
การขยับตัวครั้งสำคัญของแบรนด์ยานยนต์ EV ระดับอัจฉริยะในตลาดไทยกำลังเข้าสู่บทใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์ XPENG ที่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ XPENG ขยับลงมาเล่นในตลาดรถยนต์ EV ระดับต่ำกว่า 1 ล้านบาท กับการเปิดตัว The New XPENG L03 รถยนต์ EV SUV Coupe ที่เตรียมนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และยังเป็นที่แรกของโลกสำหรับการเปิดตัวเวอร์ชันพวงมาลัยขวาสำหรับรุ่นดังกล่าว
การเปิดตัว XPENG L03 ถือเป็นช่วงจังหวะสำคัญพอเหมาะกับช่วงเวลาที่ภาครัฐกำลังพิจารณาทิศทางของโครงสร้างภาษีรถยนต์ รวมถึงอนาคตของการสนับสนุน EV จากภาครัฐ รวมไปถึงท่ามกลางกระแสที่อินโดนีเซียพร้อมอ้าแขนรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีแนวคิดย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศไทย
XPENG L03 ขยับเข้าหาตลาด Mass มากขึ้น
สำหรับ XPENG ต้องยอมรับว่า ตั้งแต่เข้ามาสู่ตลาดประเทศไทยได้วางตำแหน่งตัวเองค่อนข้างชัดในฐานะแบรนด์ EV ที่ให้ความสำคัญกับ Software, AI และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ส่งผลให้ XPENG กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีความฉลาดสูง ครั้งนี้ก็เช่นกันเมื่อ XPENG นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใส่ใน XPENG L03 โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ Standard Range Plus, Long Range Plus และ Long Range Ultra โดยแบ่งระดับเทคโนโลยีออกเป็น 2 กลุ่ม

- Standard Range Plus และ Long Range Plus เป็นรุ่นที่จะมีการใช้ AI ในแนวคิด Essential Intelligence ซึ่งเป็นระบบ AI ที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางช่องจราจร, ระบบช่วยจอด และ Adaptive Cruise Control (ACC) เป็นต้น
- Long Range Ultra เป็นรุ่นท้อปที่มีขยับขึ้นไปใช้ AI Intelligence พร้อมชิป Turing AI จำนวน 3 ตัว โดยชิปสองตัวจะทำหน้าที่ประมวลผลในระบบช่วยขับขี่ ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวล สบายและปลอดภัย ขณะที่ชิปอีกหนึ่งตัวจะดูแลระบบภายในห้องโดยสาร Infotainment และหน้าจอแสดงผล

นอกจากนี้ XPENG L03 ยังมีระบบชาร์จสถาปัตยกรรม 400V+ 3C รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 236 kW สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 20 นาที สำคัญที่สุด XPENG L03 ยังเปิดตัวด้วยราคาต่ำกว่าล้านบาทครั้งแรก ชี้ให้เห็นได้ว่า XPENG L03 กำลังถูกวางบทบาทใหม่ ที่ไม่ได้เป็นแค่เพียงรถอัจฉริยะเท่านั้น ยังเป็นส่วนสำคัญในการช่วยขยายฐานผู้บริโภคในกลุ่ม Young Progressor กลุ่มคนที่มีอายุ 28-35 ปี ที่หันมาซื้อ EV คันแรก

โดย คุณอภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร XPENG ประเทศไทย มองว่า ตลาด EV ไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแข่งขันกันหนักเรื่องราคาอยู่แล้ว การที่ XPENG L03 เปิดตัวราคาลงมาอยู่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เป็นการขยายตลาดในเชิงกลยุทธ์สู่กลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับ XPENG L03 มากกว่าการเพิ่มรุ่นหรือเพิ่มปริมาณจำนวนในตลาดที่แข่งขันกันดุเดือด

