เก๋าแต่ไม่เก่า เมื่อสยามราชธานีผู้นำธุรกิจ Outsourcing กว่า 40 ปี พลิกโฉมสู่บริษัทขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

  • 3.9K
  •  
  •  
  •  
  •  

ในยุคที่ธุรกิจมีการแข่งขันสูง อีกทั้งยังต้องเผชิญกับการ Disruption ทางเทคโนโลยีและสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่คาดคิด ล้วนแต่เป็นตัวฉุดรั้งให้ธุรกิจพัฒนาและเติบโตไปอย่าง กลยุทธ์ Lean ซึ่งเป็นการลดหรือตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการเรื่องของเวลาและเงินทุน

เรียกว่ากลยุทธ์ Lean กลายเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญไปแล้วสำหรับการทำธุรกิจยุคใหม่ ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้การ Lean มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การใช้ Outsourcing โดยเฉพาะในงานที่นอกเหนือจากงานหลัก เช่น งานคนขับรถ, งานธุรการ, งานประชาสัมพันธ์ หรืองานฝ่ายคีย์ข้อมูล เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาธุรกิจหลัก แต่เพียงอย่างเดียว ช่วยลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ

ถ้าจะกล่าวถึงธุรกิจ Outsourcing ที่ครอบคลุมประเภทงานต่างๆ คงต้องยกให้ “สยามราชธานี” แม้ว่าชื่อนี้จะไม่คุ้นหูใครหลายๆ คน แต่รู้หรือเปล่าว่า สยามราชธานีดำเนินธุรกิจ Outsourcing มากว่า 40 ปี และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามการเปลี่ยนของตลาด โดยเฉพาะยุคที่เทคโนโลยีเข้ามา Disrupt หลายธุรกิจ สยามราชธานีเองก็หนีไม่พ้น แต่เพราะการปรับตัวที่รวดเร็วและการยอมรับสิ่งใหม่ ทำให้สยามราชธานีในวันนี้กลายเป็นธุรกิจหนึ่งในด้าน Tech Company

โดยครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก 2 ผู้บริหารต่างรุ่นแต่ประสานการทำงานเชื่อมโยงกันทั้ง คุณจิรณุ กุลชนะรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) และ คุณณัฐพล วิมลเฉลา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) ที่จะมาเผยความสำเร็จและการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล

ธุรกิจ Outsourcing สำคัญยังไง

ธุรกิจ Outsourcing ของสยามราชธานีเกิดขึ้นมาจากเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากธุรกิจดูแลและตกแต่งสวนให้กับโรงงานยาสูบ จากนั้นมีหน่วยงานจากรัฐวิสาหกิจติดต่อเข้ามาอีกเป็นจำนวนมากในการให้เข้าไปดูและและตกแต่งสวนอย่าง บางจาก ปตท. การไฟฟ้า ทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้เริ่มติดต่อขอพนักงานที่ทักษะด้านอื่นๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ Outsoucing

ด้านคุณจิรณุชี้ว่า หลังจากนั้นสยามราชธานีก็เริ่มขยายพนักงานไปในทักษะอื่นๆ อย่างคนขับรถ พนักงานช่าง พนักงานธุรการ ประชาสัมพันธ์ จนกระทั่งขยายมาสู่ธุรกิจรถเช่าที่มีให้เลือกทั้งแบบรถเช่าพร้อมคนขับ รถเช่าดัดแปลงไปจนถึงพนักงานบันทึกข้อมูล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้ากลุ่มรัฐวิสาหกิจ จึงขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มธุรกิจเอกชน และได้รับยอมรับจากภาคเอกชนเป็นอย่างดี

“สัดส่วนลูกค้าเราจะขึ้นอยู่กับงานประมูล ถ้าช่วงไหนมีงานประมูลภาครัฐมากสัดส่วนลูกค้าที่เป็นภาครัฐก็จะสูงขึ้น ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าอยู่ที่ภาครัฐ 60% และภาคเอกชน 40% ซึ่งเรามีความพร้อมมากเรื่องของบุคลากรตั้งแต่กลุ่มพนักงานมีทักษะ (Semi Skill) ไปจนถึงพนักงานออฟฟิศ (White Collar) หรืออย่างรถเช่าก็สามารถดัดแปลงให้ได้ตามที่ต้องการ อย่างรถการไฟฟ้าที่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เราก็สามารถทำได้”

หรืออย่างในธุรกิจโรงพยาบาลที่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการพบแพทย์โดยเร็ว ถ้าต้องวนหาที่จอดรถนานๆ อาจสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับลูกค้า บริการ Valet Parking สามารถแก้ปัญหานี้ได้ แต่โรงพยาบาลจะมัวเสียเวลากับเรื่องของ Valet Parking ทำไม แค่ให้สยามราชธานีเป็นผู้ดูแลบริการนี้ให้ โดยโรงพยาบาลสามารถใช้เวลาทั้งหมดไปกับการพัฒนา Core Business ด้านการรักษาได้อย่างเต็มที่

