินดาวน์ต่ำ และอยู่ในทำเลที่ดี ซึ่งถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยเช่นกัน

คุณกลมวรรณ มองว่า “ในอีก 30 ปีข้างหน้า จีนจะเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เนื่องจากทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการทำ R&D เรื่องนวัตกรรม มีบริษัทด้านเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Tencent, Alibaba และ Baidu ทำให้จีนตั้งเป้าว่าจะเป็นอันดับ 1 ของโลกด้านนวัตกรรม และภายในปี 2025 จีนต้องการลบคำสบประมาทเรื่องคุณภาพสินค้า โดยต้องการให้ Made in China เป็นป้ายสินค้าที่มีคุณภาพสูง”

ถึงเวลานักธุรกิจไทยบุกจีน

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการบุกตลาดจีน อย่างแรกที่ต้องเตรียมพร้อมคือ ทำความเข้าใจเรื่อง Payment และ E-Commerce จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในจีน ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการชำระเงินของคนจีนไปโดยสิ้นเชิง จากที่เคยใช้เงินสดจับจ่าย ก็เปลี่ยนเป็น Mobile Payment ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเต็มตัว นอกจากนี้ ยังต้องเข้าใจวิถีชีวิต และกฎระเบียบต่างๆ

“ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในจีนมากที่สุด เป็นกลุ่ม Sharing Economy ตามมาด้วย Online Mobile Payment, แอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ เช่น แอปฯ ชำระเงิน และสั่งอาหาร ฯลฯ และธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI หรือคลาวน์”

IMG_4507

ส่งต่อ Passion ตัวเอง สู่การเรียนรู้รูปแบบใหม่

นอกจากบทบาทผู้บริหารวัน ออริจิ้นแล้ว คุณกมลวรรณ เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาหลักสูตร Ultra Link- China คอร์สเรียนสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการอัปเดทความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ ในประเทศจีน โดยจุดเริ่มต้นของการพัฒนาหลักสูตรนี้มาจาก Passion ส่วนตัวที่ชอบเรียนรู้เพื่อหาประสบการณ์ และนำข้อมูลที่ได้มาเตรียมความพร้อมให้ตัวเอง

ท่ามกลางคอร์สเรียนที่เปิดสอนสำหรับผู้บริหารในขณะนี้ สิ่งที่ทำให้ Ultra Link- China แตกต่างคือ การนำผู้ประกอบการที่อยู่คนละประเทศมาเจอกัน ทั้งคนไทยและคนจีน เป็นการเรียนรู้ในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ใช่การเทรน์นิ่ง หรือ Coaching แต่เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผู้เรียนจะลงพื้นที่จริงในเมืองปักกิ่งและเซินเจิ้น เข้าถึงวิถีชีวิตของคนจีน ได้เห็นโอกาสทางธุรกิจ สร้างคอนเนกชั่น และแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การขยายธุรกิจในจีน

ในส่วนของการดูงานในประเทศ ผู้เรียนจะได้ไปศึกษาแนวคิดการทำงานจากบริษัทชั้นนำที่ไปประกอบธุรกิจในจีน 6 บริษัท ได้แก่ BBL, Nam Yong, SCG, KBANK, มิตรผล และ CP

ระยะเวลาโครงการ 26 กันยายน – 13 กุมภาพันธ์ 2561 เปิดรับสมัครแล้ว กรอกใบสมัครออนไลน์ได้ที่ http://www.fivewhale.com หรือโทร 065 536 6626

สำหรับผู้ที่สนใจ หรือต้องการอัปเดทข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับการทำธุรกิจ สามารถแอดไลน์ Fivewhaleadmin ได้

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Fayossy

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


5 + seven =

Recent Posts

Facebook

PR News