จีนเปิดศึกชิง “มือหุ่นยนต์” เมื่อ Physical AI กำลังเปลี่ยนโรงงานทั่วโลก

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Credit Photo: SCMP

สำหรับมนุษย์แล้ว การกระทำอย่างกลัดกระดุมเสื้อ หยิบไข่ไก่ สอดด้ายเข้ารูเข็ม ล้วนเป็นกิจกรรมที่แทบไม่ต้องใช้การคิดคำนวณใดๆ สมองสามารถสั่งการเพียงเสี้ยววินาที แต่สำหรับโลกของ AI การจำลองการเคลื่อนไหวของ “มือ” ให้ใกล้เคียงมนุษย์กลายเป็นความท้าทายที่ยากที่สุด ยิ่งเมื่อแขนผสาน AI จนกลายเป็น Physical AI ที่ถูกนำไปใช้ในโรงงานการผลิต โดยเฉพาะในจีนที่กำลังเกิดภาวะ “สงครามช่วงชิงมือหุ่นยนต์” อย่างดุเดือด

​สมรภูมิมือหุ่นยนต์ในจีนกำลังเดือดระอุ

สถานการณ์การแข่งชิ้นส่วนมือหุ่นยนต์กำลังเดือดระอุ โดยเฉพาะในแวดวงสตาร์ทอัพจีน เมื่อ AgiLink สตาร์ทอัพผู้พัฒนาชิ้นส่วนข้อต่อและมือหุ่นยนต์อัจฉริยะที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นได้เพียงไม่นาน สามารถระดมทุนและผลักดันมูลค่าบริษัททะยานสู่ระดับยูนิคอร์น โดยเป็นการระดมทุนที่มีมูลค่าเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 150 วัน ถือเป็นการเติบโตเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ในเซกเมนต์ชิ้นส่วนหุ่นยนต์ Humanoid

สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มทุนและบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ได้มองว่านี่เป็นเพียงโครงการวิจัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะพลิกโฉมการผลิตโลก ​นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Linkerbot สตาร์ทอัพจากปักกิ่งที่ปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มมือหุ่นยนต์ไปแล้วกว่า 80% ทั่วโลก เตรียมระดมทุนรอบใหม่โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าบริษัทให้ถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2.2 แสนล้านบาท

ยิ่งไปกว่านั้น สตาร์ทอัพอีกรายอย่าง Xynova จากหางโจว เพิ่งประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A จากการลงทุนของแบรนด์ดังอย่าง Xiaomi และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Li Auto

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างดุเดือด นั่นเพราะจีนกำลังเผชิญกับการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเนื่องจากประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยี AI พัฒนาไปไกลจนสามารถคิดเองได้แล้ว แต่การทำให้การประมวลผลนั้นมาทำงานได้จริง จำเป็นต้องมี “มือ” ที่จะเข้ามาทำงานแทนคน การลงทุนในเทคโนโลยี “มือหุ่นยนต์” จึงเสมือนการแย่งชิงสิทธิ์การควบคุมในโลก Physical AI

 

​มือหุ่นยนต์ความคุ้มค่าที่ลงตัว

​หากนึกถึงหุ่นยนต์ Humanoid สองขาเดินได้แบบเต็มตัว เช่น Tesla Optimus หรือหุ่นยนต์จาก Unitree อาจจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจ แต่ในโลกความเป็นจริง หุ่นยนต์ที่มีขาไม่เท่าแขนหุ่นยนต์ที่สามารถสร้าง Productivity ได้ ที่สำคัญหุ่นยนต์ Humanoid แบบเต็มตัวที่ใช้งานได้ในอุตสาหกรรมมีราคาสูงถึง 100,000 ถึง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัว หรือประมาณ 3.6 ถึง 5.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินไปสำหรับโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก

Credit Photo: SCMP

ส่งผลให้ผู้ประกอบการเลือกเฉพาะแขนกลและมือหุ่นยนต์ไปติดตั้งทำงานร่วมกับสายพานการผลิต เนื่องจากเดิมโรงงานส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ยืนทำงานอยู่กับที่ เมื่อเปลี่ยนมาใช้หุ่นยนต์จึงไม่จำเป็นต้องมีขา มีเพียงแค่แขนสองข้างและมือที่สามารถหยิบจับได้เหมาะสมอย่างมนุษย์ ก็เพียงพอที่จะทำงานอย่างการประกอบชิ้นส่วน คัดแยกสินค้า หรือแพ็คของลงกล่องได้อย่างสมบูรณ์แบบ