จุดเด่นที่แตกต่างกว่า Outsourcing ในตลาด

หนึ่งจุดเด่นที่เรียกว่าเป็นจุดแข็งของสยามราชธานี คือ เรื่องของความหลากหลายด้านทักษะ ส่วนหนึ่งเกิดจากการให้บริการลูกค้าแล้วรับฟังความต้องการของลูกค้า เมื่อลูกค้าต้องการพนักงานที่มีทักษะด้านนี้ สยามราชธานีก็จะพัฒนาทักษะใหม่ๆ เพื่อให้บริการตามความต้องการของลูกค้าในรูปแบบ Solution เพื่อเข้าไปแก้ Pain Point เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ช่วยให้ลูกค้ามีรายจ่ายที่ชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมเมอร์อีกกว่า 20 คนในพัฒนาซอฟท์แวร์ร่วมกับการทำงานของพนักงาน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าสยามราชธานีเป็นแบรนด์เดียวที่ให้บริการควบคู่กัน ยกตัวอย่างเช่น ระบบ Car Pool ที่ช่วยให้ลูกค้าที่ใช้บริการรถเช่าพร้อมคนขับจำนวนมากทราบคิวการจองใช้รถได้ โดยสยามราชธานีจะใช้วิธีนำบุคลากรเข้าไปอยู่ในหน่วยงานนั้นก่อน แล้วจึงตามด้วยระบบซอฟท์แวร์ที่ช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น

“นอกจากเรื่องของการขายเป็น Solution ไปพร้อมกับเทคโนโลยีและซอฟท์แวร์ต่างๆ แล้ว เรายังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเล็กน้อย อย่างบางห้างฯ ที่มีผู้เช่าพื้นที่จำนวนมาก ต้องส่งเอกสารหลักฐานมากมายให้กับห้างฯ ซึ่งถ้าใช้ DigiDocs ระบบเอกสารดิจิทัล ช่วยให้ลูกค้าที่เช่าพื้นที่สะดวกสามารถบริหารจัดเก็บเอกสารได้ ลดต้นทุนเรื่องการจัดเก็บเอกสาร ลูกค้าก็แฮปปี้แล้วก็ใช้บริการของเราอย่างต่อเนื่อง” คุณณัฐพล กล่าว

สยามราชธานีกับธุรกิจดิจิทัลยุคใหม่

เครื่องมือดิจิทัลหลายตัวที่สยามราชธานีนำมาใช้ เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเอง ซึ่งเทคนิคในการคิดค้นเทคโนโลยีเกิดจากการแก้ Pain Point ของบริษัทเองก่อน ถ้าสามารถแก้ไขได้จริงก็จะนำไปให้ลูกค้าได้ใช้งาน แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเห็นเทคโนโลยีจากพนักงาน แล้วติดต่อเข้ามาเพื่อต้องการใช้เทคโนโลยีนั้นบ้าง

นอกจากนี้ “ลูกค้า” ยังไม่ได้หมายถึงลูกค้าที่ใช้บริการ Outsourcing เท่านั้น แต่พนักงานก็ถือเป็นลูกค้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นเทคโนโลยีที่พัฒนาจึงต้องสามารถใช้กับพนักงานได้อย่างสะดวกสบายด้วย อย่าง E-Slip ที่ช่วยให้พนักงานสามารถบริหารการเงินของตัวเองได้ หรืออย่างเรื่อง Career Path เช่น พนักงานขับรถคนไหนมีทักษะเก่งก็พร้อมโปรโมตสู่ระดับหัวหน้า โดยไม่สนเรื่องการศึกษา รวมถึงการพัฒนาทักษะในด้านอื่นๆ ที่สนใจ บางครั้งบริษัทที่รับ Outsourcing ไปเป็นพนักงานประจำของบริษัทเองก็มี

“ธุรกิจ Outsourcing ถือเป็นธุรกิจ Win-Win ทั้งลูกค้าที่เป็นหน่วยงาน องค์กรและลูกค้าที่เป็นพนักงาน เรายินดีร่วมมือกับ Startup ทุกที่ทั้งในไทยและทั่วโลก รวมถึงลงทุนในเทคโนโลยีของเราเอง เรายังใช้เทคโนโลยี VR ในการรับสมัครพนักงานขับรถอีกด้วย โดยระบบจะทำการตัดคะแนนอัตโนมัติเมื่อมีการทำผิดและรายงานถึงสามารถการทำผิด และการใช้โปรแกรม DISC ในการสำรวจพฤติกรรม” คุณจิรณุและคุณณัฐพล กล่าวร่วม

นอกจากนี้ สยามราชธานียังมีระบบเช็คอินเช็คเอ้าท์บนมือถือ สามารถแจ้งขาดลามาสายผ่านมือถือได้ ซึ่งเริ่มมีลูกค้านำระบบดังกล่าวไปใช้กับบริษัทของตัวเองบ้าง และระบบ iRecruit ซึ่งเป็นระบบที่จะแจ้งให้ทราบว่าพนักงานที่สมัครเข้ามาผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียช่องทางไหนและอยู่ในขั้นตอนใด พร้อมส่งไปยังบริษัทลูกค้าแล้วหรือยัง

