103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

ธนาคารกสิกรไทยผงาดเหนือแดนมังกร หลังได้รับอนุญาตเปิดสำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีน

posted by  1,328 views

 

KBank

ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียผูกกับเศรษฐกิจของประเทศจีน เนื่องจากความเป็นมหาอำนาจทั้งทางด้านเศรษฐกิจ จำนวนประชากรและภูมิศาสตร์ ส่งผลให้ความต้องการบริโภคของประเทศจีนมีสัดส่วนถึงประมาณ 1 ใน 6 ของความต้องการทั้งโลก ที่สำคัญระบบเศรษฐกิจจีนยังมีความแข็งแกร่ง เห็นได้จากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านๆมา จีนสามารถผ่านพ้นมาได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากประเทศอื่นๆ

นอกจากนี้เศรษฐกิจของจีนยังมีอัตราเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่ง เมื่อจีนเปิดประเทศและได้เข้าร่วมกับองค์การการค้าโลก (World Trade Organization – WTO)  ส่งผลให้เศรษฐกิจของจีนเติบโตรุดหน้าอย่างมาก และยิ่งทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคของประเทศจีนมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากรายได้ต่อประชากร (GDP) เพิ่มสูงขึ้นเมื่อมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นคนจีนจึงกล้าใช้จ่ายยิ่งขึ้น

KBank-02

ธนาคารกสิกรไทยมองเห็นศักยภาพการเติบโตและความต้องการบริโภคของประเทศจีน จึงได้เริ่มวางรากฐานธุรกิจธนาคารมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.2540 เพื่อให้เป็นแหล่งสถาบันการเงินของชาวจีนในการดำเนินธุรกิจรวมไปถึงการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ

 

ธนาคารกสิกรไทยรุกตลาดจีน

เปิดสำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีน

อย่างที่ทราบกันดีว่า ประเทศจีนปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ กฎระเบียบการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศจีนจึงเป็นสิ่งที่ผ่านได้ยากมาก โดยเฉพาะธุรกิจธนาคารที่ต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลจีน ซึ่งรัฐบาลจีนจะออกใบอนุญาตให้ได้ก็ต้องผ่านการทดสอบตามกฎระเบียบที่รัฐบาลจีนกำหนด และหากธนาคารต้องการให้บริการด้านอื่นนอกเหนือจากการฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน จะต้องทำการขออนุญาตและผ่านการทดสอบในบริการรูปแบบนั้นๆ

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ชี้แจงว่า “ธนาคารกสิกรไทยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการกำกับดูแลภาคธนาคารของจีน (CBRC) ให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นจดทะเบียน (LII) เต็มรูปแบบในนาม ‘ไคไท่หยินหาง (จงกั๋ว)’ หรือบริษัท ธนาคารกสิกรไทย (ประเทศจีน) จำกัดโดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง พร้อมเครือข่ายบริการได้แก่สาขาเสิ่นเจิ้น (และสาขาย่อยหลงกั่ง), สาขาเฉิงตู, สาขาเซี่ยงไฮ้, สาขาฮ่องกง, สำนักงานผู้แทน ณ นครปักกิ่งและสำนักงานผู้แทน ณ เมืองคุนหมิง ซึ่งการได้รับใบอนุญาตให้ตั้งเป็นธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นจดทะเบียนจะทำให้ธนาคารสามารถให้บริการลูกค้าบรรษัทได้อย่างครบวงจร”

China LII_R2

นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทย (ประเทศจีน) ยังได้ร่วมมือกับกรมพาณิชย์แห่งมณฑลกวางตุ้ง ลงนามบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือและอำนวยความสะดวกระหว่างภาคธุรกิจจากมณฑลกวางตุ้งที่สนใจเข้าไปลงทุนในไทย และภาคธุรกิจไทยที่สนใจเข้ามาลงทุนและทำการค้าในเขตภาคใต้ของประเทศจีน ซึ่งจะช่วยให้การค้าระหว่าง 2 ประเทศสามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

MOU7

สำหรับธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ (ประเทศจีน) จะให้บริการด้านการเงินกับกลุ่มธุรกิจจีนเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังประเทศไทย รวมทั้งกลุ่มธุรกิจจีนที่ต้องการขยายไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อตอบโจทย์วิสัยทัศน์ในการไปสู่ธนาคารดิจิทัลแห่งภูมิภาค AEC+3 (จีน, ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้)

 

