103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

เปิดเคล็ดลับ “LINE Creators” ปั้นสติกเกอร์อย่างไรให้ปัง-โกอินเตอร์ ทำรายได้ 3 แสนบาทต่อเดือน!

posted by  932 views

LINEsticker

โลกดิจิทัลเป็นยุค “Open Platform” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาทำ Co-creation ร่วมกับแบรนด์ใหญ่ และแบ่งรายได้ แต่ขณะเดียวกันการเป็น “Open Platform” ย่อมตามมาด้วยจำนวนคนที่เข้ามาร่วมสร้างสรรค์อยู่ในระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) ของแบรนด์ใหญ่

อย่างกรณี “LINE Sticker” กลุ่มธุรกิจของ “LINE” ปัจจุบันประกอบด้วย 3 รูปแบบคือ “Sponsor Sticker” เป็นสติกเกอร์แจกฟรี และ “สติกเกอร์จัดจำหน่าย” มี 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. “Official Sticker” เป็นสติกเกอร์คาแรคเตอร์ชั้นนำ – สติกเกอร์ศิลปิน และ 2. “LINE Creators Market” ซึ่งปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเปิดขนาดใหญ่ โดยเวลานี้ทั่วโลกมี LINE Creators ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน และมีสติกเกอร์จากนักสร้างสรรค์เหล่านี้ 1.3 ล้านชุด ถ้าสติกเกอร์ใดที่มียอดขายสูงสุดในแต่ละเดือน

“ประเทศไทย” เป็นอันดับ 2 ของประเทศที่มีผู้ใช้ LINE มากที่สุดในโลก (อันดับ 1 คือ ญี่ปุ่น / อันดับ 3 – 4 คือ ไต้หวัน และอินโดนีเซีย) นี่จึงทำให้ไทยมียอดดาวน์โหลดสติกเกอร์ และจำนวนผู้ใช้สติกเกอร์ LINE ติด 1 ใน 4 ของโลก โดยล่าสุดยอดดาวน์โหลด “LINE Sticker” ในไทยไตรมาสแรกของปีนี้ เพิ่มสูงขึ้ง 52% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และมีจำนวนผู้ซื้อสติกเกอร์เพิ่มสูงขึ้น 28% ทำให้เป็นครั้งแรกที่ตลาดไทยมีการเติบโตเป็นอันดับ 1 ของ LINE ทั่วโลก

“ตัวเลขการเติบโตของกลุ่มธุรกิจสติกเกอร์ LINE ประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าสติกเกอร์ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือการสื่อสารที่ยังเป็นเทรนด์ และเป็นที่นิยม เพราะวัฒนธรรมสังคมไทยไม่แสดงออกตรงๆ ดังนั้นการส่งสติกเกอร์ให้กัน จึงถูกใช้แทนใช้แทนคำพูด ไม่ต้องพิมพ์ยาว และยังช่วยสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้เข้าใจ และชัดเจนยิ่งขึ้น หรือการส่งสติกเกอร์ ทำให้เกิดบทสนทนาใหม่” คุณกณพ ศุภมานพ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสติกเกอร์ LINE ประเทศไทย ฉายภาพ Demand สติกเกอร์ในไทยResize LINE Sticker_01Info_LINE_TH-R

ปั้นสติกเกอร์ให้สะดุดตาผู้บริโภค และขายได้

ปัจจุบันจำนวน “LINE Creators” ในไทย ปัจจุบันอยู่ที่ 340,000 ราย และคาดว่าภายในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 400,000 ราย ยิ่งมี Creators มากขึ้นเท่าไร นั่นเท่ากับว่าแพลตฟอร์ม LINE มีคอนเทนต์มากขึ้นตามมา ขณะเดียวกันผู้ใช้แอปฯ มีทางเลือกมากขึ้น

แต่กว่าจะออกมาเป็นสติกเกอร์ดีไซน์น่ารัก หรือลุคเท่ กวน หรือแนวฮา ขายบนแพลตฟอร์ม LINE Creators Market และกลายเป็นหนึ่งในสติกเกอร์ที่ผู้ใช้ LINE เลือกซื้อ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเหล่านักสร้างสรรค์

