103.58.148.118

Startups & SME

Ξ Leave a comment

ซอฟต์แวร์แปลภาษา “เวิร์ก” แต่ยังไม่ทำเงิน

posted by  950 views

ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เราจะเห็นสินค้าหรือนวัตกรรมที่ดีแสนดี แต่ทว่าไม่สามารถทำเงินให้กับบรรดานักคิดและพัฒนาเลยสักนิดซึ่งก็ไม่ต่างไปจากเอเยนซี่ที่คิดหนังโฆษณาออกมาสักชิ้นได้ โดนใจคนดู แต่กลับไม่สามารถดึงดูดลูกค้าให้ซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้

กรณีของซอฟต์แวร์แปลภาษาก็เช่นเดียวกัน หากดูจากตัวเลขผู้ใช้บริการโปรแกรมดิกชันนารี LEXiTRON ที่พัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าใช้บริการแปลกว่า 3,000 คน หรือกับซอฟต์แวร์ Thai Translation ที่ปัจจุบันมียอดจำหน่ายกว่า 100 แผ่นต่อเดือน ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าตลาดนั้นมีความต้องการสูง  แต่ทว่าในแง่ของการทำรายได้แล้วผู้พัฒนาและผู้ประกอบการชี้ตรงกันว่ายังไม่เป็นเป็นสินค้าที่ทำเงินได้มากนัก

ตลาดซอฟต์แวร์แปลภาษายังเล็ก

ตลาดแปลภาษาเป็นตลาดที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก โดยตลาดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ตลาดพจนานุกรม เน้นแปลเฉพาะคำศัพท์ และอีกส่วนเป็นซอฟต์แวร์แปลภาษาผ่านเว็บโดยเน้นการแปลเป็นประโยค

หากจะถามว่าตลาดไหนมีอนาคตและมีสัดส่วนความนิยมสูงกว่ากันนั้น?

นายสมศักดิ์ อมรสิทธิวงศ์ ผู้จัดการแผนกการขาย บริษัทไทยซอฟท์แวร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาโปรแกรมพจนานุกรมไทยซอฟต์แวร์ สอ เสถบุตร และเปลื้อง ณ นคร และยังเป็นตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์แปลภาษา 2 แบรนด์ดัง ได้แก่ Thai Translation และ ไทยช่วยแปล บอกให้ฟังว่า ตลาดพจนานุกรม ถือเป็นตลาดที่ตลาดมีความต้องการสูงกว่า เนื่องจากมีความถูกต้องสูงมากกว่า โดยปัจจุบันบริษัทมียอดจำหน่ายพจนานุกรมหลายแสนไลน์เซ่นส์ คิดเป็นยอดขายเกือบ 1,000 ไลน์เซ่นส์ต่อเดือน ในขณะที่ซอฟต์แวร์แปลภาษานั้น ปัจจุบันบริษัทมียอดจำหน่ายประมาณกว่า 100 แผ่นต่อเดือนเท่านั้น

เขาชี้ด้วยว่า ปัจุบันตลาดซอฟต์แวร์แปลภาษายังมีสัดส่วนเล็กมากไม่เกิน 20% ของตลาดรวมแปลภาษา และจากประสบการณ์ในการทำตลาดมาหลายปีพบว่า ยังไม่เวิร์กนัก เนื่องจากความถูกต้องในการแปลยังน้อย หากเป็นประโยคมาตรฐานอาจจะแปลถูก แต่ถ้าเป็นประโยคเฉพาะ เช่น กลุ่มแพทย์ ไอที การแปลดูจะยังไม่ได้มาตรฐาน

“พจนานานุกรมเป็นตลาดที่มีอนาคตมากกว่า ส่วนซอฟต์แวร์แปลภาษายังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 ปี เพราะแม้แต่เนคเทคเองก็ไม่ได้มีการพัฒนาตรงนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภาษาไทยดิ้นได้มาก และการแยกประโยคหรือคำก็ทำลำบาก จึงต้องมีทีมวิจัยจริงจัง”นายสมศักดิ์ บอกถึงอุปสรรคของซอฟต์แวร์แปลภาษาจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทย

และเสริมอีกว่า ด้วยปัญหาด้านการแปลของของซอฟต์แวร์แปลภาษาที่ยังมีอยู่มาก จึงส่งผลซอฟต์แวร์แวร์แปลภาษาวันนี้จึงยังไม่สามารถจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการอย่างเป็นกอบเป็นกำ ในขณะที่ตลาดพจนานุกรมนุกรมกลับสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้ดีกว่า และเพิ่มขึ้นทุกปี

เขาบอกว่า แม้วันนี้ตลาดซอฟต์แวร์แปลภาษาจะยังมีขนาดเล็กและไม่สร้างรายได้ให้มากนัก แต่หากสามารถพัฒนาจนได้ความถูกต้องของการแปลประมาณ 90% จากปัจจุบันที่มีความถูกต้องราว 60-70% รวมถึงความเร็วในการแปลได้อย่างรวดเร็ว น่าจะเป็นโอกาสให้ตลาดซอฟต์แวร์แปลภาษาได้รับความสนใจจากนักแปลมากขึ้นในอนาคต 

พัฒนาต่อยอดสู่ธุรกิจแปลหนังสือ

สอดคล้องกับคำกล่าวของดร.เทพชัย  ทรัพย์นิธิ นักวิจัยอาวุโสฝ่ายหน่วยปฏิการวิจัยวิทยาการมนุษยภาษา ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำการวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์แปลภาษาและให้บริการโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายมาเป็นเวลา 10 ปี   โดยเขาบอกว่า พจนานุกรมเป็นสิ่งที่ตลาดมีความต้องการสูงกว่าซอฟต์แวร์แปลภาษา เพราะมีความถูกต้องและแม่นยำสูง แต่ถ้าระบบซอฟต์แวร์แปลภาษาได้รับการพัฒนาให้มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น ในอนาคตจะเป็นที่ต้องการของตลาดสูงขึ้น

ยกตัวอย่างระบบแปลภาษาในประเทศญี่ปุ่นวันนี้ มีการนำระบบไปช่วยในการแปลหนังสือ และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องด้วยคน ก่อนพิมพ์จำหน่าย ซึ่งช่วยให้ใช้ระยะเวลาน้อยลง แต่ตรงนี้ต้องมีการลงทุนค่อนข้างสูง แต่สำหรับเมืองไทยเนื่องจากกำลังคนและเงินทุนอาจสู้ไม่ได้ จึงอาจต้องใช้เวลา แต่คิดว่าน่าจะไปได้และมองว่าน่าจะเป็นทิศทางซอฟต์แวร์แปลภาษาของเมืองไทยในอนาคต แต่ทั้งทั้งนี้หลายฝ่ายต้องทำร่วมกัน

“การต่อยอดซอฟต์แวร์แปลภาษาไปสู่ธุรกิจการแปลหนังสืออย่างในญี่ปุ่นนั้น จะไม่ส่งผลกระทบกับธุรกิจรับจ้างแปลที่มีอยู่เดิม เพราะถึงที่สุดระบบก็สู่คนไม่ได้ เพียงแต่เปลี่ยนบทบาทของคนจากการเป็นคนแปลมาเป้นการตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งอาจจะทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย” ดร.เทพชัย บอกถึงอนาคตของซอฟต์แวร์แปลภาษา

และเสริมให้ฟังอีกว่า จากที่เนคเทคเปิดให้บริการแปลภาษาผ่าน 2 โปรแกรม ได้แก่ โปรแกรมภาษิตผ่านเว็บไซต์ www.supasit.com และพจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ เล็กซิตรอน ปัจจุบันมีเข้าใช้บริการแปลอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของโปรแกรมภาษิต ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 1,500 คน ขณะที่โปรแกรมเล็กซิตรอน มีผู้เข้ามาใช้บริการแปลมากกว่า 3,000 คนต่อวัน

“จากการสอบถามผู้ใช้บริการหลายราย พบว่าส่วนใหญ่ค่อนข้างพอใจในการแปลแต่ก็มีหลายรายให้คำแนะนำกลับมาทั้งในเรื่องคุณภาพและความเร็วในการแปล”นักวิจัยอาวุโสฝ่ายหน่วยปฏิการวิจัยวิทยาการมนุษยภาษาเนคเทค บอกถึงผลตอบรับของผู้เข้ามาใช้บริการซอฟต์แวร์แปลภาษา