โซ่ข้อกลางสำหรับธุรกิจระหว่างไทยจีน

เชื่อมโยงธุรกิจสู่ภูมิภาค AEC +3

ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า ธนาคารกสิกรไทยมีวิสัยทัศน์ในการไปสู่ธนาคารดิจิทัลแห่งภูมิภาค AEC+3 (จีน, ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้) ซึ่งทั้ง 3 ประเทศนี้มีเป้าหมายในการขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่เมื่อรวมประชากรทั้งหมดในภูมิภาคแล้ว จะมีไม่ต่ำกว่า 500 ล้านคนและถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ลำดับต้นๆ ของโลก

ประกอบกับประเทศไทยอยู่ในจุดศูนย์กลางของภูมิภาค รวมไปถึงระบบสาธารณูปโภคที่มีความพร้อม ระบบการสื่อสารที่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและระบบขนส่งที่มีความแข็งแกร่ง ส่งผลให้หลายประเทศมองประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคหรือ Headquarter แต่สำหรับนักธุรกิจชาวจีนที่ยังไม่เข้าใจหรือยังไม่รู้จักประเทศไทยเป็นอย่างดี การเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยจึงกลายเป็นเรื่องใหม่ที่มีความเสี่ยงในการทำธุรกิจ

20171201_105324

ธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่(ประเทศจีน) จึงพร้อมทำตัวเป็นโซ่ข้อกลางในการเชื่อมโยงธุรกิจของประเทศจีน โดยจะประสานงานกับธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่ (ประเทศไทย) ผ่านรูปแบบการให้บริการในหลากหลายด้าน ทั้งด้านสินเชื่อการลงทุน งานด้านวิจัยข้อมูล เป็นต้น ซึ่งธนาคารกสิกรไทยจะทำหน้าที่เป็นเสมือนที่ปรึกษาด้านธุรกิจให้กับลูกค้าชาวจีนที่ต้องการทำธุรกิจในประเทศไทย

ในทางกลับกัน นักธุรกิจชาวไทยที่ต้องการไปลงทุนในประเทศจีน ก็สามารถใช้บริการของธนาคารกสิกรไทยในการเชื่อมโยงการค้าไปยังประเทศจีน จากข้อมูลพบว่า นักลงทุนจากมณฑลกวางตุ้งเป็นนักลงทุนชาวจีนที่เข้าไปลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด ด้วยมูลค่ากว่า 390 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งธนาคารกสิกรไทยยังตั้งเป้ายอดสินเชื่อในสาขาต่างประเทศของธนาคารปี พ.ศ.2561 ที่ 29,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% และยอดปริมาณธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศที่ 150,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2560

 

Cashless Society จากไทยไปจีน

เศรษฐกิจไร้เงินสดจากจีนมาไทย

ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในปัจจุบันประเทศจีนเริ่มลดปริมาณการใช้เงินสดลง จนเรียกได้ว่าแทบจะมีแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นที่ใช้เงินสด โดยส่วนใหญ่ชาวจีนจะชำระเงินผ่านรูปแบบของ QR Code โดยผู้ให้บริการหลัก 2 รายใหญ่ทั้ง WeChat Pay และ Alipay แน่นอนว่าพฤติกรรมเหล่านี้ของชาวจีนจะถูกนำมาใช้ในต่างประเทศที่ชาวจีนเดินทางไปถึงด้วยเช่นกัน

20171201_161903

ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่า เมื่อชาวจีนมีเงินมากขึ้นความต้องการของชาวจีนก็จะสูงมากขึ้น หนึ่งในการใช้จ่ายของชาวจีนคือเรื่องการท่องเที่ยว อันเป็นผลมาจากนโยบายภาครัฐของจีนที่แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเอื้อให้นักท่องเที่ยวมากกว่า เช่น สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งที่ชาวจีนต้องเสียเงินค่าเข้าชมมากกว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และค่าครองชีพที่สูงเมื่อเทียบกับการใช้จ่ายในต่างประเทศ ทำให้คนจีนนิยมเที่ยวต่างประเทศมากกว่าเที่ยวภายในประเทศ

เมื่อชาวจีนมีพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่าน QR Code การใช้เงินสดจึงกลายเป็นเรื่องยุ่งยากของนักท่องเที่ยวชาวจีน นั่นทำให้สถานที่ท่องเที่ยวใดที่ใช้จ่ายผ่าน QR Code จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งในประเทศไทยเพิ่งเริ่มมีการใช้เทคโนโลยี QR Code ในการชำระเงิน และกำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวชาวจีน

20171202_235942

แม้ว่าปัจจุบันธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ (ประเทศจีน) จะยังไม่ได้เปิดให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อย เนื่องจากต้องผ่านการทดสอบการให้บริการกับทางการจีน เพื่อให้ได้ใบอนุญาตการให้บริการลูกค้ารายย่อย แต่ธนาคารกสิกรไทยก็ตั้งเป้าให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อยภายใน 2 ปีนี้ หรือเข้าใจง่ายๆ ธนาคารกสิกรไทยในประเทศจีนต้องผ่านการทดสอบของทางการจีนให้ได้ภายใน 2 ปีนี้เท่านั้น

 

ธนาคารกสิกรไทยจะได้อะไรในครั้งนี้

กับสิ่งที่เรียกว่ากระจายความเสี่ยง

จีนเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกและยังเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยเศรษฐกิจของจีนคิดเป็นสัดส่วนกว่า 15% ของเศรษฐกิจโลกทั้งหมด ด้วยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจกว่า 6.8% ในไตรมาส 3 ของปี 2560 และคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนทั้งปีนี้ จะสามารถอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 6.7%

ในปัจจุปันจีนอยู่ในช่วงการดำเนินงานภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 13 ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้จีนกลายเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและการเงินของโลก สอดคล้องกับแนวนโยบายเศรษฐกิจของไทยในด้าน “Thailand 4.0” ที่ต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัลภายใต้การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

20171203_002834

หากดูภาพรวมการค้าระหว่างไทยและจีนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันกว่า 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ปี 2559 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 77,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยิ่งชี้ให้เห็นว่านักลงทุนจากจีนให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศไทย หากแต่ยังมีอุปสรรคในเรื่องของตลาดไทยที่ยังไม่ทราบความต้องการของตลาดไทย รวมไปถึงการเข้าไปลงทุนในประเทศไทย

ธนาคารกสิกรไทยจึงใช้ความได้เปรียบในการเป็นธนาคารที่ได้รับการยอมรับจากนักธุรกิจจีน เชื่อมต่อการลงทุนจากจีนสู่ไทยและเพราะธนาคารกสิกรไทยมีหน่วยงานให้บริการหลายๆ ด้าน จึงยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนชาวจีน ในทางกลับกันธนาคารกสิกรไทย (ประเทศจีน) ก็จะมีข้อมูลตลาดของจีนที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปลงทุนในจีนได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลที่ธนาคารกสิกรไทยทั้ง 2 ประเทศมีจะช่วยให้สามารถจับคู่ธุรกิจได้ง่าย

และหากการลงทุนภายใต้การให้คำปรึกษาของธนาคารกสิกรไทยเป็นไปได้ด้วยดี ระบบการโอนเงินข้ามประเทศ (Transaction) ก็จะผ่านการให้บริการของธนาคารกสิกรไทยทั้ง 2 ประเทศ นอกจากนี้ธนาคารกสิกรไทยยังมีข้อมูลต่างๆ ที่พร้อมเสนอบริการด้านการเงินอื่นๆ ให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวจีน รวมไปถึงอนาคตที่จะขยายไปตามยุทธศาสตร์ AEC+3 ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารกสิกรไทยถือครองข้อมูลมากที่สุด

Business associates shaking hands in office

สิ่งที่ธนาคารกสิกรไทยจะได้คือข้อมูลการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนรวมไปถึงพฤติกรรมในการท่องเที่ยวของชาวจีนซึ่งแน่นอนว่าในบรรดานักท่องเที่ยวจีนเหล่านี้อาจจะมีลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยที่เป็นชาวจีนอยู่นั่นหมายความว่าข้อมูลของชาวจีนเหล่านั้นจะถูกส่งกลับไปในประเทศจีนเพื่อใช้ในการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินและจะเปิดโอกาสให้ธนาคารกสิกรไทยในประเทศจีนสามารถส่งมอบบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวจีนรายนั้นๆ

 

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

ถ้าสื่อ Offline คือชีวิต สื่อ Online ก็คงเป็นจิตใจ แต่ถ้าจะให้มีชีวิตและจิตใจ คลิกไปที่ Marketing Oops! แล้วเจอกานนนนนนนนนน

User Name: Watokung

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 8 = sixteen

Recent Posts

Facebook

PR News