แม้จะไม่มีสูตรสำเร็จในการสร้างสรรค์สติกเกอร์ให้เป็นที่นิยม แต่ “คุณกณพ ศุภมานพ” หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสติกเกอร์ LINE ประเทศไทย พร้อมด้วย Creators จาก 4 ประเทศ ประกอบด้วย “คุณมนันห์ตชัย ไพรสิทธ์” เจ้าของสติกเกอร์ “ตัวหมู by ต้นไม้” / “คุณเฉิง ซง ลี” จากไต้หวัน เจ้าของสติกเกอร์ “Sweethouse Happy Deer” ทำรายได้ 500,000 บาทต่อเดือน / “คุณคะนาโกะ ซุฮาระ” จากญี่ปุ่น เจ้าของสติกเกอร์ “ซึมุริน” หอยทากจอมกวน โดยสติกเกอร์ชุดนี้สามารถทำรายได้ 300,000 บาทต่อเดือน / “คุณเมลานี เซ็ตโยวาตี้ ซันโตโซ่” จากอินโดนีเซีย เจ้าของสติกเกอร์ “Milk & Mocha” ทำรายได้ 300,000 บาทต่อเดือน ได้ร่วมกันเผยเคล็ดลับพื้นฐานสู่การเป็น LINE Creator ที่ประสบความสำเร็จ

------------------------------resize

1. มี Passion ในสิ่งที่ทำ จะพบว่าสติกเกอร์ LINE ของ Creator ที่ประสบความสำเร็จ ล้วนแล้วแต่มีจุดเริ่มต้นจากการรักในสิ่งที่ทำ กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน

2. พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และมีความสม่ำเสมอในการสร้างสรรค์ผลงาน เนื่องจากการทำ LINE Sticker ไม่มีสูตรสำเร็จว่าแบบไหนจะประสบความสำเร็จ ซึ่งกว่าที่ LINE Creators จะประสบความสำเร็จ หลายคนต้องออกแบบคาแรคเตอร์หลายสิบตัว ถึงจะมีคาแรคเตอร์ที่ “โดนใจ” ผู้บริโภค

อย่างไรก็ตามเมื่อสร้างสรรค์ออกมาแล้ว ผลตอบรับจะดัง หรือไม่ดังก็ตาม ล้วนแล้วแต่ทำให้ “LINE Creators” ได้เรียนรู้ว่าคนชอบ – ไม่ชอบอะไร แล้วนำไปพัฒนาต่อ

3. ติดตามเทรนด์ สังเกตคน-สิ่งต่างๆ รอบตัว และทำความเข้าใจจริตผู้บริโภค พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากแฟนๆ สติกเกอร์ เพื่อนำมาเป็นข้อมูล และปรับใช้ในการพัฒนาครั้งต่อๆ ไป

4. คาแรคเตอร์สติกเกอร์ต้องมีความแตกต่าง เพราะท่ามกลางสติกเกอร์มากมาย สติกเกอร์ที่จะโดนใจผู้ใช้ ต้องมีคาแรกเตอร์ หรือคอนเทนต์แตกต่าง จะเห็นว่าที่ผ่านมามีคาแรกเตอร์ที่มีลายเส้นง่ายๆ แต่กลับฮิตขึ้นมา เพราะคอนเทนต์ที่มาพร้อมกับคาแรกเตอร์นั้น มีความแตกต่างจากคาแรคเตอร์อื่น และถูกจริตผู้ใช้แอปพลิเคชัน LINE

5. โปรโมทสติกเกอร์ ผ่านช่องทางสื่อสารของ Creators จะเห็นได้ว่านักสร้างสรรค์หลายคนที่สติกเกอร์ได้รับความนิยม ได้สร้างช่องทางการสื่อสาร Social Network ของตนเอง เช่น Facebook Fan Page, Instagram เพื่อสร้างการรับรู้ในผลงาน และสร้างฐานแฟนคลับให้ได้ติดตามผลงานต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเป็นช่องทางสร้าง Engagement กับแฟนคลับ

