
สยามสแควร์กำลังจะมีแลนด์มาร์กขนาดใหญ่เข้ามาเติมภาพจำของย่านอีกครั้ง หลังเซ็นทรัลพัฒนา จับมือมิตซูบิชิ เอสเตท เปิดตัวโครงการ ‘CenTRal cENtrAL’ หรือ ‘เซ็นทรัล เซ็นทรัล’ มิกซ์ยูสมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท บนทำเลสี่แยกปทุมวัน โดยวางบทบาทให้เป็นพื้นที่ที่รวมรีเทล ออฟฟิศ โรงแรม แบรนด์ ครีเอเตอร์ และวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ไว้ในระบบเดียวกัน
โดยจจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ Q2 ปี 2570 และทยอยเปิดตามลำดับ 3 เฟส เริ่มจากศูนย์การค้า ตามด้วยอาคารสำนักงานใน Q4 ปี 2570 และ 25hours Hotel แบรนด์โรงแรมจากยุโรปใน Q1 ปี 2572
ทำไมต้องสยามสแควร์?
สยามสแควร์มีทุนเดิมที่แข็งแรงในเชิงวัฒนธรรมเมือง ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ย่านนี้เป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่มาอัปเดตเทรนด์ ทดลองไลฟ์สไตล์ เจอร้านใหม่ เปิดรับแบรนด์ใหม่ และสร้างกระแสใหม่ให้กรุงเทพฯ อยู่เสมอ
หลายแบรนด์ท้องถิ่นเริ่มต้นจากย่านนี้ ก่อนเติบโตไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น ขณะที่แบรนด์ระดับโลกก็มองสยามสแควร์เป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคไทย เพราะผู้คนที่เข้ามาในย่านนี้มีพฤติกรรมพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ พร้อมทดลอง และพร้อมส่งต่อประสบการณ์ผ่านโซเชียล
ด้วย Catchment กว่า 1.2 ล้านคน ครอบคลุมทั้งผู้อยู่อาศัย คนทำงาน นักศึกษา และคอมมูนิตี้ด้าน Creative, Art และ Sport ขณะเดียวกันยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่กว่า 50 ล้านคนต่อปี ทำให้สยามสแควร์เป็นทำเลที่มีทั้งปริมาณคนเดิน ความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย และอิทธิพลต่อการเกิดเทรนด์ในเวลาเดียวกัน
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในย่านสยามสแควร์ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เลือกใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น จึงเป็นคำถามว่า CenTRal cENtrAL จะสร้างจุดยืนของตัวเองในพื้นที่นี้อย่างไร
เซ็นทรัลพัฒนา ให้มุมมองว่า เซ็นทรัลเองมีจุดเด่นที่ชัดเจน ซึ่งผู้บริโภครู้จักและชอบกันดีอยู่แล้ว ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนาไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องอยู่ด้วยตัวคนเดียว มองว่าศูนย์การค้าอื่นๆ ในย่านเป็นเหมือนเพื่อนที่ต้องจับมือกันเพื่อยกระดับทั้งสยามสแควร์ให้เติบโต
JV ที่เติมความแข็งแรงด้านพัฒนาเมือง

ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของ CenTRal cENtrAL คือการเป็น Joint Venture ระหว่างเซ็นทรัลพัฒนา และ Mitsubishi Estate พันธมิตรด้านการพัฒนาเมืองจากญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 100 ปี และมีแลนด์มาร์กสำคัญในหลายภูมิภาค ทั้งยุโรป เอเชีย และไทย
ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากความสัมพันธ์เดิมใน Central Village สำหรับ CenTRal cENtrAL บทบาทของมิตซูบิชิ คือความละเอียดในการใช้พื้นที่ที่มีขนาดจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการทำให้พื้นที่ค้าปลีกเชื่อมกับ Culture และการใช้ชีวิตได้อย่างแนบเนียน เมื่อมารวมกับความเข้าใจตลาดไทยและ DNA ของ Central Pattana ในการพัฒนาศูนย์การค้าที่มีทั้งมุมของรีเทล เมือง วัฒนธรรม และประสบการณ์อยู่ในโครงเดียวกัน
จากศูนย์การค้าสู่ Experimental Retail Platform
CenTRal cENtrAL วางศูนย์การค้าให้มีพื้นที่รีเทลราว 40,000 ตารางเมตร รองรับแบรนด์ประมาณ 300 แบรนด์ พร้อมแนวคิด First Time in Thailand, First Test in Market และ First Concept in Asia
สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิด Experimental Retail หรือพื้นที่ทดลองรีเทลที่ปรับเปลี่ยนได้เร็วกว่าโมเดลร้านค้าถาวรแบบเดิม แบรนด์สามารถใช้พื้นที่นี้เป็นสนามเปิดตัว ทดลองคอนเซ็ปต์ ทำ Pop-up หรือเช็กฟีดแบ็กจากผู้บริโภคจริง ก่อนขยายสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น
พื้นที่บางส่วนจึงถูกออกแบบให้เป็น Flexible Space มากกว่าการล็อกเป็นร้านค้าแบบตายตัวทั้งหมด เพื่อรองรับจังหวะของเทรนด์ที่เกิดเร็วและเปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ กีฬา แกดเจ็ต คาเฟ่ และแบรนด์เกิดใหม่ที่ต้องการพื้นที่โชว์ตัวแบบหมุนเวียน เพราะพื้นที่รีเทลต้องช่วยให้แบรนด์เล่าเรื่องได้ดีขึ้น สร้างโมเมนต์ได้ถี่ และทำให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกเบื่อ อยากกลับมาซ้ำๆ
CenTRal cENtrAL จึงเชื่อม 3 แกนหลักเข้าด้วยกัน
– Commerce: พื้นที่ค้าขาย สร้างรายได้ และเปิดโอกาสให้แบรนด์เจอลูกค้าจริง
– Culture: พื้นที่สร้างเทรนด์ คอมมูนิตี้ และประสบการณ์ร่วมของคนรุ่นใหม่
– Content: พื้นที่ที่มีเรื่องให้ถ่าย แชร์ เล่า และขยายต่อบนโลกออนไลน์
มิกซ์ยูสที่ออกแบบมาเพื่อสร้างทราฟฟิกทั้งวัน
CenTRal cENtrAL มีพื้นที่โครงการรวม 141,000 ตารางเมตร บนที่ดิน 7 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรม ซึ่งแต่ละส่วนมีบทบาทในการสร้างดีมานด์คนละช่วงเวลา
.
ศูนย์การค้าทำหน้าที่ดึงคนด้วยแบรนด์ อีเวนต์ ร้านอาหาร คาเฟ่ และประสบการณ์ใหม่ อาคารสำนักงาน 12 ชั้นมีพื้นที่ราว 20,000 ตารางเมตร ช่วยสร้าง Regular Traffic จากคนทำงาน ส่วน 25hours Hotel จำนวน 349 ห้อง จะเข้ามาเติมฐานนักท่องเที่ยว และกลุ่มมีกำลังซื้อสูงจากต่างประเทศ
กลยุทธ์กระจายโซนทั่วพื้นที่

หนึ่งในจุดที่น่าสนใจคือการกระจายโซนต่างๆ ไปทั่วศูนย์การค้า แทนการรวมหมวดเดียวกันไว้เฉพาะจุดเดียว (เช่น โซนอาหาร ก็ขายอาหารเท่านั้น) วิธีนี้ช่วยให้การเดินใน CenTRal cENtrAL มีความเป็น Discovery Journey มากขึ้น ผู้บริโภคสามารถเจอร้าน แบรนด์ คาเฟ่ พื้นที่อีเวนต์ หรือมุมพักผ่อนได้ตลอดเส้นทาง เป้าหมายคือการทำให้คนเดินสนุกขึ้น ใช้เวลาในพื้นที่นานขึ้น และมีโอกาสเจอสิ่งใหม่ระหว่างทางมากขึ้น
