
ระยะเวลาเพียงหนึ่งปีอาจยังเร็วเกินไปสำหรับความสำเร็จในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ แต่ที่ Central Park ยอดผู้มาเยือนกว่า 25 ล้าน Visits ในระยะเวลาหนึ่งปี กำลังแสดงให้เห็นถึงความคึกคักของศูนย์การค้าเปิดใหม่ ยิ่งในจำนวนนั้นเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 10 ล้าน Visits ยิ่งตอกย้ำการเป็น Destination กลางเมือง ที่หลังจากนี้มีแผนสู่การเป็น “Bangkok’s World Stage”
Key Takeaway
|
ดึงคนได้แล้ว ต้องดึงคนให้กลับมาอีก
การดึงให้ผู้คนเดินทางมาที่ศูนย์การค้าเปิดใหม่ อาจทำได้ด้วยการสร้างกระแสบน Social Media แต่กระแสเหล่านั้นอาจกลายเป็นการดึง Traffic ช่วงระยะเวลาสั้นๆ สิ่งที่ Central Park ต้องการมากกว่าเป็นการดึงคนให้การมาซ้ำๆ โดย คุณคุณายุธ เดชอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ทรัพย์สินศูนย์การค้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล พาร์ค บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มองว่า

“การทำให้คนมายังสถานที่หนึ่งเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว แต่โจทย์ที่ยากขึ้นไปอีกคือ เมื่อมาแล้วจะทำอย่างไรให้คนอยากกลับมาเรื่อยๆ”
ผลสำเร็จที่เห็นได้ชัด คือ จำนวนผู้มาเยือนที่ตลอดทั้งมีมากถึง 25 ล้าน Visits โดยในจำนวนนี้มีประมาณ 10 ล้าน Visits ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ นั่นทำให้ Central Park ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Top 3 ของเซ็นทรัลพัฒนา โดยที่ CentralWorld ยังคงมีสถานะเด่นชัดในฐานะอันดับหนึ่ง นอกจากนี้บนโลกออนไลน์ Central Park สามารถสร้าง Reach ได้ถึง 20 ล้าน, Engagement 4 ล้าน และ Views 40 ล้าน
“อาหาร” ยังเป็นแรงดึงดูดหลักให้กลับมา
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายคนมักพูดถึง Central Park มักจะเป็นเรื่องของ “อาหาร” สูงมาก โดยภายใน Central Park มีจำนวนร้านประมาณ 250 แบรนด์ โดยเกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่ม Food ซึ่งถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ที่ Central Park วางไว้ตั้งแต่แรก โดยเน้นไปที่ร้าน First in Thailand และร้าน New Concept ซึ่งรวมไปถึงร้านที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ที่สำคัญยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารไทยจำนวนมาก ซึ่งมีร้านระดับ Michelin Guide อยู่ในนั้นด้วย

นั่นทำให้ Central Park ได้รับรางวัล Grab ThumbsUp Awards 2026 ในฐานะ The Ultimate Destination for Today’s Most-Wanted Brands
นอกจากนี้ยังมีร้านค้าอื่นๆ ให้ผู้บริโภคสนใจและอยากลองมาสัมผัสประสบการณ์อย่างเช่น Blue Bottle Coffee ที่เข้ามาเปิดในประเทศไทย, ZARA กับ Store Design รูปแบบใหม่ที่เพิ่งเปิดในยุโรปก่อนนำมาใช้ในเอเชีย ไปจนถึง Onitsuka Tiger Flagship Store ที่มี Collaboration ในรูปแบบใหม่ ทำให้ความหลากหลายของแบรนด์ ความแปลกใหม่ทั้งแบรนด์แฟชั่นและร้านอาหารทำให้สามารถดึงผู้บริโภคให้กลับมาได้ต่อไปเรื่อยๆ
จับกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน
นอกจากเรื่องของประสบการณ์แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยทำให้ผู้บริโภคกลับมาที่ Central Park อย่างต่อเนื่อง คือการเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นพวกเดียวกัน ซึ่ง Central Park เรียกแนวคิดนี้ว่า “A People-led Cultural” ที่ต้องสร้าง Experience และ Emotion ที่โลก Digital ทดแทนได้ยาก โดย Central Park เริ่มจากคนในพื้นที่ ทั้งคนทำงานย่านสีลม คนที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง คนที่มาออกกำลังกายในสวน รวมถึงคนจากย่านอื่นที่สนใจ Lifestyle แบบเดียวกัน