​การใช้เฉพาะมือหุ่นยนต์ช่วยลดเพดานค่าใช้จ่ายในการลงทุนลงไปอย่างมหาศาล ทำให้สามารถคืนทุนได้เร็วกว่า และสามารถนำไปใช้กับเครื่องจักรเดิมได้ทันที นอกจากนี้ ผู้นำตลาดอย่าง Linkerbot ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า LinkerSkillNet ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้มือหุ่นยนต์สามารถดาวน์โหลดและเรียนรู้ทักษะการหยิบจับแบบใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบคลาวด์ ทำให้ใช้งานง่ายเหมือนการอัปเดตแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน

ธุรกิจไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน Physical AI ได้

การแข่งขันมือและแขนหุ่นยนต์อย่างรุนแรงในจีนครั้งนี้ ​สำหรับผู้ประกอบการไทยแล้วถือเป็นโอกาสที่สำคัญ แต่ก็ต้องวางแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อให้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการแข่งขับครั้งนี้ โดยสามารถสรุปแนวทางการดำเนินการของธุรกิจได้เป็น 4 ขั้นตอน

  • วางยุทธศาสตร์สอดคล้องกับจุดแข็งเดิม: ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์หรืออิเล็กทรอนิกส์ของไทย ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นออกแบบมือหุ่นยนต์ แต่ต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญในการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ เช่น สปริงจิ๋ว ฟันเฟืองขนาดเล็ก ยางสังเคราะห์ที่เป็นมิตรต่อผิวสัมผัส เพื่อป้อนให้กับกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาตั้งฐานผลิตในไทย
  • สร้างพันธมิตรในรูปแบบ Co-Development: เพื่อยกระดับเทคโนโลยี ธุรกิจควรเข้าไปร่วมทุนหรือเป็นพันธมิตรผู้ผลิตหุ่นยนต์ที่เข้ามาลงทุน โดยควรเสนอเป็นผู้ผลิตประกอบย่อย รวมถึงเปิดพื้นที่โรงงานเพื่อแลกกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง
  • ยกระดับทักษะแรงงาน: ผู้ประกอบการควรเร่งพัฒนาแรงงานไทยให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Physical AI เนื่องจากตลาดต้องการบุคลากรที่สามารถดูแลรักษา ติดตั้ง และปรับแต่งการทำงานของมือหุ่นยนต์อัจฉริยะเหล่านี้หน้างานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม
  • เตรียมพร้อมด้านมาตรฐานความปลอดภัย: มาตรฐานความปลอดภัยและธรรมาภิบาลข้อมูลเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ โดยที่จีนเพิ่งประกาศแผนการออก “เลขประจำตัวหุ่นยนต์” คล้ายกับบัตรประชาชนให้กับ Humanoid ทุกตัว ผู้ผลิตชิ้นส่วนของไทยก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการผลิต เพื่อให้สามารถส่งออกชิ้นส่วนป้อนตลาดโลกได้

แต่สิ่งที่ต้องระวัง เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในประเทศจีน เริ่มมีสัญญาณการตัดราคาเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด ​นอกจากนี้ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ยังมีข้อสงสัยในเรื่องความทนทานกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของโรงงาน เช่น ความร้อนสูงหรือสารเคมีกัดกร่อนสูง รวมถึงความกังวลการเข้ามาแย่งงานมนุษย์

 

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Physical AI ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งลงทุนจากบิ๊กเทคของจีน ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเข้าไปสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับสูงของเทคโนโลยีโลก ​ทางรอดของธุรกิจไทยคือการปรับตัว ทั้งในแง่การจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูง ชิ้นส่วนด้านวิศวกรรมและการเป็นผู้ให้บริการระบบ เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงของการถูกคุกคามทางเทคโนโลยี ให้กลายเป็นโอกาสที่จะพาธุรกิจสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

Source: SCMP


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigolo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา