103.58.148.118

PR News

Ξ Leave a comment

เสื้อยืดการกุศลกับกระแส #การให้คือโรคติดต่อ โครงการเพื่อสังคม ToMorroW Charity

posted by  825 views

[ข่าวประชาสัมพันธ์]

ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา เราได้เห็นกระแส #การให้คือโรคติดต่อ จากภาพผู้คนบนโลกโซเชียลที่ใส่เสื้อยืดสกรีนชื่อของตัวเอง ตลอดจนเหล่าบรรดาดารา นักแสดงและศิลปิน คนดังต่างๆ อีกมากมายที่พร้อมใจกันโพสต์ภาพตัวเองขณะใส่เสื้อยืด #MeForToMorroW สนั่นหวั่นไหวบนโซเชียล ความพิเศษของเสื้อยืดนี้คืออะไร ทำไมถึงได้รับการตอบรับมากมายขนาดนี้ เรามาทำความรู้จักผู้ก่อตั้งและทีมงานเบื้องหลังกันอย่างเจาะลึก!

ToMorroW Charity เกิดขึ้นจากคำถามที่มาพร้อมคำตอบ

โครงการ ToMorroW Charity เป็นโครงการระยะยาว มีเป้าหมายเพื่อมอบโอกาสด้านการศึกษาแก่น้องๆ ผู้ยากไร้ ก่อตั้งขึ้นโดยความตั้งใจของ คุณอรรถพล ตั้งคารวคุณ (รองกรรมการผู้จัดการสีเดลต้า จำกัด) บนความสงสัยที่ว่า ‘ทำไมประเทศสิงคโปร์ถึงมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดและประชากรเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพได้มากขนาดนี้’ คำตอบก็คือ “การศึกษา” เพราะประเทศสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการศึกษามาเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้คนของเขามีศักยภาพในการดำรงชีวิต ประกอบอาชีพ จนสามารถพัฒนาศักยภาพของประเทศได้อย่างมั่นคง เมื่อย้อนกลับมาด้านการศึกษาในบ้านเรา ที่แม้จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น ทุนเรียนฟรี แต่เพราะต้นทุนทางชีวิตหลายๆ อย่างที่ไม่อำนวย ส่งผลให้เด็กๆ หลายคนไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์ดังกล่าวได้ คุณอรรถพลจึงตั้งใจอย่างมากที่จะช่วยให้เด็กไทยได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม

me-for-tomorrow-1

คำถามต่อมา คือ จะทำได้อย่างไร? “เราเชื่อว่าการทำบุญต้องมาจากความสบายใจ ความสะดวกใจ และไม่ควรรู้สึกผูกมัด เราจึงเลือกที่จะทำแคมเปญการกุศลส่งน้องเรียนจากการขายเสื้อยืด เพราะเป็นสิ่งที่เข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศ ทุกวัยได้ค่อนข้างง่ายและทั่วถึง ในราคาเริ่มต้นเพียง 390 บาท โดยกำหนดไว้ว่าเสื้อ 12 ตัว จะเท่ากับทุนการศึกษาของน้องๆ 1 ปี เป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ เสื้อ 1 ตัว ส่งน้องเรียน 1 เดือน”

ToMorroW Charity และความโปร่งใส

เมื่อถูกถามในคำถามที่โครงการระดมทุนต้องเจอเสมอ ทีมงานตอบอย่างมั่นใจว่า “เราทำงานร่วมกับมูลนิธิ EDF (มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา) ซึ่งทำเรื่องโครงการทุนการศึกษาเพื่อเด็กนักเรียนยากจน และเด็กด้อยโอกาสในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 โดยเราวางแผนการส่งมอบเงินและเบิกจ่ายเงินกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิอย่างรัดกุม มีการเซ็นต์ชื่อร่วมกัน ทำให้แน่ใจได้ว่าเงินจากการขายเสื้อยืดของเรานั้น ถูกส่งถึงมือน้องๆ เต็มจำนวนและได้นำไปใช้เพื่อการศึกษาจริง นอกจากนี้เรายังส่งอีเมล์ถึงพี่ๆ ใจดีที่ซื้อเสื้อยืดร่วมส่งน้องเรียนกับเรา ให้ทราบถึงข้อมูลและความเคลื่อนไหวของน้องๆ หลังได้รับทุนแล้วอีกด้วย”