จากนั้นค่อยเติมเรื่องของ Art, Fashion, Food, Design, Music, Culture, Event และ Collaboration เข้าไป เพื่อให้ผู้คนกับสถานที่มีส่วนช่วยสร้าง Character ร่วมกัน ทำให้เห็นผู้คนหลากหลายกลุ่มทั้งคนออกกำลังกาย คนที่สนใจ Fashion คนทำงาน และกลุ่ม Lifestyle ต่างๆ จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ ที่สำคัญคนที่ใช้พื้นที่เป็นประจำจะกลายเป็นแหล่งข้อมูลในการเผยแพร่ให้ Central Park ในรูปแบบ UGC โดยธรรมชาติ
แม้ว่า Central Park จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ก็เปรียบเทียบกับ Central World ไม่ได้ ด้วยภาพลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย Central World จะเน้นการเป็นแหล่ง Shopping แต่ที่ Central Park จะเน้นเรื่องของ Experience Lifestyle ซึ่งช่วยลดโอกาสที่ทั้ง 2 แห่งจะเกิดการ Cannibalization
ผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกัน
ไม่เพียงแค่ร้านอาหารหรือความชัดเจนของโครงการที่ทำให้ผู้คนกลับมาที่ Central Park ยังมีการออกแบบที่ผสมผสานทุกอย่างเข้ากัน สิ่งแรกที่เห็นคือการหยิบประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่งของโรงแรมดุสิตธานีเดิม และพื้นที่ CBS ในสีลม-พระราม 4 รวมไปถึงสวนสาธารณะใจกลางเมืองอย่างสวนลุมพินี ที่ช่วยให้โครงการเห็นภาพการใช้ชีวิตของคนเมืองอย่างชัดเจน
ไฮไลท์ที่เด่นชัดอย่างพื้นที่ Rooftop Park ขนาดประมาณ 7 ไร่ ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อพื้นที่ธุรกิจและการใช้ชีวิตกลางเมือง ภายใต้รูปแบบโครงการ Mixed-use Ecosystem ที่มีทั้ง Shopping Centre พร้อม Rooftop Park, Central Park Offices, Dusit Thani Bangkok และ Residences

โดยในช่วยระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา พบว่า
- Central Park Offices ที่เป็น Grade A Office มีมีอัตราการใช้พื้นที่สูงมากกว่า 80%
- Retail มีอัตราการใช้พื้นที่มากกว่า 98%
- Residences มีการขายพื้นที่ไปแล้วประมาณ 96%-97% ทำให้สามารถรองรับ
ส่งผลให้กลายเป็นพื้นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งการออกกำลังกายและทำงาน ทางอาหารทั้งกลางวันและช่วงเย็น เป็นพื้นที่นัดพบเพื่อสังสรรค์ทานข้าว รวมไปถึงยังเป็นแหล่งช้อปปิ้ง
วาง 3 ทิศทางสู่ Bangkok’s World Stage
เพื่อต่อยอดความสำเร็จในช่วงหนึ่งปีแรก Central Park วางทิศทางการพัฒนาธุรกิจไว้ถึง 3 ด้าน โดยแนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายการขยายสู่ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น