“Creators ที่ประสบความสำเร็จหลายคน ทุกคนพูดเหมือนกันว่า ไม่สามารถบอกได้เลยว่าคาแรคเตอร์ไหนทำแล้วจะประสบความสำเร็จ และแบบไหนจะไม่สำเร็จ หลายคนออกแบบมาเป็นสิบๆ คาแรคเตอร์ เช่น Creators ญี่ปุ่นบางท่าน ออกแบบหลายสิบคาแรคเตอร์ บางคาแรคเตอร์ไม่ดังในญี่ปุ่น แต่กลับมาดังในไทย

หรือบางคนวาดรูปไม่เก่งมาก จึงวาดลายเส้นไม่ซับซ้อน แต่กลายเป็น Top Creators เพราะคอนเทนต์ที่มาพร้อมกับคาแรคเตอร์โดนใจผู้ใช้งาน ก็เป็นที่นิยม และสร้างรายได้ให้กับนักสร้างสรรคได้เช่นกันเพราะฉะนั้น Creators ที่จะประสบความสำเร็จ คือ ต้องพัฒนาตัวเองต่อเนื่อง และมีความสม่ำเสมอในการสร้างสรรค์ผลงาน ควบคู่กับการศึกษาเทรนด์ ดูจริต หรือความชอบของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของคาแรคเตอร์นั้นๆ” คุณกณพ ขยายความเพิ่มเติม

----------------------------------resize

ถอดความสำเร็จสติกเกอร์ “ซึมุริน” หอยทากจอมกวน

เวลานี้ใครหลายคนที่แชท LINE คงเป็นเจ้าของสติกเกอร์ “ซึมุริน” (Tumurin) หรือได้รับจากเพื่อนที่ส่งมาให้เวลาพูดคุยกัน โดยเบื้องหลังของสติกเกอร์นี้ คือ “คุณคะนาโกะ ซุฮาระ” ผู้สร้างสรรค์สติกเกอร์หอยทากจอมกวน โดยก่อนที่จะมา LINE Creators เธอเป็นนักวาดรูปมาก่อน และมี Facebook Fanpage ของตัวเอง โดยคุณคะนาโกะจะอัพผลงานคาแรคเตอร์ที่สร้างสรรค์ขึ้นบนเพจของเธอ

ต่อมาเมื่อ LINE ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “LINE Creators Market” คุณคะนาโกะเล็งเห็นว่าจะเป็นช่องทางที่ทำให้คาแรคเตอร์ที่เธอออกแบบขึ้น สามารถไปถึงคนทั่วโลกได้ จึงทำให้เธอก้าวเข้ามาสู่การเป็นหนึ่งใน LINE Creators ซึ่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สติกเกอร์ มาจากประสบการณ์ส่วนตัว ที่ไม่ชอบทำอะไรตามกระแสนิยม และเป็นคนที่ชอบดูวิดีโอสัตว์โลก และมองว่าคาแรคเตอร์สัตว์มีความน่ารัก

ในที่สุดได้ตัดสินใจนำคาแรคเตอร์หอยทากที่เคยวาดไว้เมื่อปี 1999 มาพัฒนาต่อให้น่ารักขึ้น กลายเป็น “ซึมุริน” หนึ่งในสติกเกอร์ที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในไต้หวัน และไทย ขณะที่วันนี้ได้ต่อยอดความสำเร็จสู่การพัฒนาเป็น Merchandise เช่น เคสสมาร์ทโฟน พวงกุญแจ

LINE Sticker Tumuri

“จุดเริ่มต้นของหอยทากจอมกวน มาจากสมัยก่อนเวลาวาดรูป ยังไม่มีปากกาวาดรูปกับคอมพิวเตอร์ ยังต้องใช้เมาส์วาดรูป ซึ่งการใช้เมาส์วาดรูป วาดเป็นวงกลม ง่ายสุด ดังนั้นจะสังเกตได้ว่าตัวของ “ซึมุริน” มีวงกลมเยอะ โดยหลังจากพัฒนาเป็นสติกเกอร์ บน LINE Creators Market ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะดัง

แต่หัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์สติกเกอร์ของดิฉัน คือ เน้นออกแบบคาแรคเตอร์หลายตัวเป็นจำนวนมาก แต่คาแรคเตอร์ที่ออกแบบนั้น ต้องมาจากสิ่งที่ตัวเองชอบ และต้องไม่ยอมแพ้ เพราะเวลาเราทำสติกเกอร์ออกมา ไม่ได้แปลว่าจะขายได้ทุกครั้งเสมอไป ถ้าขายไม่ได้ หรือไม่ได้รับความนิยม เราอย่าเพิ่งหมดหวัง ให้พยายามสร้างสรรค์คาแรคเตอร์ใหม่อย่างสม่ำเสมอ และพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อวันหนึ่ง สติกเกอร์ที่เราออกแบบจะขายได้แน่นอน” คุณคะนาโกะ ซุฮาระ ให้คำแนะนำนักสร้างสรรค์คาแรคเตอร์

---------------------------------------------R

ผ่าเทรนด์ “LINE Sticker” แบบไหนมาแรง ?!?

สำหรับหลักการออกแบบ LINE Sticker โดยพื้นฐาน คือ “น่ารัก” และ “ใช้งานง่าย” นอกจากนี้นักสร้างสรรค์ต้องเข้าใจเทรนด์การออกแบบล่าสุด ใน 3 ประเทศหลักที่มียอดดาวน์โหลด และยอดซื้อสูงสุด ได้แก่

- “ญี่ปุ่น” เทรนด์สติกเกอร์ที่ได้รับความนิยม คือ 1. แนวผู้หญิง มีความน่ารัก / 2. เป็นคาแรคเตอร์จากเจ้าของ Content Provider / 3. สติกเกอร์ที่เคลื่อนไหวได้ เพราะสื่อสารอารมณ์ได้ดี
- “ไทย” เทรนด์สติกเกอร์ที่ได้รับความนิยม คือ 1. สติกเกอร์จากละครดัง / 2. สติกเกอร์ชื่อคน (Name Stickers)
- “ไต้หวัน” เทรนด์สติกเกอร์มาแรงเวลานี้ คือ สติกเกอร์สัตว์ที่ออกแบบให้มีความน่ารัก เช่น กระต่าย แมว

Resize LINE Sticker_08

Resize LINE Sticker_06

Resize LINE Sticker_05

“Name Sticker” ฮิตในไทย เหตุคนไทยชอบ Personalization

การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้สติกเกอร์รายใหม่ของ LINE ประเทศไทยในปีนี้ ส่วนสำคัญมาจาก “Name Sticker” หรือ “สติกเกอร์ชื่อ” จุดเร่ิ่มต้นไอเดียมาจาก LINE ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว แต่กลายมาได้รับความนิยมในไทย เนื่องจากคนไทยชอบ Personalization ที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง

“สติกเกอร์ชื่อ สร้าง Engagement กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี และตอบโจทย์ด้าน Self-esteem ให้กับเจ้าของสติกเกอร์ที่มีชื่อของตัวเอง เวลาส่งไปให้เพื่อน แล้วเพื่อนเห็น ก็อยากได้บ้าง ตามหาซื้อ เริ่มเกิดเป็นเทรนด์ ซึ่งขณะนี้สติกเกอร์ชื่อ อยู่ในช่วงขึ้น ยังสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกมาก เช่น ต่อไปนอกจากซื้อสติกเกอร์ชื่อตัวเองแล้ว ก็ซื้อสติกเกอร์ชื่อแฟน หรือชื่อเพื่อนให้แก่กัน และมีโอกาสที่จะออกแบบให้มี action” คุณกณพ ฉายภาพสเต็ปต่อไปของตลาดสติกเกอร์ชื่อ

