สรุปทุกเรื่องต้องรู้ ChatGPT Ads เปิดตัวในไทย! แสดงผลยังไง ใครเห็นบ้าง ธุรกิจไหนลงได้ และคิดค่าโฆษณาแบบไหน?


หลังจากเริ่มทดสอบในสหรัฐฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ล่าสุด OpenAI ประกาศเริ่มให้บริการ ChatGPT Ads ในประเทศไทยแล้ว พร้อมๆกับ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไต้หวัน ต้องบอกว่านี่จะกลายเป็นช่องทางโฆษณาใหม่ที่เราต้องใช้กันอย่างแน่นอน เพราะคนที่เข้ามาใช้ ChatGPT เรารู้กันดีว่าจะมาพร้อมเป้าหมายที่ชัดเจน ตั้งแต่หาข้อมูล วางแผน เปรียบเทียบสินค้า ไปจนถึงตัดสินใจซื้อ

OpenAI ระบุว่าปัจจุบัน ChatGPT มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านรายต่อสัปดาห์ และประเมินด้วยว่าคำถามทั้งหมดที่คนพันล้านคนเข้ามาถามมีประมาณ 20% ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริหาร

ส่วนเหตุผลที่เริ่มธุรกิจโฆษณาใน ChatGPT นั้น OpenAI บอกไว้ว่าเพราะนำรายได้ไปพัฒนาสู่เป้าหมายของบริษัทในการทำให้คนทั่วโลกเข้าถึงเทคโนโลยี AGI ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

แล้วโฆษณาจะเข้ามาอยู่ตรงไหน ใครมีโอกาสเห็น ธุรกิจแบบใดลงได้ ต้องตั้งค่าโฆษณาอย่างไร และระบบคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร Marketing Oops! สรุปให้ในโพสต์นี้

ChatGPT Ads แสดงผลตรงไหน?

โฆษณาจะปรากฏอยู่ใต้คำตอบปกติของ ChatGPT โดยมีเส้นแบ่งและป้าย Ad กำกับอย่างชัดเจน

OpenAI ยืนยันว่าคำตอบของ ChatGPT แบบ Organic จะแสดงผลตามปกติ โดยระบบจะแสดงคำตอบปกติก่อน แล้วจึงเลือกโฆษณาที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้านล่าง

สำหรับองค์ประกอบของโฆษณาประกอบด้วย

  • ชื่อผู้ลงโฆษณาและโลโก้
  • พาดหัว
  • คำอธิบาย
  • รูปภาพ
  • Landing Page ที่จะเปิดเมื่อผู้ใช้คลิก

โฆษณาจะไม่ปรากฏทุกครั้งที่ถาม โดย OpenAI ระบุว่าจะควบคุมปริมาณโฆษณาค่อนข้างเข้มข้น และเลือกแสดงเฉพาะจังหวะที่ระบบประเมินว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ใช้จริงๆเท่านั้น

ใครมีโอกาสเห็นโฆษณา?

ChatGPT Ads จะแสดงแก่ผู้ใช้อายุ 18 ปีขึ้นไปที่ใช้แพลน ChatGPT Free และ Go และจะโชว์ทั้งคนที่ล็อกอินและไม่ได้ล็อกอินส่วนคนที่ใช้ ChatGPT Plus, Pro และ Business จะไม่เห็นโฆษณา

ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมการนำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้เพื่อปรับโฆษณาให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้ และ OpenAI ระบุว่าจะไม่ส่งเนื้อหาบทสนทนาให้ผู้ลงโฆษณา

ระบบเลือกโฆษณาจากอะไร?

ChatGPT Ads ใช้บริบทและเจตนาของบทสนทนาแบบ Real-Time เป็นสัญญาณก่อนขึ้นโฆษณา เช่น คนที่กำลังวางแผนเดินทาง เปรียบเทียบสินค้า หรือหาบริการเพื่อแก้ปัญหาบางอย่าง

ระบบยังพิจารณา Landing Page พาดหัว คำอธิบายโฆษณา และ Context Hints หรือบริบทที่คนลงโฆษณากำหนดไว้ใน Ad Group ตอนตั้งค่ามาร่วมใช้ในการพิจารณาด้วย

อย่างไรก็ตาม OpenAI บอกเอาไว้ว่า Context Hints ไม่ได้ทำงานเหมือนการซื้อ Keyword แบบตรงตัว และไม่รับประกันว่าโฆษณาจะขึ้นโชว์เมื่อมีบทสนทนาใดเกิดขึ้นทุกครั้ง

OpenAI บอกว่าสิ่งที่แตกต่างไปของ ChatGPT Ads กับแพลทฟอร์มอื่นๆก็คือคนใช้งานมักให้บริบทยาวและละเอียดกว่าการ Search ทั่วไป ทำให้แบรนด์มีโอกาสเข้าถึงผู้ใช้ตั้งแต่ช่วง Top Funnel อย่าง Consideration ไปจนถึงการตัดสินใจได้

คิดค่าโฆษณาแบบไหน?

