ถอดรหัสยุทธศาสตร์ Smooth E จากตำนานเวชสำอาง 34 ปี สู่การจับใจ Gen Z  ผ่านคอนเซ็ปต์ “Baby Face – Baby Fierce” มุ่งสู่เป้าหมาย 4,000 ล้านบาท

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ในยุคที่ตลาดสกินแคร์การแข่งขันสูงและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว สมูทอี (Smooth E) แบรนด์เวชสำอางระดับตำนานคู่คนไทยยาวนานกว่า 34 ปี ภายใต้เครือ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสำเร็จเดิม แต่กำลังสปีดเกมรุกอย่างน่าจับตามองเพื่อรีเฟรชแบรนด์ให้สอดรับกับอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ผ่านการส่งไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ Smooth E Acne Babyfierce พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คู่หูสุดฮอต “หลิงหลิง-ออม” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนทั้งในแง่ความชื่นชอบและยอดขาย

 

เทรนด์บิวตี้เปลี่ยนทิศ จากการรักษาชั่วคราว สู่การซ่อมปราการผิว (Skin Barrier)

อินไซต์สำคัญของสกินแคร์ยุคนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z คือปัญหา “สิววนลูป” ที่เกิดจากการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หลากหลายจนผิวบอบบางและเสียสมดุล เทรนด์ความงามยุคใหม่จึงไม่ได้มองหาแค่การล้างทำความสะอาดพื้นผิว แต่เน้นไปที่การฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงในระยะยาว

สมูทอีนำอินไซต์นี้มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมเอกสิทธิ์ “Acne Proactive Skin Barrier” ที่ใช้เวลาค้นคว้ากว่า 2-3 ปี โดยผสานการทำงานของ Ceramide และ Postbiotics เพื่อเข้าไปตัดวงจรสิวซ้ำซาก ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านข้อความการสื่อสารแบรนด์จากเดิม “เบบี้ เฟซ” (Baby Face) สู่ “เบบี้ เฟียส” (Baby Fierce) ที่สื่อถึงผิวหน้าแข็งแรง ลุยมลภาวะและไลฟ์สไตล์หนักๆ ได้อย่างมั่นใจ ผ่านไลน์สินค้าครบวงจรแบบ “ลบ-ล้าง-บำรุง” ได้แก่ Cleansing Water, Detox Foam และ PHA-AHA Serum

กลยุทธ์ Content Marketing & Fandom Marketing ท้าทายกฎเกณฑ์แพลตฟอร์ม

ความน่าสนใจในเชิงการตลาดของสมูทอี คือเอกลักษณ์ด้านงานโฆษณาที่กล้าฉีกกฎเดิมๆ มาโดยตลอด สำหรับแคมเปญนี้ แบรนด์ได้สร้างความฮือฮาด้วยการทำซีรีส์ TVC แนวใหม่ “หลิงเซียนใส” หนังจีนแนวตั้งขายขำ 3 ตอนจบ

  • ท้าทายธรรมชาติ Short-form Video: แม้ปัจจุบันสถิติความยาววิดีโอสั้นที่นิยมจะอยู่ที่ 15-30 วินาที แต่สมูทอีเลือกทำซีรีส์ความยาวรวมกว่า 3 นาที ซึ่งยังคงความสนุกจนดึงดูดความสนใจผู้ชม และทำยอดวิวนานาชาติผ่านออร์แกนิกพุ่งเกิน 3 ล้านวิว
  • Fandom Marketing แบบเจาะลึก: การต่อสัญญาพรีเซ็นเตอร์ “หลิงหลิง ศิริลักษณ์ – ออม กรณ์นภัส” ไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้ดาราเป็นหน้าตาของแบรนด์ แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มแฟนคลับผ่านอีเวนต์ SMOOTH E THE FIERCESKIN GENERATION ณ ศูนย์การค้าดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค พร้อมจัดสิทธิ์ Top Spender และกิจกรรม Live สดผ่าน TikTok เพื่อเปลี่ยนกระแสแฟนคลับให้กลายเป็นยอดขายที่จับต้องได้