“แต่เดิมเวลาพนักงานเราไปทำงานที่บริษัทลูกค้าจะต้องมีการลงชื่อในใบลงเวลาหรือการตอกบัตร แต่เมื่อเรามีระบบนี้เข้าไปลูกค้าแฮปปี้มาก ทำให้ลูกคาสามารถเห็นได้ทันทีว่าพนักงานคนนี้ไม่มาทำงานแบบ Realtime”

4 ธุรกิจ Outsourcing หลัก

สำหรับธุรกิจ Outsourcing หลักของสยามราชธานีแบ่งออกเป็น 4 ธุรกิจด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น So Green ที่ถือเป็นธุรกิจดั้งเดิมรากฐาน ด้วยการเน้นไปที่การดูแลสวน บริการตัดต้นไม่ใหญ่ ออกแบบจัดสวนแบบครบวงจร สำหรับพื้นที่สวนสำหรับหน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐสาวิสาหกิจและเอกชน โดยได้รับมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ So People จะเป็นบริการจัดการด้านบุคลากร เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า โดยธุรกิจนี้ถือเป็นธุรกิจที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับสยามราชธานี ไม่ว่าจะเป็นบริการพนักงานขับรถ บริการด้าน Training บริการพนักงานสำนักงาน บริการ Valet Parking เป็นต้น ส่วน So Wheel จะเป็นการให้บริการรถเช่าหลากหลายประเภท เพื่อตอบโจทย์ทุกความสะดวกของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นรถเช่าระดับผู้บริหารหรือรถดัดแปลงใช้เฉพาะงาน เป็นต้น

และ So Next ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่แนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ และมีโอกาสเติบโตสูงกว่าธุรกิจ So People โดยปัจจุบันจะเน้นให้บริการบันทึกข้อมูลและสแกนเอกสารทั้งในและนอกสถานที่ รวมถึงบริหารจัดการเอกสารแบบออนไลน์ ในอนาคตจะมีการพัฒนาซอฟแวร์และระบบดิจิทัลต่างๆ ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจ รวมถึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเพื่อประสิทธิภาพการทำงานของลูกค้าได้มาก

อนาคตของสยามราชธานีในยุคดิจิทัล

“ในอนาคตองค์กรที่เป็น Experiential Organization ที่สามารถสร้างความมั่นคง แต่มีการใช้เทคโนโลยีที่มีสเกลใหญ่และเชี่ยวชาญ รวมถึงต้องรวดเร็ว ซึ่งสยามราชธานีเรามีข้อได้เปรียนตรงที่เรามีประสบการณ์และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริง เรายังเตรียมแผนในการพัฒนาไปสู่การเป็น Office Automation ช่วยให้เราสามารถรับงานได้มากขึ้นโดยที่เราไม่จำเป็นต้องเพิ่มบุคลากร” คุณจิรณุกล่าว

ระบบ Office Automation จะแสดงให้เห็นถึงปัญหาการทำงานและช่วยให้กระบวนการทำงานน้อยลง หมายถึงการใช้บุคลากรน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการติดต่อ Startup ทั้งในไทยและทั่วโลกในการหาเทคโนโลยีที่เหมาะกับบริษัทและนำมา Plug-in เข้ากับระบบ

ความสำคัญในอนาคตสยามราชธานีที่เปิด IPO เพื่อระดมทุนในการสร้างสเกลเทคโนโลยีดิจิทัลให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นการเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยี หลังจากที่ก่อนหน้านั้นสยามราชธานีมีการใช้เงินทุนของสยามราชธานีเองในการพัฒนา เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีรอไม่ได้

“ถึงอย่างนั้นเทคโนโลยีก็ไม่สามารถเข้ามาทดแทนบุคลากรได้ทั้งหมด เพราะคนเรายังต้องการการสื่อสารระหว่างคนกับคน ยิ่งไปกว่านั้นในงานบางประเภทยังจำเป็นต้องใช้คน ซึ่งสามารถทำอะไรได้มากกว่าเทคโนโลยี เช่น พนักงานขับรถที่สามารถมอบหมายให้ไปรับลูกที่โรงเรียน หรือช่วยยกของ ซึ่งเทคโนโลยีไม่สามารถเข้ามาทำได้ในส่วนนี้” คุณณัฐพลกล่าว

ทั้งหมดนี้คือบริษัทที่มีอายุมากว่า 40 ปี แต่ด้วยมุมมองใหม่และการผสานการบริหารงานด้วยประสบการณ์ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ส่งผลให้สยามราชธานีกลายเป็นผู้นำในธุรกิจ Outsourcing ด้วยการพัฒนาจากภายในองค์กรตัวเองส่งผ่านไปยังบริษัทและหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นลูกค้า ช่วยให้หลายองค์กรสามารถปรับตัวเข้าสู่ Digital Transformation ได้ง่ายมากขึ้น


  • 3.9K
  •  
  •  
  •  
  •