Samsung เปิดตัว Galaxy Z Series ปรับขนาดเหมาะกับการใช้งาน พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ Agentic AI ในงาน Samsung Unpacked 2026

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เรียกว่าเป็นช่วงกลางปีถือเป็นช่วงเวลาของการนำเสนอสมาร์ทโฟนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง Samsung Galaxy Z Series ที่ได้รับการออกแบบมาให้เป็นสมาร์ทโฟนแบบพับหน้าจอได้ โดยบนเวที Samsung Unpacked 2026 ที่ลอนดอน โดยชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเคลื่อนที่ นอกจากเรื่องความเร็วและสเปกแล้ว สิ่งสำคัญคือการสร้างประสบการณ์ใช้งานที่สอดรับกับวิถีชีวิตจริง

การเปิดตัวนวัตกรรมรุ่นล่าสุดของ Samsung Galaxy Z Series เกิดจากการรับฟังเสียงของผู้บริโภค พร้อมกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน โดยเฉพาะเทคโนโลยี Agentic AI และ ecosystem ที่ช่วยให้การเชื่อมโยงอุปกรณ์สามารถทำได้อย่างไร้รอยต่อ โดยแบ่งออกเป็น

 

Galaxy Z Fold 8 Ultra สมาร์ทโฟนพับได้เหนือระดับ

เป็นการเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดกับ Galaxy Z Fold 8 Ultra ได้รับการปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะการใช้นวัตกรรม Flex Titanium ที่นำมาแทนหน้าจอชั้นโพลิเมอร์ ช่วยให้มีความแข็งแกร่งกว่าเดิมถึง 20 เท่า โดย Flex Titanium มีความหนาเพียงหนึ่งในสามของเส้นผมมนุษย์ ร่วมกับบานพับ Armor Flex Hinge ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ช่วยลดรอยพับบนหน้าจอลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ตัวเครื่องมีความบางเพียง 4.1 มิลลิเมตรและหนักเพียง 215 กรัม เมื่อกางหน้าจอออก

นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยพลังงาน โดย Galaxy Z Fold 8 Ultra มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh สูงที่สุดในตระกูล Z Fold สามารถชาร์จจาก 0% ถึง 67% ได้ภายใน 30 นาที รองรับการชาร์จไวผ่านสาย 45W และไร้สาย 20W

ในส่วนของหน้าจอหลักเป็นแบบ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 8.0 นิ้ว ที่ให้ความละเอียด 2184 x 1968 พิกเซล และหน้าจอนอกขนาด 6.5 นิ้วที่ให้ความละเอียด 2520 x 1080 พิกเซล) ให้ความสว่างสูงสุด 3,000 nits และการเคลือบผิวลดการสะท้อนแสง ทำให้ยังคงความคมชัดระดับสูงแม้อยู่กลางแจ้ง

เรื่องสำคัญอย่างกล้องถ่ายภาพได้ยกระดับขึ้นสู่มาตรฐาน Ultra ด้วยเซนเซอร์หลักความละเอียด 200MP (f/1.7) พร้อมระบบกันสั่น OIS ทำงานร่วมกับกล้อง Ultrawide ความละเอียด 50MP (f/1.9) และกล้อง Telephoto 10MP (f/2.4) รองรับการซูมออปติคัล 3 เท่า ประมวลผลผ่าน Pro Visual Engine ช่วยบันทึกรายละเอียดในส่วนมืดและส่วนสว่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังรองรับการบันทึกวิดีโอ 8K ด้วยตัวถอดรหัส APV Codec

พร้อมด้วยฟีเจอร์ Galaxy AI อย่าง Now Nudge ช่วยวิเคราะห์บริบทการสนทนาเพื่อแนะนำการลงตารางนัดหมาย และ Gemini Notebook ช่วยรวบรวมไฟล์ข้อมูลหลายรูปแบบมาวิเคราะห์สรุปผลในที่เดียว ตัวเครื่องมีให้เลือกถึง 4 สีทั้ง Violet Shadow, Graphite, Cream และ Green Shadow ซึ่งเป็นสีพิเศษเฉพาะบน samsung.com ในราคาเริ่มต้น 69,900 บาท