ทั้งยังมีสวนสามชั้น และพื้นที่สีเขียวราว 3,500 ตารางเมตรที่เชื่อมพื้นที่แต่ละจุดเข้าด้วยกัน ทำให้พื้นที่กลางเมืองแข็งๆ ถูกเติมด้วยมิติของการพักผ่อน การเดินเล่น และการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของรีเทลยุคที่คนเลือกมาเพราะประสบการณ์โดยรวม เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคมาศูนย์การค้าแบบไร้เป้าหมายมากขึ้น แต่ก็คาดหวังว่าการมาที่นี่จะมีอะไรให้ตัวเองทำ ใช้เวลาสนุกกับมัน หรือแค่อยากมานั่งเฉยๆ ก็มีที่ให้นั่ง คือจุดสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคอยากมาซ้ำๆ
โซนไฮไลท์
– Social Theatre: Public Gathering Space สำหรับกิจกรรมด้าน Art, Performance และ Creative Activities สามารถเปลี่ยนพื้นที่กลางให้เป็นเวทีของอีเวนต์ การแสดง การเปิดตัวแบรนด์ หรือกิจกรรมของครีเอเตอร์ได้ตลอดปี
– Skyline Theatre: พื้นที่ Rooftop City View, Public Garden, Café และ Dining Destination ที่เปิดมุมมองสู่สี่แยกปทุมวัน
– Flexible Retail Space: โซนอย่าง The Urban Ground, Designer Maison, The Wardrobe, Passion Field และ Motion Ground ถูกออกแบบเป็น Flexible Retail Space รองรับแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ กีฬา แกดเจ็ต แบรนด์เกิดใหม่ และ Pop-up Culture
– Food & Café Culture: อาหารและคาเฟ่ยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนกลับมาย่านเดิมซ้ำได้บ่อย CenTRal cENtrAL นี้จึงวางทั้ง Social Haus, Friend Table, Join Joy และคาเฟ่ในสวน Rooftop พร้อมดึง Food Culture จากต่างประเทศ และ Popular Neighbourhood Café จากกรุงเทพฯ เข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียว
สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ร้านอาหารและคาเฟ่มีบทบาทมากกว่าจุดกินดื่ม แต่เป็นพื้นที่นัดเจอเพื่อน ถ่ายคอนเทนต์ ใช้เวลา และสร้างประสบการณ์ร่วม ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของสยามสแควร์ในฐานะย่านไลฟ์สไตล์ของเมือง
เป้าหมายคือปั้นสยามให้เป็น Youth Economy Hub
CenTRal cENtrAL วางกลุ่มเป้าหมายหลักไว้ 3 กลุ่ม ได้แก่
– Global Young Mindsets: คนรุ่นใหม่ ครีเอเตอร์ ศิลปิน นักศึกษา ผู้ประกอบการ และกลุ่มที่ชอบทดลองสิ่งใหม่
– Global Talent: คนทำงานสาย Startup, Tech, Creative และอุตสาหกรรมที่ต้องการพื้นที่ทำงานใจกลางเมือง
– Global Affluent Travelers: นักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มมีกำลังซื้อสูงจากต่างประเทศ
CenTRal cENtrAL จึงพยายามยกระดับสยามสแควร์จากย่านวัยรุ่นที่แข็งแรงในไทย สู่พื้นที่เศรษฐกิจของคนรุ่นใหม่ หรือ Youth Economy Hub ที่เชื่อมการใช้จ่าย การท่องเที่ยว ครีเอเตอร์ แบรนด์เกิดใหม่ และไลฟ์สไตล์เมืองเข้าด้วยกัน

ในวันที่การซื้อของออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ ศูนย์การค้าต้องสร้างเหตุผลใหม่ให้คนออกจากบ้าน เหตุผลนั้นอาจเป็นแบรนด์ใหม่ อีเวนต์ใหม่ คาเฟ่ใหม่ คอมมูนิตี้ใหม่ หรือประสบการณ์ที่หาได้จากพื้นที่จริงเท่านั้น
