
เจาะแผน AI 5 ปี True x AWS จาก Retail-Finance-Telecom สู่การสร้างคนไทยพร้อมใช้ AI 3 ล้านคน
เมื่อการแข่งขันด้าน AI กำลังขยับจากการมีโมเดลหรือเครื่องมือ ไปสู่คำถามสำคัญกว่าว่า “ใครเอา AI ไปใช้จริงได้มากกว่า” เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP, Arise Ventures Group, True Corporation และ Amazon ประกาศความร่วมมือระยะยาว 5 ปี เพื่อเร่งนำ AI และ Cloud เข้าไปใช้ในธุรกิจหลายส่วนของเครือ พร้อมวางเป้าหมายพัฒนาทักษะด้าน AI ให้คนไทย 3 ล้านคนทั่วประเทศ
Key Takeaway
- ความร่วมมือวางกรอบระยะยาว 5 ปี เพื่อเร่งนำ Cloud และ AI ไปใช้จริงในหลายธุรกิจของเครือ ตั้งแต่ Telecom, Finance ไปจนถึง Retail
- True ตั้งเป้าสู่ AI-First Organization โดยใช้ AI กับบริการลูกค้า Predictive Maintenance และการจัดการเครือข่ายแบบ Real-time
- Retail กว่า 19,000 จุดของ 7-Eleven, Lotus’s และ Makro อยู่ในแผนใช้ AI ตั้งแต่ Demand Forecasting, Personalization ไปจนถึง Retail Media
- อีกเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาความพร้อมด้าน Cloud และ AI ให้คนไทย 3 ล้านคน ผ่านการเรียนรู้ การอบรม และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง
ความร่วมมือครั้งนี้ประกาศภายในงาน “Thailand AI National Mission” เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยวางเป้าหมายให้ CP และ Arise มีบทบาทเป็น AI Lighthouse ระดับภูมิภาค และใช้ความเชี่ยวชาญด้าน Cloud และ AI ของ Amazon Web Services หรือ AWS เข้ามาเชื่อมกับธุรกิจและฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของเครือ CP
สิ่งที่น่าสนใจจึงอยู่ตรงที่ AI ตามแผนนี้จะไม่ได้ถูกจำกัดไว้กับฝ่ายเทคโนโลยี แต่กำลังถูกกระจายเข้าไปอยู่ตั้งแต่หลังบ้านของธุรกิจ ไปจนถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าเจอในชีวิตประจำวัน
1. ปั้นทักษะ Cloud และ AI ให้คนไทย 3 ล้านคน
หนึ่งในแผนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือการที่ CP เลือก AWS เป็นพันธมิตรด้านการพัฒนาบุคลากร โดยตั้งเป้าสร้างความพร้อมด้าน AI ให้คนไทย 3 ล้านคนทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งพนักงานในเครือและคนทั่วไป ผ่านหลักสูตร AI การอบรมเชิงปฏิบัติ การรับรองทักษะ และโปรแกรมที่เปิดโอกาสให้นำความรู้ไปใช้กับสถานการณ์จริง
โจทย์เรื่องทักษะถือเป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญของการใช้ AI ในไทย โดยข้อมูลจากการศึกษาของ AWS และ Strand Partners ที่ AWS เผยแพร่ก่อนหน้านี้ระบุว่า 47% ของธุรกิจไทยมองว่าการขาดทักษะดิจิทัลเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดต่อการนำ AI มาใช้ ขณะที่ความรู้ด้าน AI คาดว่าจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ 61% ของงานในอนาคตอันใกล้
AWS เองมีระบบฝึกอบรมตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงสาย Developer และ AI Engineer รวมถึง AWS Skill Builder ซึ่งมีแหล่งเรียนรู้ด้าน Cloud และ AI ฟรีมากกว่า 1,000 รายการ
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว AI FOR ALL การแข่งขัน AI Innovation Hackathon ระดับประเทศ เปิดให้คนไทยตั้งแต่อายุ 18 ปี ไม่ว่าจะเป็นคนทำงาน นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป พัฒนาต้นแบบ Generative AI สำหรับแก้ปัญหาของประเทศ เช่น สาธารณสุข เกษตรกรรม และการศึกษา
2. True ขยับสู่ AI-First ตั้งแต่บริการลูกค้าถึงการดูแลเครือข่าย
ในฝั่งโทรคมนาคม True ตั้งเป้าขยับสู่การเป็น AI-First Organization โดยหนึ่งในโครงสร้างสำคัญคือการพัฒนาระบบ Cloud ให้มีความยืดหยุ่น ความปลอดภัย และการกำกับดูแลที่มากขึ้น
AI จะถูกนำเข้าไปใช้กับบริการลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล รวมถึงงานหลังบ้านอย่าง Predictive Maintenance ที่ช่วยคาดการณ์ปัญหาของระบบ และการแก้ปัญหาเครือข่ายแบบ Real-time เพื่อลดกระบวนการที่ต้องดำเนินการด้วยคน
อีกแผนที่ถูกพูดถึงคือการศึกษาการนำบริการบรอดแบนด์จากดาวเทียมวงโคจรต่ำ Amazon Leo มาใช้งานในไทย ผ่านผู้ได้รับอนุญาต Landing Rights ตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบรอดแบนด์ในชุมชนต่าง ๆ
3. Ascend Money เตรียมใช้ AI ตั้งแต่ประเมินเครดิตถึงจับ Fraud
อีกธุรกิจที่จะถูก AI เข้าไปเปลี่ยนกระบวนการค่อนข้างลึกคือ Financial Services
Ascend Money ซึ่งเป็นบริษัท FinTech ในกลุ่มพันธมิตรของ Arise มีแผนใช้ AWS รองรับระบบวิเคราะห์และประเมินเครดิตด้วย AI รวมถึงกระบวนการ Loan Origination เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับกลุ่มที่ยังมีข้อจำกัด
AI ยังมีแผนเข้าไปทำงานกับระบบ e-KYC การตรวจจับการทุจริต และการพัฒนาบริการบริหารการเงินและความมั่งคั่งให้ปรับตามลูกค้าแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น
ในภาพใหญ่ CP และพันธมิตรวางเป้าหมายไปถึงการพัฒนา Ascend Money ในแนวทาง AI-Native Bank หรือการให้ AI เข้าไปอยู่ในหลายกระบวนการของธุรกิจการเงินตั้งแต่ต้นทาง
4. 7-Eleven, Lotus’s และ Makro กว่า 19,000 จุด จะเป็นอีกพื้นที่ทดลอง AI ขนาดใหญ่
ฝั่งที่ผู้บริโภคอาจสัมผัสความเปลี่ยนแปลงได้ชัดที่สุดคือ Retail
CP ระบุว่ามีเป้าหมายทรานส์ฟอร์มจุดให้บริการกว่า 19,000 แห่งของ 7-Eleven, Lotus’s และ Makro โดย AI จะเข้ามาช่วยตั้งแต่การคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า การนำเสนอสินค้าและข้อเสนอเฉพาะบุคคล ไปจนถึงงานหลังบ้านอย่างการวางแผน Supply Chain และ Machine Learning สำหรับ Demand Forecasting เพื่อเพิ่มความพร้อมของสินค้าและบริหารสต็อก
อีกส่วนที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจและนักการตลาดคือแผนพัฒนา Retail Media อัจฉริยะ พร้อมระบบติดตามผลลัพธ์การขายแบบ Real-time
หากทำได้ตามแผน พื้นที่ Retail ของ CP จึงอาจกลายเป็นทั้งช่องทางขายสินค้า พื้นที่สื่อ และระบบข้อมูลที่เชื่อมพฤติกรรมของลูกค้าเข้าด้วยกันมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีแผนใช้ Computer Vision สำหรับตรวจมาตรฐานร้านค้าและการจัดการชั้นวางสินค้า ซึ่งสะท้อนว่า AI ใน Retail รอบนี้ครอบคลุมตั้งแต่สิ่งที่ลูกค้ามองเห็น ไปจนถึง Operations หลังร้าน
5. ตั้ง AI Center of Excellence เป็นแกนกลางของทั้งเครือ
การมี Use Case จำนวนมากยังต้องมีโครงสร้างกลางคอยเชื่อมเทคโนโลยีและข้อมูลเข้าด้วยกัน CP จึงเตรียมต่อยอด AI Center of Excellence
ระยะแรกจะโฟกัสทั้ง Unified Customer Identity System หรือ Single ID, Retail และ Supply Chain, Customer Experience รวมถึงบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ พร้อมใช้เครื่องมือ AI ของ AWS เช่น Kiro สำหรับช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ และ Amazon Quick สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ในระยะยาว CP ยังวางภาพให้ AI Center of Excellence เชื่อมภาครัฐ ธุรกิจ มหาวิทยาลัย สตาร์ทอัพ และบริษัทเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน โดยมี CP Innovation Center of Excellence เป็นหนึ่งในกลไกเชื่อมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และ Ecosystem
จาก AI Project สู่ AI Infrastructure ของธุรกิจ
เมื่อเอาทุกส่วนมารวมกัน ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการขยับอีกขั้นของการลงทุน AI ในไทย จากช่วงที่องค์กรจำนวนมากเริ่มด้วย Chatbot, AI Assistant หรือทดลอง Use Case รายโปรเจกต์ ไปสู่การวาง AI เป็นโครงสร้างที่เชื่อมหลายธุรกิจเข้าด้วยกัน
CP มีพื้นที่ค้าปลีกกว่า 19,000 จุด มีธุรกิจโทรคมนาคมผ่าน True มี Financial Services ผ่าน Ascend Money และมีธุรกิจอีกหลายอุตสาหกรรมอยู่ในเครือ ขณะที่ AWS เข้ามาเติมทั้ง Cloud Infrastructure, AI Technology และระบบพัฒนาทักษะบุคลากร
จึงทำให้สิ่งที่ควรจับตาตลอด 5 ปีต่อจากนี้ คือ AI จะเปลี่ยนจาก “เทคโนโลยีที่องค์กรทดลองใช้” ไปอยู่ในกระบวนการจริงได้ลึกแค่ไหน ตั้งแต่การทำนายว่าสินค้าอะไรควรอยู่บนชั้น การรู้จักลูกค้าข้ามบริการ การดูแลเครือข่าย ไปจนถึงการประเมินเครดิต
และอีกตัวแปรสำคัญคือเรื่อง “คน” เพราะต่อให้มี Cloud, Model และ Data พร้อม การขยาย AI ให้เกิดขึ้นในระดับองค์กรหรือระดับประเทศยังต้องอาศัยคนที่นำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปใช้ได้จริง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตัวเลข 3 ล้านคน อาจสำคัญพอ ๆ กับ 19,000 สาขา หรือแผน AI ในแต่ละธุรกิจ เพราะท้ายที่สุดการแข่งขันด้าน AI ขององค์กรอาจวัดกันที่ว่า ใครสามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นความสามารถของคนและระบบงานได้เร็วกว่า