Global Firsts — ทำให้ความใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากการนำเสนอรูปแบบแบรนด์ร้านค้าใหม่ๆ แล้ว ยังให้ความสำคัญกับ Event Space และ Collaboration ซึ่งจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น ช่วยสร้างความใหม่โดยไม่จำเป็นต้องมีร้านค้าขนาดใหญ่ ซึ่ง Event ต่างๆ จะถูกหมุนเวียนไปเรื่อยๆ หากได้รับการตอบรับดีก็มีโอกาสพัฒนาต่อไป ขณะที่บาง Event มีเพื่อรักษา Flavor ใหม่ของพื้นที่

Global Culture — เปลี่ยน Shopping ให้เป็น Cultural
ด้วยการเพิ่มบทบาทด้าน Design, Art, Music และ Culture ผ่าน World-class Artists ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเดินทางมาซ้ำๆ โดยที่มีแรงจูงใจมากกว่าการซื้อสินค้าและทานอาหาร
Global Audience — จับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จุดเริ่มต้นของ Central Park เป็นการสร้างโดยอาศัยผู้คนในพื้นที่เป็นหลัก แต่เมื่อจำนวนผู้มาใช้บริการเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงเกือบครึ่ง เป็นการชี้ให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติมีบทบาทสูงมาก โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาจากจีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ตะวันออกกลาง และยุโรป ซึ่งสอดรับกับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย โดยในอนาคตจะให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้มากขึ้น ผ่าน Global Creators และ Partners

ต้องจับตาดูต่อไปว่า อนาคตของ Central Park คือการก้าวสู่ Destination ระดับโลก และแน่นอนว่าจากนี้ไป Experience และ Emotion จากนี้ไปจะอยู่ในระดับสากลมากขึ้น ผสมผสานกับ Culture ของผู้คนในพื้นที่ Central Park ในปีแรกจึงเป็นการพิสูจน์ถึงความน่าสนใจและน่าค้นหา แต่หลังจากนี้เป็นต้นไปจะเป็นการพิสูจน์ว่า ความน่าสนใจเหล่านั้นจะสามารถถูกต่อยอดให้ก้าวไปไกลมากกว่านั้นได้หรือไม่
FAQ:Central Park มีผู้เข้าใช้บริการกี่ครั้งในปีแรก?ข้อมูลจาก Central Park ระบุว่า มีประมาณ 25 ล้าน Visits ภายในหนึ่งปี โดยประมาณ 10 ล้าน Visits มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้บริหารจัด Traffic ของโครงการอยู่ในกลุ่ม Top Tier ของ Portfolio เซ็นทรัลพัฒนา 3 Key Drivers ที่ทำให้ Central Park เติบโตคืออะไร?ประกอบด้วย Curated Newness การคัดเลือกแบรนด์และคอนเซ็ปต์ใหม่, A People-led Cultural Stage การสร้างพื้นที่ผ่านผู้คน Art, Fashion, Food และ Culture และ Design for Bangkok การออกแบบที่เชื่อม Modern Bangkok กับ Heritage ของพื้นที่ Central Park ต่างจาก CentralWorld อย่างไร?จาก Positioning ที่ผู้บริหารอธิบาย CentralWorld เป็น Flagship ขนาดใหญ่ที่รวม Destination และ Shopping Choices หลากหลาย ขณะที่ Central Park เน้น Curated Experience และ Modern Lifestyle ที่มี Character เฉพาะ โดยให้ความสำคัญกับ Food, Design, Art, Culture และพื้นที่สีเขียว Central Park มีร้านค้ากี่แบรนด์?ผู้บริหารระบุว่ามีมากกว่า 250 แบรนด์ และหากพิจารณาจากจำนวนร้าน Food มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่ง แม้สัดส่วนพื้นที่จริงอาจแตกต่างออกไปตามขนาดร้าน What’s Next ของ Central Park คืออะไร?Central Park วาง 3 ทิศทาง ได้แก่ Global Firsts ดึง Global Brand Exclusives และ First-in-Thailand Concepts, Global Culture ผ่าน Design, Art, Music และ Cross-cultural Collaboration และ Global Audience เพื่อเพิ่มบทบาทในฐานะ Destination สำหรับ International Tourists และพัฒนาไปสู่ Bangkok’s World Stage |


