103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

ผ่ากลยุทธ์ ‘มีเดียเพล็กซ์’ กับการเป็น Total solution ที่จะนำคอนเทนท์ไปสู่ทุกแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มความแกร่งธุรกิจ

posted by  453 views

เมื่อโลกและทิศทางของตลาดเปลี่ยน องค์กรธุรกิจก็จำเป็นต้องขยับตามให้ทัน เช่นเดียวกับ ‘บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด’ ที่ก้าวสู่ Total solution นำคอนเทนท์ขยายไปในทุกแพลตฟอร์ม ผ่านโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่มีอนาคต เพื่อเพิ่มมูลค่าและใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดศักยภาพสูงสุดในการขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างแข็งแรงในอนาคต โดยจิ๊กซอร์ตัวล่าสุด ได้แก่ Brand Management การดูแลแบรนด์แบบ 360 องศา

cats

“ธุรกิจคอนเทนท์มีการเติบโตสูง ขณะเดียวกันก็แข่งขันกันสูงมาตั้งแต่อดีต และการที่ธุรกิจมีเดียถูก Disrupt ตลอด ทำให้คนในธุรกิจคอนเทนท์จะอยู่เฉยไม่ได้ ต้องพร้อมและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงหาโมเดลธุรกิจที่จะเดินต่อไป” คุณจตุพล สุธีสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ฉายภาพของทิศทางธุรกิจคอนเทนท์ให้ฟัง

อย่างกรณีของมีเดียเพล็กซ์ จากการสั่งสมประสบการณ์ด้านธุรกิจคอนเทนท์มานาน 20-30 ปี กับการทำธุรกิจของครอบครัวอย่างร้านเช่าวีดีโอ ก่อนตัดสินใจตั้งบริษัทของตนเองเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยการเริ่มต้นซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนท์พรีเมียมจากต่างประเทศ

เมื่อทำไปสักระยะ คุณจตุพลเห็นว่า หากต้องการเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้มากที่สุดจากคอนเทนท์ที่มี จำเป็นต้องมีแพลตฟอร์ม จึงได้สร้างแพลตฟอร์มของตนเองขึ้นมา เริ่มต้นด้วย OTT (Over-the-Top) ให้บริการชมคอนเทนท์แบบบอกรับสมาชิกผ่านเวบไซต์ DOONEE.com

2

จากนั้น เพื่อให้คอนเทนท์ที่มีเกิดการรับรู้ในวงกว้าง จึงขยับเข้ามาสู่ฟรีทีวี ในการเป็นพาร์ทเนอร์กับฟรีทีวีต่าง ๆ นำคอนเทนท์ไปออนแอร์ ก่อนจะขยายมาในสนามของเพย์ทีวี ในรูปแบบของการทำช่องดาวเทียม ที่ปัจจุบันมีอยู่ 10 ช่อง อาทิ ช่องมังกร ช่องหนังจีน , ช่องภารตะ ช่องหนังอินเดีย ฯลฯ ซึ่งเจาะกลุ่มคนต่างจังหวัดทั้งหมด

“เราจะเดินภายใต้ 2 แกนหลัก นั่นคือ คอนเทนท์และแพลตฟอร์ม เพราะเราไม่ได้เป็นเจ้าของช่องทีวีที่จะขายโฆษณาได้นาทีละเป็นแสน เป็น pain point ของผู้ประกอบการคอนเทนท์ที่เจอ ทำให้เราคิดว่า ควรทำแพลตฟอร์มควบคู่กันไป เนื่องจากแต่ละปีเรามีการซื้อคอนเทนท์มาหลายพันชั่วโมง”

เดินหน้าสู่ Total solution นำคอนเทนท์ไปทุกแพลตฟอร์ม

สำหรับการเดินหน้าธุรกิจของมีเดียเพล็กซ์ต่อจากนี้ คือ การเป็น Total solution เพื่อสร้าง eco-system ของตนเอง ด้วยการนำคอนเทนท์ขยายไปในทุกแพลตฟอร์ม โดย ณ ตอนนี้ธุรกิจของมีเดียเพล็กซ์มีด้วยกัน 5 หน่วยธุรกิจ ประกอบด้วย

1. Content Aggregator การนำลิขสิทธิ์คอนเทนท์ไปออนแอร์ทางฟรีทีวี ที่ปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์อยู่ 5-6 ช่อง และปีนี้มีแผนขยายความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์อีกหลายราย อาทิ ช่วงกลางปีมีแผนจับมือกับทางช่อง 9 ฯลฯ ทำให้รายได้จะเติบโตขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมาทำรายได้อยู่ที่ 100 ล้านบาท