 

Galaxy Z Fold 8 ศิลปะที่ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์

แม้จะเพิ่มรุ่น Galaxy Z Fold 8 Ultra แต่สำหรับ Galaxy Z Fold 8 ยังคงได้รับความสนใจ พร้อมสร้างความโดดเด่นด้วยการออกแบบให้มีขนาดเล็กลงแต่สามารถมองเห็นหน้าจอได้ชัดเจนมากขึ้น รองรับการใช้งานที่ยืดหยุ่น ด้วยนวัตกรรม Flex Titanium ทำให้น้ำหนักตัวเครื่องลดลงเหลือเพียง 201 กรัม มอบความบางเมื่อกางออกที่ 4.5 มิลลิเมตร

 

หน้าจอหลัก Dynamic AMOLED 2X ขนาด 7.6 นิ้วที่ให้ความละเอียด 1828 x 2584 พิกเซล ด้วยขนาดที่เล็กลงทำให้หน้าจอมีอัตราส่วน 4:3 เหมาะสำหรับการรับชมวิดีโอแบบเต็มตา และอัตราส่วน 3:4 เมื่อหมุนเป็นแนวตั้ง มอบจังหวะการอ่านข้อความหรือหนังสือดิจิทัลที่สบายตา ขณะที่หน้าจอนอกขนาด 5.5 นิ้วที่ให้ความละเอียด 1264 x 1848 พิกเซล ช่วยให้สามารถใช้งานได้มือเดียว

มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4,800 mAh ทำงานร่วมกับระบบประจุไฟ Dual DCIC ที่ช่วยจัดการความร้อนและยืดอายุการใช้งานวิดีโอได้ยาวนานกว่า 26 ชั่วโมง รองรับระบบชาร์จไว 45W และชาร์จไร้สาย 20W และกล้องถ่ายภาพกับเซนเซอร์ความละเอียด 50MP ทั้งเลนส์ Wide (f/1.8) และ Ultrawide (f/1.9) หน้าจอนอกสามารถทำหน้าที่เป็นช่องมองภาพ (Viewfinder) ขณะถ่ายภาพ และใช้ประโยชน์จากพื้นที่หน้าจอขนาดใหญ่เมื่อกางออกเป็นสตูดิโอตัดต่อ ซอฟต์แวร์ Photo Assist มอบระบบตกแต่งภาพผ่านคำสั่งภาษาธรรมชาติ

สำหรับฟีเจอร์ My Fan Cam จะอาศัย Galaxy AI ในการติดตามและจัดองค์ประกอบภาพให้อยู่ตรงกลางบุคคลที่เลือกโดยอัตโนมัติ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy โดยมีให้เลือกถึง 5 สีทั้ง Lavender, Graphite, Cream และ Pistachio เริ่มต้นที่ราคา 61,900 บาท

 

Galaxy Z Flip 8 เปลี่ยน Flex Window ให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว

ที่ยังคงพัฒนาตามมาอย่าง Galaxy Z Flip 8 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ One UI 9 บนพื้นฐาน Android 17 โดยสามารถใช้งานแอปพลิเคชันเต็มรูปแบบบนหน้าจอนอก แบบไม่ต้องกางหน้าจอ พร้อมระบบการควบคุมด้วยท่าทางที่คุ้นเคย เช่น การปัดลงจากฝั่งซ้ายเพื่อดูการแจ้งเตือน ปัดลงจากฝั่งขวาเพื่อเข้าสู่ Quick Panel ปัดข้างเพื่อดูวิดเจ็ต และปัดขึ้นเพื่อเปิดหน้าแอปพลิเคชัน

ระบบ Now Brief บน Flex Window จะทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเชิงรุกเพื่อแจ้งเตือนเรื่องสำคัญล่วงหน้า เช่น การเตือนสภาพอากาศและการจราจรในยามเช้าก่อนออกเดินทาง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสร้างการ์ดข้อมูลส่วนตัว เช่น ข้อมูลโภชนาการและคำแนะนำการออกกำลังกาย มาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 50MP (f/1.8) ทำงานร่วมกับกล้อง Ultrawide 12MP (f/2.2) โดยนำเอา Pro Visual Engine จากตระกูล S-Series มาช่วยปรับแต่งโทนสีผิวให้เป็นธรรมชาติ

