ถอดกลยุทธ์ Pizza Hut “SMASH Melts” เมื่อแบรนด์พิซซ่าข้ามสายพันธุ์ หยิบ Culture เบอร์เกอร์มา Reframe เกมฟาสต์ฟู้ด

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ในโลกธุรกิจอาหารที่การแข่งขันดุเดือด การออกเพียง “รสชาติใหม่” อาจไม่เพียงพอที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนได้อีกต่อไป ล่าสุด Pizza Hut ได้สร้างกระแสที่น่าสนใจอย่างมากในหมวดหมู่ Pizza Category ด้วยการเปิดตัว แคมเปญ “SMASH Melts” ซึ่งเป็นการหยิบเอา Food Trend ระดับโลกอย่าง “Smash Burger” ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง มา Reframe และตีความใหม่ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกกลยุทธ์การตลาดเบื้องหลังแคมเปญนี้ ที่เปลี่ยนจากเมนูทานง่าย สู่การเป็นนวัตกรรมอาหารที่น่าจับตามอง

 

หยิบ “เทคนิค” ข้ามสายพันธุ์มาสร้าง WOW Factor

จุดเด่นที่เป็นหมัดฮุกของแคมเปญนี้ Pizza Hut เลือกหยิบ “Smash Technique” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโลกเบอร์เกอร์มาใช้ ด้วยการกดเนื้อบนเตาร้อนจัดเพื่อให้เกิดกลิ่นหอมและรสชาติจาก Maillard Reaction การนำเทคนิคนี้มาใช้ทำหน้าที่เป็น Hero Experience ที่สร้างความแปลกใหม่และสร้างคุณค่า (Value) ให้กับสินค้าเดิมได้อย่างน่าสนใจ

ภาพจำเดิมของ Melts อาจเป็นเพียงพิซซ่าที่เน้นความสะดวก กินง่าย และจบได้ไวในมื้อด่วนสำหรับคนเดียว แต่ในครั้งนี้ Pizza Hut กำลังทำการ Re-create คุณค่าของสินค้าใหม่ โดยยกระดับให้กลายเป็น American Comfort Food ที่มอบประสบการณ์ความอร่อยใกล้เคียงกับ Smash Burger แต่ยังคงจุดแข็งเรื่องความสะดวกในการรับประทาน (Portable) ในแบบฉบับเดิมเอาไว้ได้อย่างลงตัว

 

การเล่าเรื่อง Premium ผ่าน “วิธีการทำ” ไม่ใช่แค่ “รสชาติ”

สิ่งที่ทำให้นักการตลาดต้องหันมามองแคมเปญนี้ คือการขับเคลื่อนด้วย Marketing Innovation ที่ชาญฉลาด แทนที่จะใช้การสื่อสารแบบเดิมๆ ว่า “มีรสชาติใหม่มาให้ลอง” แต่ Pizza Hut เลือกที่จะบอกเล่าว่า “นี่คือวิธีการทำอาหารแบบใหม่” การเปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่อง (Storytelling) ไปที่กรรมวิธีข้ามสายพันธุ์นี้ ช่วยยกระดับให้ Product Story ดูมีความพรีเมียมและน่าดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น

ในยุคที่ความอร่อยอย่างเดียวอาจไม่พอ พฤติกรรมผู้บริโภคได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้คนมองหาประสบการณ์และสัมผัสในการกินที่หลากหลายและแตกต่างอย่างชัดเจน แคมเปญ SMASH Melts จึงผสานรวมสัมผัสที่หลากหลายไว้ในคำเดียวเพื่อตอบโจทย์เทรนด์นี้ ไม่ว่าจะเป็น Crispy Cheese & Crispy Bacon มอบสัมผัสความกรอบที่เคี้ยวสนุก และเนื้อ Smash & ชีสเยิ้ม สร้างความฉ่ำและความเข้มข้นที่ตัดกันได้อย่างลงตัว

และเนื่องจากสินค้าชิ้นนี้เป็นนวัตกรรมรูปแบบใหม่ การสร้าง Experience ที่แท้จริงจึงต้องเกิดจาก “การได้ลิ้มลองจริง” (Actual Trial) Pizza Hut จึงใช้กลยุทธ์ โปรโมชัน 1 แถม 1 ในช่วงเปิดตัวเพื่อเป็น Trial Accelerator หรือตัวเร่งให้เกิดการทดลองชิม ประกอบกับการที่ตัวสินค้ามีความโดดเด่นทั้งในแง่ Visual ที่น่าทาน และ Texture ที่ชัดเจน ยิ่งกลายเป็นแรงส่งชั้นดีที่ทำให้เกิดการแชร์ต่อบนโลกโซเชียลมีเดียได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

ก้าวสำคัญสู่การเป็นแบรนด์ Comfort Food

การขยับตัวของ Pizza Hut ในแคมเปญ SMASH Melts สะท้อนให้เห็นว่า แบรนด์ไม่ได้ต้องการจำกัดตัวเองอยู่แค่ในกรอบของคำว่า “แบรนด์พิซซ่า” อีกต่อไป แต่กำลังทรานส์ฟอร์มตัวเองไปสู่การเป็นแบรนด์ Comfort Food ที่มีศักยภาพในการหยิบยก Food Culture จากหลากหลายรูปแบบมาผสมผสานและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับตลาดได้อย่างไร้ขีดจำกัด

 

ในมุมมองการตลาด กรณีศึกษาของ SMASH Melts คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของกลยุทธ์ “Category Blurring” หรือการทลายเส้นแบ่งสายพันธุ์อาหาร แบรนด์ใหญ่ในปัจจุบันมักติดหล่มกับการพัฒนาสินค้าในกรอบเดิมๆ จนเกิดสภาวะตลาดอิ่มตัว แต่ Pizza Hut เลือกที่จะเติบโตด้วยกลยุทธ์ Cross-Pollination นำจุดแข็งและกรรมวิธีอันเป็นเอกลักษณ์ของ Category อื่น (ในที่นี้คือเบอร์เกอร์) มาเป็นอาวุธในการ Reframe ตลาดพิซซ่า

 

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการหยิบจับกระแส Texture Economy มาแปลงเป็น Feature ของสินค้าที่จับต้องได้จริง ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เบื่อง่ายและมองหาความแปลกใหม่ การที่แบรนด์เลือกขาย “ประสบการณ์และเรื่องราวของกรรมวิธีทำอาหารแบบใหม่” แทนที่จะขายเพียงแค่ฟังก์ชันของความอิ่มหรือรสชาติใหม่ รวมถึงยังเป็นการเปิดประตูบานใหญ่ไปสู่การแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด (Share of Stomach) ในเซกเมนต์ Comfort Food และ Fast Casual ที่กว้างขวางและมีมูลค่ามหาศาลกว่าตลาดพิซซ่าแบบดั้งเดิมหลายเท่าตัว


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!