Omnichannel Strategy กระจายช่องทางด้วยกลยุทธ์ครีมซอง และสร้าง Affiliate Ecosystem

เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ให้ครอบคลุมที่สุด สมูทอีเดินเกมผสมผสานช่องทางขายอย่างแยบยล:

  • Sachet Strategy (กลยุทธ์ครีมซอง): ปรับเปลี่ยนจากการวางจำหน่ายเฉพาะในร้านขายยาหรือร้าน Personal Care ไปสู่รูปแบบครีมซองในร้านสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ เพื่อลดข้อจำกัดในการเข้าถึง ทำให้ Gen Z ที่เพิ่งเริ่มดูแลผิวตัดสินใจซื้อทดลองได้ง่าย
  • TikTok Affiliate Marketing: แบรนด์ไม่ได้มองเหล่า Creator บน TikTok เป็นเพียงสื่อชั่วคราว แต่เลือกพัฒนาความสัมพันธ์ให้กลายเป็น Business Partner ระยะยาว สร้างระบบนิเวศการขายผ่าน Live และคอนเทนต์รีวิวแบบเต็มสูบเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายยอดขายให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

กางมุมมองทางธุรกิจ (Business Analysis)

การเคลื่อนไหวของ สมูทอี ในครั้งนี้ สะท้อนบทเรียนและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่น่าสนใจ 3 ประการ:

  1. การทำ Brand Rejuvenation โดยไม่ทิ้ง Identity

โจทย์ที่ยากที่สุดของแบรนด์ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี คือทำอย่างไรให้ดูทันสมัยโดยไม่เสียความน่าเชื่อถือเดิม สมูทอีแก้ไขโจทย์นี้ได้ดีด้วยการคงความแข็งแกร่งด้าน “Medical Skincare / Safe Zone” และมาตรฐานการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง (Dermatologically Tested) เอาไว้ แต่ใช้วิธีเปลี่ยนภาษาในการสื่อสาร (Tone of Voice) ให้มีความสนุก ทันสมัย และเข้าถึงง่ายผ่านตัวแทนภาพลักษณ์อย่าง “หลิง-ออม” และคอนเทนต์แนวตั้ง

  1. การบริหาร Customer Lifetime Value (CLV)

การเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์กลุ่มที่มี Fandom สูง ควบคู่ไปกับการเปิดตัวไลน์สินค้าสิวสำหรับวัยรุ่น ถือเป็นการวางรากฐานเพื่อดึงผู้บริโภคเข้าสู่วงจรแบรนด์ตั้งแต่วัยเริ่มใช้งาน (Gen Z) หากแบรนด์สามารถแก้ปัญหาผิวในวัยนี้ได้สำเร็จ จะเป็นการสร้าง Brand Loyalty ในระยะยาว ซึ่งส่งผลดีต่อสัดส่วนรายได้สะสมในอนาคต

  1. การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง Revenue Model

เป้าหมายยอดขาย 4,000 ล้านบาท ของกลุ่มสยามเฮลท์ กรุ๊ป แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ไม่ได้พึ่งพาช่องทางแบบ Traditional Trade อีกต่อไป การขยายฐานเข้าสู่ครีมซองใน Modern Trade ควบคู่กับการผลักดัน TikTok Affiliate Marketing อย่างจริงจัง ช่วยเพิ่มอัตราการหมุนเวียนของสินค้าและกระจายความเสี่ยงด้านช่องทางการขายได้อย่างเป็นรูปธรรม

บทสรุปของแคมเปญนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่คือกรณีศึกษาของการปรับตัวของแบรนด์ระดับเก๋า ที่กล้าออกจากกรอบเดิมเพื่อครองใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


  •  
  •  
  •  
  •  
  •