พร้อมกับเสริมด้วยว่า ตอนนี้เนคเทคพยายามจะผลักดันให้พจนานุกรมเล็กซิตรอนไปถึงผู้ใช้วงกว้างมากขึ้น ด้วยการให้องค์กรรัฐวิสาหกิจหรือภาคเอกชนมาร่วมให้บริการ เนื่องจากเนคเทคมองว่า จำนวนผู้ใช้พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์วันนี้มีไม่น้อย ภาคเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจสามารถจะเอาไปต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ ขณะเดียวกันก็จะทำให้พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์มีความเข้มแข็งมากขึ้นด้วย   โดยขณะนี้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการประมาณ 1-2 ราย แต่คงต้องใช้เวลาอีกระยะ เพื่อศึกษารูปแบบธุรกิจให้ชัดเจนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นการให้บริการแปลจะไม่คิดค่าใช้จ่าย ส่วนรัฐวิสหากิจและเอกชนจะมีรายได้มาจากการโฆษณา หรือการอาศัยฐานผู้ใช้บริการมาดึงดูดคนให้เข้ามาใช้สินค้าของบริษัท

นอกจากแผนผลักดันให้พจนานุกรมเล็กซิตรอนไปถึงกลุ่มผู้ใช้ในวงกว้างมากขึ้นแล้ว เนคเทคยังเตรียมจัดงานใหญ่ “10 ปี เล็กซิตรอน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ในการพัฒนาพจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเชื่อมโยงพจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ จากมุมมองต่างๆ ทั้งของนักพัฒนา นักวิชาการ และภาคเอกชน ตลอดจนทิศทางการให้บริการของพจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 กันยายนนี้ที่โรงแรมโซฟิเทล

น้องใหม่ร่วมชิงตลาด   

แม้ตลาดแปลภาษาโดยเฉพาะในส่วนของซอฟต์แวร์แปลภาษาจะยังไม่ได้รับความนิยมจากตลาดเท่าที่ควรนัก แต่ก็มีผู้ประกอบการหน้าใหม่สนใจเข้ามาทำตลาดอยู่ไม่น้อย โดยรายล่าสุดเป็นกลุ่มทุนจากประเทศญี่ปุ่น  “เจเอไอซี  (JAIC)” เข้ามาร่วมลงทุนเปิดเว็บไซต์ให้บริการด้านการแปลภาษาจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ในชื่อ  “www.asiaonline.net”  โดยเลือกที่จะเปิดให้บริการในไทยเป็นประเทศแรก

สำหรับเหตุผลที่เอเชีย ออนไลน์เลือกเปิดตัวในไทยเป็นประเทศแรก นายดิออน วิกกินส์ ประธานกรรมการบริหาร ของเอเชีย ออนไลน์ บอกว่า เพราะไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายในเรื่องภาษามากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ประกอบกับเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่กว่า 86.5% ไม่ใช่ภาษาของประเทศในเอเชีย ในขณะที่ภาษาในเอเชียมีสัดส่วนแค่ 13.83% และคิดเป็นสัดส่วนภาษาไทยเพียง 0.03% เท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงมองว่าน่าจะเป็นช่องว่างที่ทำให้บริษัทเข้ามาทำตลาดได้มากขึ้น

สำหรับบริการแปลภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยถือเป็นฟีเจอร์หนึ่งของเว็บไซต์เอเชีย ออนไลน์ที่ได้วางตัวเองเป็นศูนย์รวมพอร์ทัลที่เน้นแปลคอนเทนท์จากเว็บภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทย โดยบริษัทนั้นใช้เวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์ราว 2 ปี จากโปรแกรมเมอร์ 25 คน โดยระบบแปลนั้นพัฒนาจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ (Edinburgh) ขณะที่เซิร์ฟเวอร์สามารถแปลได้ 7 ล้านคำต่อวัน

ปัจจุบันเอเชีย ออนไลน์อยู่ในช่วงทดสอบการให้บริการ ซึ่งเขาคาดหวังว่า จะมีผู้เข้ามาใช้บริการแปลในเว็บเอเชีย ออนไลน์ประมาณ 50,000 คนต่อวัน

Source: Business Thai

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


nine + 5 =

Recent Posts

Facebook