ChatGPT Ads รองรับเป้าหมายและรูปแบบการคิดค่าใช้จ่ายหลายแบบด้วยกัน โดย OpenAI บอกว่ามี 3 ส่วนก็คือ

  1. CPM จ่ายตามจำนวนครั้งที่โฆษณาแสดงผล เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการสร้างการรับรู้และพาแบรนด์ไปปรากฏต่อหน้ากลุ่มเป้าหมาย โดย CPM หมายถึงค่าใช้จ่ายต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง การเห็นโฆษณายังไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้จะคลิกหรือซื้อสินค้า
  2. CPC จ่ายเมื่อมีคนคลิกโฆษณา เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการพาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์หรือ Landing Page ผู้ลงโฆษณาจะถูกคิดค่าบริการเมื่อเกิด Valid Click หรือคลิกที่ระบบนับว่าผ่านเกณฑ์ หากโฆษณาปรากฏแต่ไม่มีคนคลิก ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายจากการคลิกครั้งนั้น
  3. oCPC จ่ายต่อคลิกเหมือน CPC แต่ระบบช่วยหาโอกาสเกิด Conversion โดย oCPC ย่อมาจาก Conversion-optimized Cost per Click ระบบจะใช้ข้อมูล Conversion ที่ธุรกิจส่งกลับไปช่วยเลือกแสดงโฆษณาแก่ผู้ใช้ที่มีแนวโน้มทำสิ่งที่แบรนด์ต้องการ เช่น ซื้อสินค้า สมัครสมาชิก หรือลงทะเบียนเป็น Lead

สำหรับแคมเปญ CPC เอกสาร OpenAI แนะนำให้เริ่มทดลองตั้งราคาเสนอสูงสุดประมาณ 3–5 ดอลลาร์สหรัฐต่อคลิก ตัวเลขนี้เป็นราคาเสนอที่แนะนำ ไม่ใช่งบขั้นต่ำหรือราคาที่การันตีว่าจะต้องจ่ายจริง

ระบบใช้การประมูลแบบ Second-price Auction ที่ให้น้ำหนักกับความเกี่ยวข้องของโฆษณาด้วย การเสนอราคาสูงจึงไม่ได้รับประกันว่าจะชนะทุกครั้ง

ธุรกิจไหนลงโฆษณาได้บ้าง?

OpenAI เปิดรับผู้ลงโฆษณาที่เป็นธุรกิจ ตั้งแต่แบรนด์ขนาดใหญ่ SME ไปจนถึง Startup โดยกลุ่มที่รองรับในช่วงเริ่มต้นเน้นธุรกิจ Consumer เช่น

  • สินค้า Lifestyle และของใช้ในบ้าน
  • บริการในพื้นที่
  • การท่องเที่ยวและกิจกรรม
  • สินค้าดิจิทัล
  • การศึกษา

ทุกบัญชีและแคมเปญต้องผ่านการตรวจสอบ ธุรกิจบางหมวดอาจถูกจำกัดหรือพิจารณาเป็นกรณี เช่น บริการทางการเงิน สุขภาพ การแพทย์ และกฎหมาย

หมวดที่ยังไม่อนุญาตมีตัวอย่าง เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ การพนันด้วยเงินจริง สินค้าปลอม คอนเทนต์สำหรับผู้ใหญ่ การเมือง และโฆษณาที่กล่าวอ้างเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด

Ads Manager รองรับบัญชีผู้ลงโฆษณาที่เป็นธุรกิจก่อน ส่วน Agency ผู้ให้บริการ OpenAI มีการประกาศรายชื่อ Agency Launch Partners ได้แก่ Dentsu, Havas Media, Omnicom Media, Publicis Groupe และ WPP และบอกไว้ด้วยว่าจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต

สำหรับการเปิดบัญชีแบบ Self-service บัญชีต้องเป็นของธุรกิจผู้ลงโฆษณาเอง ธุรกิจเป็นผู้กรอกข้อมูลนิติบุคคล ยืนยันบัญชี ตั้งค่าการเรียกเก็บเงิน และรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ส่วนถ้าจะให้ Agency มาช่วยดูแล ทาง OpenAI ยังไม่ได้ให้รายละเอียดว่า Agency Launch Partner แต่ละรายจะให้บริการอะไรหรือครอบคลุมประเทศใดบ้าง ธุรกิจที่ต้องการทำงานผ่านเอเจนซีจึงควรตรวจสอบบริการและสิทธิ์การเข้าถึงกับเอเจนซีนั้นโดยตรงก่อน

ถ้าธุรกิจไทยอยากเริ่ม ต้องทำอย่างไร?

ผู้ลงโฆษณาต้องสมัครผ่าน OpenAI Ads Manager Beta และดำเนินการตามขั้นตอนหลัก

  1. สร้างบัญชีด้วยบัญชี OpenAI และอีเมลที่ทำงาน
  2. กรอกข้อมูลธุรกิจ ประเทศ สกุลเงิน เขตเวลา เว็บไซต์ และโลโก้
  3. ยืนยันบัญชีและรอการตรวจสอบธุรกิจ
  4. ตั้งค่า Billing และบัตรเครดิต
  5. สร้าง Campaign, Ad Group และชิ้นงานโฆษณา
  6. ส่งแคมเปญให้ OpenAI ตรวจสอบก่อนเริ่มแสดงผล

เมื่อแคมเปญเริ่มทำงาน Ads Manager สามารถรายงาน Impression, Click, Spend, CTR, CPC เฉลี่ย, CPM เฉลี่ย และ Conversion ได้หากติดตั้งระบบวัดผลไว้

จากเว็บไซต์สู่โฆษณาตัวแรก ระบบช่วยทำอะไรให้บ้าง?

จากหน้าจอที่ Marketing Oops! ทดลอง ผู้ลงโฆษณาสามารถเริ่มต้นด้วยการกรอก URL เว็บไซต์ธุรกิจ จากนั้นระบบจะอ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์และสร้างตัวอย่างโฆษณาให้ดูก่อน

ระบบสามารถนำชื่อผู้ลงโฆษณา โลโก้ เนื้อหา และภาพจากเว็บไซต์มาประกอบเป็นโฆษณาตัวอย่าง พร้อมเสนอพาดหัว คำอธิบาย และธีมของกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องได้เราดูก่อนได้เลย

นอกจากนี้เรายังสามารถเปลี่ยนชื่อ พาดหัว คำอธิบาย รูปภาพ และ URL ปลายทางก่อนนำไปใช้ โดยหน้าจอแนะนำให้ใช้ภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 800 × 800 พิกเซลในรูปแบบ PNG หรือ JPG ด้วย จุดนี้ช่วยให้ธุรกิจเห็นภาพโฆษณาชิ้นแรกได้เร็วขึ้น

ตั้งค่าแคมเปญได้ละเอียดแค่ไหน?

ในหน้าสร้างแคมเปญแบบมีคำแนะนำ ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกวัตถุประสงค์เป็นการเข้าถึงหรือการคลิก พร้อมกำหนดรายละเอียดสำคัญได้หลายส่วน

  • เลือกพื้นที่เป้าหมายเป็นประเทศ ภูมิภาค หรือจังหวัด โดยหน้าจอมีตัวเลือกจังหวัดในประเทศไทยอยู่ทั้งหมดแล้ว
  • สามารถเลือกงบประมาณรายวันหรืองบรวมตลอดแคมเปญ
  • ให้ระบบปรับราคาเสนอเพื่อหาผลลัพธ์สูงสุดภายในงบประมาณได้
  • กำหนดราคาเสนอสูงสุดด้วยตนเองได้
  • ระบุ Landing Page ที่ต้องการพาผู้ใช้ไปหลังคลิกได้

สิ่งที่นักการตลาดควรเริ่มเตรียม

ChatGPT Ads ทำให้คุณภาพของบริบทมีความสำคัญมากขึ้น ตั้งแต่ข้อความโฆษณา Context Hints ไปจนถึงเนื้อหาบน Landing Page ทั้งหมดควรเชื่อมกับเจตนาของผู้ใช้ให้ชัดเจน

ทีม Performance ควรเตรียมระบบวัด Conversion, Tracking Parameter, Product Feed และ Creative หลายรูปแบบ เพื่อทดสอบว่าข้อความแบบไหนสัมพันธ์กับคำถามและสถานการณ์ของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม OpenAI ยังไม่ได้เปิดเผย Benchmark ของ Conversion Rate, CPA หรือ ROAS สำหรับประเทศไทย การเริ่มต้นจึงควรมองเป็นช่วงทดลอง เรียนรู้ และสร้างข้อมูลของธุรกิจเอง

ที่มา: OpenAI