อลิอันซ์ อยุธยา ต่อยอดผู้นำด้านดิจิทัล ผุดโครงการ Startup ผลักดันสู่ระดับโลก

  • 44
  •  
  •  
  •  
  •  

นายไบรอัน สมิธ

โลกยุคปัจจุบันอาจเรียกได้ว่าขับเคลื่อนด้วยพลังจากดิจิทัล หลายธุรกิจจึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจประกันภัยที่ทุกวันนี้ที่ต้องสรรหาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความง่าย สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะความรวดเร็วถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างสูงในธุรกิจประกันภัย เพราะสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งท้าทาย สำหรับวงการประกันแล้ว อลิอันซ์ อยุธยา อาจเรียกได้ว่าเป็นบริษัทประกันภัยแบรนด์แรกๆ ที่หันมาใส่ใจในเรื่องของเทคโนโลยีเพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค นอกจากจะช่วยให้การบริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยให้สามารถเสนอโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างเสริมประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค และยังสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องให้กับบริษัทได้ด้วย

ถ้ายังไม่เข้าใจเอาเป็นว่า นับจากนี้ไปหากต้องเรียกใช้บริการจาก อลิอันซ์ อยุธยา สามารถทำได้ง่ายผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ โดยที่แทบไม่ต้องใช้หลักฐานใดๆ เพราะทุกอย่างอยู่ในระบบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว และหากต้องการทราบข้อมูลหรือซื้อบริการด้านอื่นๆ ก็ไม่จำเป็นต้องรอพนักงานเพื่อยื่นเอกสาร แต่สามารถดำเนินการได้เองบนมือถือ หรือหากอยากได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการกิน การใช้ชีวิตแบบสุขภาพดี บริษัทฯก็มีแอพพลิเคชั่นบนที่คอยแบ่งปันข้อมูลที่มีประโยชน์เหล่านี้เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีแพลทฟอร์มครบวงจรเลยทีเดียว

พัชรา ทวีชัยวัฒนะ

หากแค่นี้คิดว่าเพียงพอแล้ว อาจเป็นความคิดที่ผิด เพราะต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงทุกวัน อลิอันซ์ อยุธยา จึงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอยู่อย่างต่อเนื่องและ Startup ก็เป็นหนึ่งในคำตอบที่จะเข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจ สร้างโมเดลใหม่ ที่อาจจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการ “Allianz Ayudhya Activator” โครงการที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของ Startup ไทยให้ก้าวไปอีกขั้น ทะลุขีดจำกัดภายในประเทศสู่ระดับสากล โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพ Startup ใน 3 วงการ ไม่ว่าจะเป็นด้านประกัน (InsurTech), ด้านการเงิน (FinTech) และด้านสุขภาพ (HealthTech) ซึ่งทั้ง 3 ด้านมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงถึงกลยุทธ์หลักในการทำธุรกิจของอลิอันซ์ อยุธยา ภายใต้แนวคิด Think Global from Day One ที่ช่วยให้ Startup ทุกรายทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า สามารถต่อยอดธุรกิจไปสู่ระดับโลก ผ่านเครือข่ายธุรกิจของอลิอันซ์ ที่มีในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

httpv://www.youtube.com/watch?v=F0jEz7JDQK8

โดยโครงการ “Allianz Ayudhya Activator” จะคัดเลือก 50 ทีมที่ผลงานน่าสนใจเข้าร่วมโครงการ จากนั้นจะทำการคัดเลือกให้เหลือ 10 ทีม เพื่อเข้ารับการอบรมจากผู้เชียวชาญ (Activists) ทั้งในและต่างประเทศตลอด 12 สัปดาห์ พร้อมทดลองใช้งานเสมือนจริง โดยผู้ชนะเลิศ 3 ทีมสุดท้ายจะได้รับเงินทุนเริ่มต้นธุรกิจ (Seed Investment) มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนในการสร้างสรรและเติบโตธุรกิจในตลาดจริง

พิเศษยิ่งไปกว่านี้ เมื่อทั้ง 3 ทีมที่เรียกว่าเจ๋งสุดสามารถผ่านรอบสุดท้ายมาได้ จะได้ร่วมเดินทางไปยังเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี บ้านเกิดของ Allianz เพื่อให้เหล่า Startup ได้โอกาสในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรและเป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านการสนับสนุนจากอลิอันซ์

มร. โรบิน โล

สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ธันวาคม 2560 ที่เว็บไซต์ www.activator.global เท่านั้น ประกาศผลเข้ารอบ 50 ทีมที่ได้รับการสัมภาษณ์ Top 50 Announcement วันที่ 18 ธันวาคม 2560 พร้อมสัมภาษณ์ผู้ร่วมสมัครใน Audition Day วันที่ 20 – 21 ธันวาคม 2560 นำโดยคณะผู้บริหารของอลิอันซ์ อยุธยาและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกาศผลรอบ 10 ทีมสุดท้าย Top 10 Finalist Announcement วันที่ 23 ธันวาคม 2560 โดยมีระยะเวลาอบรมจนถึง Demo Day ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 21 เมษายน 2561 (สัปดาห์ละ 2 วัน)

XTET0223_re

แน่นอนว่า สิ่งที่ Startup ไทยจะได้จากโครงการนี้ คือความรู้ในเรื่องการทำธุรกิจ Startup ในระดับโลก ประสบการณ์การทำงานจริง รวมไปถึงโอกาสทางธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้นที่เรียกว่าเป็นของแถมที่คุ้มค่าคือการได้พันธมิตรและโอกาสในการเปิดตัวสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะทำให้นักลงทุนระดับโลกจากหลายประเทศมองเห็นและนั่นคือโอกาสที่ Startup จะก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดในประเทศออกไปได้ ซึ่งเทคโนโลยีทั้ง 3 ด้านที่ทางอลิอันซ์ อยุธยาตั้งโจทย์ไว้ ล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญและเป็น Movement ใหญ่ของธุรกิจระดับโลก

เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าเหรียญทองคือเป้าหมายของนักกีฬา ยูนิคอร์นก็คือเป้าหมายของ Startup แต่อาจจะยากหาก Startup ที่อยากเป็นยูนิคอร์นยังคงวนเวียนอยู่แต่ในประเทศ เพราะเงินทุนระดับพันล้านเหรียญดอลลาร์คงมีโอกาสน้อยมากหากยังอยู่ในประเทศ และนี่คือโอกาสสำคัญที่ Startup ไทยจะได้มีโอกาสกลายเป็นม้ายูนิคอร์นตัวแรกของประเทศไทย


  • 44
  •  
  •  
  •  
  •