เสื้อยืดการกุศลที่ดาราใส่มากที่สุดในเมืองไทย สร้างกระแส #การให้คือโรคติดต่อ

หลังดำเนินโครงการไปราว 8 เดือน ทางทีมงานสามารถส่งน้องๆ ให้เรียนหนังสือไปได้กว่า 100 คน จนกระทั่งเดือนเมษายน 2558 ก็ได้ทราบข้อมูลจากมูลนิธิ EDF ว่ามีน้องๆ อีก 500 คนเป็นอย่างน้อย ที่ยังรอคอยทุนเพื่อเรียนต่อในระดับชั้นมัธยม ซึ่งนั่นหมายถึงอนาคตทางการศึกษาของเขาอาจจบลงเพียงชั้นประถมศึกษา ทีมงานตัดสินใจทันทีว่าจะต้องหาทุนเพื่อการศึกษาให้น้องๆ ให้ได้ เพราะนี่คืออนาคตของชาติและการศึกษาเปรียบเสมือนการสะสมต้นทุนทางชีวิตของทุกคน จึงเกิดความท้าทายใหม่ ที่ต้องขายเสื้อยืดให้ได้ 6,000 ตัว ภายในระยะเวลา 2 เดือน หรือเพียง 60 วัน ก่อนเปิดปีการศึกษา

me-for-tomorrow-4

ด้วยความเชื่อมั่นในน้ำใจของคนไทย และมั่นใจว่าหากจุดประสงค์นี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ความตั้งใจที่วางไว้ต้องเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน ทีมงานเปิดใจว่า “โจทย์ของเราคือ ทำอย่างไรให้คนไทยได้รู้มากที่สุด และเนื่องจากเราเป็นองค์กรเพื่อสังคม ไม่ได้มีเงินทุนมากมาย เราจึงคิดไอเดีย #การให้คือโรคติดต่อ ขึ้นมา โดยที่ “คนแพร่เชื้อ” กลุ่มแรก คือ กลุ่มดารา ศิลปิน คนดัง ที่เป็นผู้นำทางความคิด (Key opinion leader) และมีฐานแฟนคลับมากอยู่แล้ว จนนำมาสู่การทำเสื้อยืด Collection พิเศษ MeForToMorroW แบบ Customized ให้ผู้ซื้อเลือกพิมพ์ชื่อได้ตามใจ ก่อให้เกิดคุณค่าทางด้านอารมณ์ หรือ Emotional Benefit คือเมื่อได้สวมเสื้อก็จะรู้สึกดีว่า “ฉันเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ส่งน้องเรียนนะ” และแม้จะใช้ขั้นตอนในการผลิตที่มากและยากขึ้น แต่เรายินดีที่จะเหนื่อยมากขึ้นเป็น 3-4 เท่า เพราะเรากำลังทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน คือการส่งน้องเรียน 500 คนในเวลา 60 วัน”

ดารา คนดัง คือ พลังสำคัญในการจุดกระแส

บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด เป็นบริษัทที่อยู่ใกล้ชิดกับออฟฟิศของทีมงานมาแต่ไหนแต่ไร คุณอรรถพล จึงตัดสินใจเข้าไปนำเสนอไอเดียนี้กับ ‘คุณหน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์’ (กรรมการผู้จัดการ บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด) ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดพลาดและได้ผลดีอย่างเกินคาดจริงๆ เพราะนอกจาก คุณหน่อง จะสนับสนุนโครงการนี้แล้ว ยังช่วยประชาสัมพันธ์ให้เหล่าดารา ศิลปิน ได้ร่วมแคมเปญ MeForToMorroW อีกด้วย