Resize LINE Sticker_09

พัฒนา “AI” เรียนรู้คำสนทนา เพื่อนำเสนอสติกเกอร์ให้ผู้ใช้ LINE

ด้วยความที่ทุกวันนี้ LINE มีสติกเกอร์จำนวนมาก ทั้งของ Creators, Official Stickers รวมไปถึง Sponsor Stickers ทำให้ยังมีสติกเกอร์อีกจำนวนมากที่ผู้ใช้ LINE ไม่เห็น เมื่อเป็นเช่นนี้ “กลุ่มธุรกิจสติกเกอร์ LINE ประเทศไทย” จึงต้องพัฒนา User Interface และ User Experience ใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยี “AI” มาใช้ โดยเริ่มทำทดลองใช้เมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ซึ่ง “AI” จะเรียนรู้คำสนทนา และวิเคราะห์-ประเมินผล จากนั้นจะแนะนำสติกเกอร์ที่เหมาะสมกับบทสนทนา หรือพฤติกรรมการใช้ LINE แต่ละคน ขณะเดียวกันทำให้ผู้ใช้ LINE ค้นหาสติกเกอร์ที่ต้องการได้ง่ายขึ้น และเพื่อตอบโจทย์ Creators ที่จะทำให้ผู้ใช้ LINE เข้าถึงสติกเกอร์ของ Creators ได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ LINE ประเทศไทยมีแผนสนับสนุน Creators ทั้งการต่อยอดความสำเร็จของสติกเกอร์ยอดนิยมสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเปลี่ยนภาษาเพื่อรองรับกับการสื่อสารของคนในประเทศนั้นๆ และล่าสุดได้ต่อยอดความสำเร็จของ Creators สู่ตลาด Merchandise ประเดิมแล้ว 15 คาแรคเตอร์ พร้อมเปิดช่องทางจำหน่ายออนไลน์ผ่าน LINE GIFTSHOP

Resize LINE Sticker_02

Resize LINE Sticker_11

เร่งขยายช่องทางจำหน่าย – ช่องทางชำระเงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงคนไทยทั่วประเทศ

พัฒนาการของธุรกิจสติกเกอร์ LINE ในไทย ขณะนี้อยู่ในช่วง “Growth Stage” เพราะฉะนั้นจึงต้องเร่งขยายการเข้าถึงผู้ใช้แอปพลิเคชัน LINE ในไทยที่ปัจจุบันมี 42 ล้านคน แต่ในจำนวนนี้ยังมีอีกมากที่ยังไม่ได้ซื้อสติกเกอร์ เนื่องจากที่ผ่านมากำแพงใหญ่ที่ทำให้คนส่วนหนึ่งอยากซื้อสติกเกอร์ แต่ยังซื้อไม่เป็น และยังมีความเข้าใจว่าต้องมีบัตรเครดิต ในขณะที่อัตราการถือบัตรเครดิตในไทย ยังอยู่ที่ 19 – 20 ล้านใบ เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร 70 ล้านคน ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ไม่สูง

ด้วยเหตุนี้เอง จึงต้องทลายกำแพงดังกล่าว ด้วยการเพิ่ม “ช่องทางจำหน่าย” และ “ช่องทางชำระเงิน” จากเดิมจำหน่ายผ่าน LINE Store อย่างเดียว ปัจจุบันได้เพิ่มช่องทางการซื้อแบบใช้เงินสด ด้วยบัตร “LINE Prepaid Card ที่เติมเงินได้ที่ 7-11, เทสโก้, แฟมิลี่มาร์ท และลอว์สัน หรือสามารถชำระเงินผ่านเครือข่าย AIS และระบบเบอร์โทรศัพท์ของ dtac (*525#) ซึ่งเป็นระบบ USSD ที่ใช้กันมานาน แต่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย โดยเฉพาะลูกค้าที่ใช้ระบบเติมเงิน มักจะซื้อโปรเสริมผ่านระบบ USSD จึงยังคงต้องมีช่องทางระบบนี้อยู่

นอกจากนี้เป็นครั้งแรกของโลกในการซื้อสติกเกอร์ LINE ผ่านตู้เติมเงิน “บุญเติม” และ “เติมสบายพลัส” กว่า 170,000 ตู้ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้ LINE ได้ฐานลูกค้าสติกเกอร์รายใหม่เข้ามามาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ยังไม่ค่อยใช้เทคโนโลยี

Resize LINE Sticker_07

Resize LINE Sticker_04

Resize LINE Sticker_03

Resize LINE Sticker_13

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ

User Name: WP

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 4 = six

Recent Posts

Facebook

PR News