2. Satellite TV/IPTV หรือ เพย์ทีวี ทางช่องดาวเทียม ทั้ง 10 ช่อง ซึ่งทั้งหมดติดอยู่ใน Top 30 ช่องที่คนดูนิยมมากที่สุดจากช่องดาวเทียมที่มีอยู่กว่า 200 ช่องในปัจจุบัน โดยธุรกิจนี้ตามแผนที่วางไว้จะมีการขึ้นช่องใหม่อีก 2-3 ช่อง

3

รวมถึง จะพยายามให้แต่ละช่อง ขายโฆษณาและขยับราคาการขายได้ดียิ่งขึ้น อาทิ การเพิ่มคอนเทนท์ใหม่ การทำให้มีคาแรกเตอร์ชัดเจนมากขึ้น หรืออาจจะรีแพ็กเกจการขาย คาดว่า จะทำให้การรับรู้รายได้ในธุรกิจเพย์ทีวีอยู่ที่ 200 ล้านบาท

3. ธุรกิจดิจิทัล ได้แก่ OTT ให้บริการชมคอนเทนท์แบบบอกรับสมาชิกทาง DOONEE.com และ VR EDUCATE Thailand โดยการนำ VR (Virtual Reality) มาเป็นสื่อการเรียนรู้ในโรงเรียน โดย DOONEE.com มีการเติบโตด้านสมาชิกทุกปี อย่างภายในสิ้นปีนี้ คาดว่า จะมีสมาชิกเพิ่มจาก 60,000 – 70,000 ราย เป็น 100,000 ราย

4

นอกจากนี้ เตรียมจะนำ OTT ไปขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ และจะเริ่มทำ AVOD ( Advertising Video On Demand) ด้วยการนำบางคอนเทนท์ที่มีเดียเพล็กซ์ถือสิทธิ์อยู่มาให้ดูฟรี แล้วมีการขายโฆษณามาลงบนคอนเทนท์ ซึ่งจะเริ่มทำภายในปี 2561

ทั้งนี้ บริษัทฯยังเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีทางด้านการศึกษา จึงได้นำเข้าระบบ VR EDUCATE (แว่น VR เพื่อการศึกษาจากฮ่องกง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจดิจิทัลนั่นเอง แต่การนำเข้ามาในครั้งนี้ เรียกว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับบ้านเรา เพราะส่วนใหญ่แว่น VR จะมาในรูปแบบเกมมากกว่าการศึกษา ดังนั้นในช่วงนี้อยู่ในระหว่างการสร้างความรู้ความเข้าใจกับโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งมีหลายโรงเรียนให้ความสนใจ คาดว่า จะเห็นการติดตั้งในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

5

“เราจะนำคอนเทนท์บางอย่างมาให้ดูฟรี ที่จะทำร่วมกับพาร์ทเนอร์ หากสนใจจะดูที่ใหม่กว่า ให้ไปสมัครที่ DOONEE.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง www.facebook.com/DOONEEFANPAGE/ รวมแล้วดิจิทัลจะทำรายได้ให้เรา 50 ล้านบาท”

4. ธุรกิจการรับพากษ์เสียง แปล และทำซับไตเติ้ล ถือเป็นการเซอร์วิสให้กับพาร์ทเนอร์ที่นำคอนเทนท์ไปออนแอร์ และไม่คาดหวังการเพิ่มรายได้มากนัก เพราะสามารถรองรับงานได้จำกัด โดยธุรกิจนี้จะมีรายได้ประมาณ 20-30 ล้านบาทต่อปี

6

Brand management จิ๊กซอร์สร้างรายได้ตัวใหม่

ส่วนหน่วยธุรกิจที่ 5 Brand management ธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งคุณจตุพลเล่าว่า ธุรกิจนี้เกิดขึ้น เพราะมีเดียเพล็กซ์มีเวลาโฆษณาของตัวเอง ทั้งจากการไปเป็นพาร์ทเนอร์กับฟรีทีวี , บนช่องดาวเทียมของตนเอง รวมถึงจากการทำ AVOD จึงมองเป็นโอกาสในการนำมาเป็นช่องทางในการบริหารจัดการให้กับแบรนด์สินค้าต่าง ๆ

สำหรับ Brand management ของมีเดียเพล็กซ์มีจุดเด่นอยู่ที่การให้บริการในลักษณะ Total Solution ที่ดูแลและให้บริการการทำตลาดแบบ 360 องศา ตั้งแต่การสร้างโปรดักท์ การสร้างแบรนด์ และดูแลภาพลักษณ์

ตลอดจนดูแลและวางแผนการตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อของตนเอง และการซื้อจากสื่อภายนอก อาทิ สื่อกลางแจ้ง ฯลฯ รวมไปถึงการทำโรดโชว์ และการจัดหาพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าแบรนด์ต่างๆ

เรียกได้ว่า ครบเครื่อง ส่วนลูกค้าจะเลือกใช้ทั้งหมด หรือบางส่วน ก็ขึ้นอยู่กับโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ

“ธุรกิจนี้ จะเป็นสตาร์สร้างรายได้และการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคต เพราะตอนนี้อะไรก็ต้องสร้างแบรนด์ ต้องทำการตลาด โมเดลเราจึงเปิดกว้าง แล้วแต่การพูดคุย อาจจะเป็นเจ้าของแบรนด์เอง หรือเป็น Co-Brand กับลูกค้า บางทีอาจจะดูแลแบรนด์ให้”

เบื้องต้น จะโฟกัสลูกค้าในตลาดคอสเมติกส์และ Ageing ตามเทรนด์ที่กำลังมาแรงและมีตลาดรองรับอยู่แล้ว

7

โดยเราเริ่มต้นไปกับผลิตภัณฑ์ เฟรชชี่ แลคโตะ เพาเวอร์ เจล (Freshy Lacto Power Gel) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มาจากสารสกัดเข้มข้นจากแลคโตบาซิลลัส วางจำหน่ายที่7-Eleven และ CJ Supermarket ในราคา 49 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งยอดขายและ feed back ของลูกค้าที่เห็นได้ทาง FACEBOOK FRESHY :https://www.facebook.com/freshythailandd

ส่วนรายได้ทั้งปี 2561 จากธุรกิจ Brand management คาดว่า จะอยู่ที่ 100 ล้านบาท จากการดูแลลูกค้า 5-6 ผลิตภัณฑ์

8

“อนาคตจะมีการขยายตลาดไปสู่กลุ่มอื่น ๆ ตามเทรนด์ที่กำลังมา หรือเป็นอนาคตแต่เราจะเลือกคู่ค้าที่เหมาะกับสื่อของเราและเข้ากับเราได้ ถ้าไม่เหมาะก็ไม่รับ”

ตั้งเป้า 3 ปีรายได้เพิ่มเป็น 900 ล้าน

​คุณจตุพลกล่าวว่า แพลตฟอร์มที่มีเดียเพล็กซ์มีอยู่ ณ ปัจจุบันถือว่า ครอบคลุมทุกช่องทางและทั้งหมดสามารถดูได้รายละเอียดได้ทาง http://www.mediaplex.co.th ดังนั้น จากนี้จึงต้องการนำสิ่งที่มีมาต่อยอด เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้ได้มากที่สุด ด้วยการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่เน้นเรื่องนวัตกรรม และเป็นธุรกิจที่มีอนาคต

ที่สำคัญไม่ว่าจะขยายไปธุรกิจใดก็ตาม เราจะเน้นหาพาร์ทเนอร์ เพราะการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน การทำคนเดียว ขยายคนเดียว ต้องใช้เวลา และในปัจจุบันทุกๆธุรกิจมีคนเก่งอยู่แล้ว เราจึงเล็งเห็นว่าการร่วมธุรกิจไปด้วยกันจะประสบความสำเร็จได้ดีกว่าไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือพาร์ทเนอร์ก็ตาม โดยไม่จำเป็นต้องลงมือทำเองตั้งแต่ศูนย์

การวางทิศทางของมีเดียเพล็กซ์ให้ก้าวสู่ Total solution ที่จะนำคอนเทนท์ขยายไปในทุกแพลตฟอร์ม บวกกับประสบการณ์ในการทำธุรกิจมานาน คุณจตุพลเชื่อว่า จะสร้างให้องค์กรแห่งนี้เดินต่อไปได้ในอนาคตไม่ว่าจะมีปัจจัยใดเข้ามา Disrupt และมีรายได้ที่เติบโตต่อเนื่อง

อย่างในปี 2560 รายได้อยู่ที่ 100 ล้านบาท จะเพิ่มเป็น 300 ล้านบาทในปีนี้ และอีก 3 ข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 900 ล้านบาท

​“การวางโมเดลของเรา ทำให้มีโอกาสธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาอีกหลายตัว และอย่างที่บอกแต่ละปีเรามีการซื้อคอนเทนท์มาหลายพันชั่วโมง ในรูปแบบ all right ครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งไทยและอาเซียน แต่ตอนนี้เราอยากทำให้ในไทยแข็งแรงก่อน ค่อยขยายไปที่อื่น ๆ”

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ one = 9

Recent Posts

Facebook