me-for-tomorrow-2

โดยดาราคนแรกที่ช่วยโปรโมทคือ คุณเอมี่-กลิ่นประทุม ต่อมาเราก็ได้แรงสนับสนุนจาก ‘คุณจิน่า โอสถศิลป์’ (ผู้บริหารแห่งบริษัท หับ โห้ หิ้น บางกอก จำกัด และ GDH) ที่ช่วยเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ส่งแคมเปญให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่นานนักทัพดารานัดแสดงและเซเลบริตี้ ก็พร้อมใจกันมาเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเราจำนวนมาก อาทิเช่น คุณคริส หอวัง, คุณปุ๊ อัญชลี, คุณต้น วงศกร, คุณบี้ KPN, คุณเคลลี่ ธนะพัฒน์, คุณเคน ภูภูมิ, คุณน้ำตาล พิจักขณา ,คุณเบลล่า ราณี, คุณซี ศิวัฒน์, คุณจันจิ (วงไกอา), คุณซาร่า เล็กจ์, คุณนุ้ย สุจิรา,คุณเชียร์ ฑิฆัมพร, คุณณัฐ ศักดาทร, คุณเต้ย พงศกร, คุณปั่นจั่น, คุณรอน AF, น้องมายด์ วิรพร, แก๊งน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์, นักแสดงจากเรื่องตุ๊ดซี่ไดอารี่ และอีกมากมาย จนทำให้เสื้อยืด MeForToMorroW เป็นเสื้อการกุศลที่มีดารา ศิลปิน สวมใส่เพื่อร่วมกิจกรรมมากที่สุด เกิดเป็นกระแสแฮชแท็ก #การให้คือโรคติดต่อ

me-for-tomorrow-f

ผลแห่งพลังน้ำใจ หลั่งไหลถล่มทลายเกินคาด

พลังน้ำใจของพี่ๆ คนไทยบวกกับพลังของสื่อโซเชียล ทำให้ยอดการสั่งเสื้อเพิ่มขึ้น จากหลักสิบกลายเป็นยอดสั่งจองมากที่สุดถึง 500 ตัวภายในวันเดียว!! จากเดิมที่ใช้เครื่องจักรในการผลิตเพียงเครื่องเดียว ทีมงานต้องรีบจัดหาเครื่องจักรเพิ่มอีก 2 เครื่อง ตลอดจนการหาอาสาสมัคร จิตอาสาในการผลิตเพิ่มด้วย ทำให้ระยะเวลาภายใน 60 วัน ได้ทุนส่งน้องทะลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้จาก 500 คน เป็น 650 คน และหลังจากปิดแคมเปญ ก็ยังมีผู้คนเข้ามาติดต่อ สอบถาม ต้องการช่วยซื้อเสื้ออย่างไม่ขาดสาย

me-for-tomorrow-5

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่ครอบครัว ToMorroW ขนาดใหญ่ เพราะในวันนี้เรามีพี่ๆ ใจดีใน Facebook Fanpage กว่า 20,000 คน และพี่ๆ ทาง Line@ อีกกว่า 10,000 คน น้ำใจที่เราได้รับ ทำให้ทีมงานจัด ‘กิจกรรมคืนความสุขให้พี่ๆ ใจดี’ ขึ้นเป็นมาพิเศษ โดยให้พี่ๆ ส่งภาพขณะที่ใส่เสื้อยืดของทางโครงการ เพื่อ random มอบรางวัลเป็นเสื้อยืด Limited edition (กลิตเตอร์สีทอง) เป็นการขอบคุณและตอบแทนพลังน้ำใจจากพี่ๆ ใจดี ที่ส่งให้แคมเปญจบลงอย่างสวยงาม

พรุ่งนี้ของน้องๆ ต้องดีกว่าเดิม

ปัจจุบันโครงการ ToMorroW Charity ได้ร่วมมอบทุนการศึกษาส่งน้องเรียนไปแล้วกว่า 1,000 ทุน และแม้แคมเปญ Me For ToMorroW จะจบลงไปแล้ว แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะช่วยผลักดันให้น้องๆ ได้เติบโตไปเป็นทรัพยากรของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการจึงยังมุ่งมั่นในหลักการ และส่งเสริมกิจกรรมเพื่อช่วยส่งน้องเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ช่องทางการสื่อสารโซเชียลมีเดีย (Facebook Page, Website และ LINE ID: ToMorrowCharity) เป็นหลัก โดยจะมีแคมเปญใหม่ๆ มาให้พี่ๆ ใจดีได้ติดตามและร่วมกิจกรรมอยู่เรื่อยๆ เท่าที่การศึกษาไม่มีวันหมดอายุ โครงการ ToMorroW Charity จะขอทำหน้าที่จิตอาสาตรงนี้ต่อไป

me-for-tomorrow-3

[ข่าวประชาสัมพันธ์]

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


2 + three =

Recent Posts

Facebook

PR News