สำหรับ XPENG L03 เปิดตัวทั้ง 3 รุ่นที่ราคา
- รุ่น Standard Range Plus เปิดตัวที่ราคา 899,000 บาท
- รุ่น Long Range Plus คาดการณ์ราคาเปิดตัวอยู่ในระดับ 9xx,xxx บาท
- รุ่น Long Range Ultra คาดการณ์ราคาเปิดตัวอยู่ในระดับ 1,2xx,xxx บาท
XPENG ศึกษาการผลิตในไทยมาแล้วกว่า 6 เดือน
อย่างที่ทราบว่า XPENG เป็นรถยนต์นำเข้า 100% อย่างไรก็ตาม XPENG มีการพิจารณาแผนการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อนคือตลาดที่รองรับ เนื่องจากการลงทุนโรงงานผลิตรถยนต์มีต้นทุนสูง ตั้งแต่เครื่องจักร ซัพพลายเออร์ แรงงาน ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์ การมีตลาดรองรับสามารถสร้างยอดขายจำนวนมาก ประกอบกับทิศทางแนวโน้มของตลาด EV ในไทยมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น
เมื่อราคาลดลง ผู้บริโภคสามารถเข้าถึง XPENG ก็มากขึ้น โอกาสในการสร้าง Supply Chain รวมถึงการผลิตในประเทศไทยก็มีโอกาสเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม คุณเจมส์ วู (James Wu) ผู้บริหาร XPENG China ยอมรับว่า XPENG ศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมานานกว่า 6 เดือนแล้ว นั่นเพราะ XPENG จัดประเทศไทยให้อยู่ในกลุ่ม 10 ตลาดยุทธศาสตร์หลักนอกประเทศจีน แต่ที่คุณวูชี้แจง ยังมีตัวแปรสำคัญที่ทำให้ XPENG ยังรอดูอยู่คือ ความชัดเจนของนโยบาย โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐกำลังพิจารณาโครงสร้างภาษีรถยนต์ รวมถึงทิศทางมาตรการสนับสนุนรถยนต์ EV ในอนาคต
XPENG เปรียบเทียบอินโดนีเซียกับไทย
ไม่เพียงเท่านี้ XPENG ยกกรณีของอินโดนีเซียขึ้นมาอธิบายเรื่องนี้ โดยปัจจุบัน XPENG เดินหน้าการผลิต XPENG G6 และ XPENG X9 ที่โรงงานในอินโดนีเซียได้แล้ว เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียกำหนดกรอบนโยบาย ภาษี รวมถึงข้อกำหนดด้าน Local Content ไว้ค่อนข้างชัดตั้งแต่ต้น ซึ่งช่วยให้ XPENG สามารถคำนวณได้ว่า ต้องใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากแค่ไหน ต้องลงทุนเพิ่มเติมเท่าไหร่และมีเวลาปรับระบบ Supply Chain มากเพียงใด

สำหรับประเทศไทย XPENG มองว่า หากมีการเปลี่ยนเงื่อนไขด้านภาษีหรือเพิ่มข้อกำหนดเรื่องการผลิตในประเทศ อุตสาหกรรมควรได้รับระยะเวลาในการปรับตัวประมาณ 12-18 เดือน เนื่องจากการผลิตรถหนึ่งรุ่นเกี่ยวข้องกับบริษัทซัพพลายเออร์อื่นๆ อีกจำนวนมากตั้งแต่กลุ่ม Supplier Tier 1, Supplier Tier 2 ไปจนถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนรายย่อย การปรับเปลี่ยนนโยบายที่รวดเร็วเกินไปจะส่งผลกระทบต่อระบบ Supply Chain ทำให้ปรับตัวไม่ทัน และทำให้ผู้ผลิตต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น
ในทางกลับกัน XPENG มองว่า หากประเทศไทยต้องการผลักดันให้หลายบริษัทเข้ามาตั้งโรงงานผลิต สิ่งที่ภาครัฐต้องพิจารณาควบคู่กันไปคือขนาดของตลาด ต้นทุนที่สูงขึ้นจะสะอนกลับมาที่ผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนส่วนหนึ่งไว้ ดังนั้นการลงทุนควรเดินไปพร้อมกับขนาดตลาดและ Supply Chain ที่รองรับได้ ทำให้ XPENG ให้ความสำคัญกับการเพิ่มยอดขายก่อนเพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้ไปประกอบการตัดสินใจลงทุนขั้นต่อไป

สุดท้ายแล้ว XPENG L03 คือรถ EV รุ่นแรกของค่ายที่ต้องการสัมผัสตลาด Mass ที่สำคัญยังเป็นความท้าทายในการตรวจสอบตลาด Mass ที่มีการแข่งขันรุนแรงว่า XPENG จะสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ในตลาดนี้ได้หรือ รวมไปถึงความต้องการของตลาดเพียงพอต่อการลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศไทยหรือไม่ รถ EV ราคาต่ำล้านจึงไม่ได้เป็นรถที่เปิดตัวมาเพื่อขยายตลาดเท่านั้น เพราะนี้คือเครื่องมือในการเก็บข้อมูลสำหรับวิเคราะห์เพื่อการลงทุนในอนาคต