เสริมความนิ่งด้วยเทคโนโลยี Super Steady ที่คำนวณทิศทางและแรงโน้มถ่วงแบบเรียลไทม์เพื่อชดเชยการเอียงของตัวเครื่อง โดยตัวเครื่องมีความบางเพียง 6.1 มิลลิเมตรเมื่อกางออก โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 4,300 mAh รองรับการชาร์จไว 25W และชาร์จไร้สาย 15W มีให้เลือกถึง 4 สีทั้ง Pink, Graphite, Cream และ Mint เริ่มต้นที่ราคา 42,900 บาท

 

Intelligence AI Glasses นวัตกรรมแว่นตาอัจฉริยะ

สำหรับ Intelligence AI Glasses เป็นการขยายระบบนิเวศ AI ข้ามผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Samsung, Google (บนแพลตฟอร์ม Android XR) และแบรนด์แว่นตาระดับโลกอย่าง Gentle Monster และ Warby Parker แว่นตาอัจฉริยะรุ่นนี้เน้นการใช้งานระบบเสียงเป็นหลัก โดยไม่มีหน้าจอรบกวนสายตา พร้อมมอบการโต้ตอบกับปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นธรรมชาติและกลมกลืนกับชีวิตประจำวัน

โครงสร้างบานพับและเฟรมได้รับการออกแบบให้มีความไร้รอยต่อ ปราศจากส่วนนูนหนา ทำให้น้ำหนักตัวเครื่องเบากว่าแว่นตา AI ทั่วไป แบตเตอรี่ในตัวรองรับการใช้งานยาวนานสูงสุด 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และกล่องเคสสามารถชาร์จจ่ายพลังงานซ้ำได้มากกว่า 7 ครั้ง มอบการใช้งานต่อเนื่องหลายวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ

ผู้ใช้งานสามารถบันทึกภาพถ่ายหรือวิดีโอในเหตุการณ์สำคัญได้ทันทีเพียงกดปุ่มบนเฟรมแว่น และยังทำงานร่วมกับ Gemini ในการสั่งงานด้วยเสียงเพื่อสรุปเนื้อหาบนไวท์บอร์ดเพื่อเข้าสู่ Samsung Notes โดยตรง สอบถามขั้นตอนการทำอาหาร หรือวิดีโอคอลผ่าน Google Meet พร้อมเชื่อมโยงเข้ากับ Galaxy Watch เพื่อควบคุมการทำงานผ่านท่าทาง เช่น การบีบนิ้วสองครั้ง (Double Pinch) เพื่อรับสายโทรศัพท์ หรือการแตะเพื่อบันทึกภาพ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกซิงก์เข้าสู่โฟลเดอร์เฉพาะบนสมาร์ทโฟน Galaxy โดยอัตโนมัติ

 

Galaxy Watch 9 เพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพ

การดูแลสุขภาพของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การดูแลเชิงป้องกันแบบโปรแอคทีฟ ซึ่ง Galaxy Watch 9 ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับผู้ใช้งานระบบ Samsung Health ที่มีมากกว่า 77 ล้านคนทั่วโลก โดยระบบจะทำการตรวจวัดชีวมิติช่วงเวลากลางคืน สร้างค่ามาตรฐานเฉพาะบุคคล พร้อมฟังก์ชัน Vitals จะทำการแจ้งเตือนหากพบความเปรียบต่างของอัตราการเต้นของหัวใจหรือค่า HRV พร้อมให้คำแนะนำในการจัดการตนเอง

ดัชนี Heart Health Score ด้วยการรวบรวมข้อมูลภาระของหลอดเลือด (Vascular Load) และการทำกิจกรรม เพื่อประเมินสภาวะสุขภาพหัวใจและแนวโน้มความเสี่ยงของโรคหัวใจ นอกจากนี้ Fitness Index จะประเมินความพร้อมของร่างกายใน 5 มิติ เพื่อแนะนำโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมในแต่ละสัปดาห์ พร้อมความร่วมมือกับสถาบัน IIT ในการนำเสนอเนื้อหาการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล

สำหรับผู้รักการวิ่ง ฟีเจอร์ Running Coach ช่วยวิเคราะห์ท่าทางการวิ่ง วงสวิงขา และการทรงตัวหลังจบการวิ่ง พร้อมรองรับการเชื่อมโยงเส้นทางจากแอปพลิเคชัน Strava เข้าสู่ระบบ Samsung Health ได้โดยตรง ในด้านการนอนหลับ Galaxy Watch 9 มาพร้อมฟังก์ชันตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Sleep Apnea) ที่ได้รับการรับรองจาก FDA ซึ่งสามารถวิเคราะห์ระดับการรบกวนของการหายใจได้อย่างแม่นยำ วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 12,900 บาท

 

Galaxy Watch Ultra 2 LTE นาฬิกาสปอร์ตระดับพรีเมียม

นอกจากการออกแบบที่สวยงามทันสมัย ความทนทานและประสิทธิภาพยังเป็นสิ่งสำคัญ Galaxy Watch Ultra 2 LTE ตอบโจทย์ความต้องการความอึดถึดทน ด้วยตัวเรือนใช้วัสดุไทเทเนียมดีไซน์ทรงเบาะ (Cushion Design) เชื่อมต่อหน้าจอ ขอบและตัวเรือนเป็นชิ้นเดียว สายนาฬิกายางซิลิโคนพร้อมช่องระบายอากาศ Air Pocket ช่วยเพิ่มความสบายขณะสวมใส่ มาตรฐานความทนทานป้องกันฝุ่นและน้ำในระดับสูงสุด หน้าจอแสดงผลสร้างสถิติใหม่ด้วยความสว่างสูงสุด 5,000 nits มอบการอ่านค่าที่ชัดเจนแม้ภายใต้แสงแดดจัดหรือใต้น้ำ

ด้วยชิปประมวลผลแบบ Snapdragon Wear Elite มอบความเร็วในการประมวลผล พร้อมแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น 35% ให้ระยะเวลาการใช้งานยาวนานสูงสุด 60 ชั่วโมง รับรองมาตรฐานการดำน้ำระดับสากล โดยพัฒนาร่วมกับ Mares แบรนด์อุปกรณ์ดำน้ำระดับโลก เพื่อนำอัลกอริทึมการคำนวณสภาวะเนื้อเยื่อและการปล่อยก๊าซไนโตรเจน (NDL Guidance & Nitrogen Absorption) มาใช้วิเคราะห์การดำน้ำแบบดีคอมเพรสชันโดย Samsung ได้รับสิทธิ์ใช้งานแบบเอ็กซ์คลูซีฟเป็นเวลา 2 ปี

สำหรับการวิ่งเทรลและการผจญภัยบนบก นาฬิกาสามารถแสดงตัวอย่างเส้นทาง ความชัน สภาพพื้นที่ และคาดการณ์เวลาที่ต้องใช้ พร้อมระบบนำทางและฟังก์ชัน Hydration Guidance คำนวณปริมาณเหงื่อที่สูญเสียไปตามข้อมูลชีวมิติและการออกกำลังกาย เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้บริโภคจิบน้ำหรือเกลือแร่ในเวลาที่เหมาะสม โดย Galaxy Watch Ultra 2 LTE วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 25,900 บาท

การเปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในครั้งนี้ แสดงถึงกลยุทธ์ของ Samsung ที่ต้องการก้าวไปข้างหน้าด้วยระบบนิเวศ Agentic AI ซึ่งทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Google และ Qualcomm เพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่ให้กลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่เข้าใจบริบทชีวิตประจำวัน จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ และขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดสมาร์ทฮาร์ดแวร์ยุคใหม่อย่างยั่งยืน


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigolo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา