Google เปิด Insight 6 ประเทศอาเซียนใช้ AI ทำอะไรกันบ้าง? ไทยเน้น Lifestyle เวียดนามใช้เรียน สิงคโปร์ใช้ทำงาน

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ถ้าถามว่าคนไทยใช้ Gemini ทำอะไรกันบ้าง คำตอบอยู่ในรายงานพฤติกรรมการใช้ Gemini ใน 6 ประเทศอาเซียนที่ Google เพิ่งเปิดเผยออกมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสนใจก็คือ ประเทศไทยโดดเด่นในการใช้ Gemini คุยเรื่องทั่วไปและหาไอเดียเกี่ยวกับ Lifestyle ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่หาไอเดียแต่งบ้าน คิดเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงค้นหาสถานที่ใกล้ตัว

คำถามก็คือ แล้วประเทศอื่นๆ ในอาเซียนให้ Gemini ช่วยทำอะไรกันบ้าง? Google ก็เลยหาคำตอบด้วยการนำ Data การใช้งาน Gemini บนเว็บไซต์และแอปมือถือช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม 2026 มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ก่อนสรุปออกมาเป็น The Gemini Report: Southeast Asia 2026

รายละเอียดมีอะไรบ้าง Marketing Oops! สรุป Insight ทั้งหมดมาให้อ่านกันในบทความนี้

คนอาเซียนใช้ Gemini ผ่านมือถือ คุยด้วยภาษาถิ่น

ภาพ: Google, The Gemini Report: Southeast Asia 2026`

ก่อนจะไปดูพฤติกรรมของแต่ละประเทศ เรามาดูภาพรวมของภูมิภาคกันก่อน โดย Google ระบุว่า จำนวนผู้ใช้งาน Gemini ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวภายในหนึ่งปี และเกือบ 40% ของฐานผู้ใช้มีอายุต่ำกว่า 25 ปี

เกือบ 3 ใน 4 ของ Prompt ทั้งหมดส่งมาจากมือถือ ขณะที่เกือบ 70% ของ Prompt ใช้ภาษาท้องถิ่น โดยเวียดนามมีสัดส่วนสูงถึง 89% ตามมาด้วยไทย 87% และอินโดนีเซีย 84%

คนในภูมิภาคยังไม่ได้คุยกับ AI ด้วยการพิมพ์ข้อความเพียงอย่างเดียว เพราะมากกว่า 40% ของ Prompt มีการใช้เสียง ภาพ หรือวิดีโอ และมากกว่า 10% ใช้เสียงเพียงอย่างเดียว

พูดง่ายๆ คือ เส้นทางการใช้ AI ของคนอาเซียนเริ่มจากโทรศัพท์มือถือ ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และวิธีสื่อสารที่สะดวกในแต่ละสถานการณ์ เมื่อบริบทของแต่ละประเทศต่างกัน บทบาทของ Gemini จึงออกมาไม่เหมือนกัน

ประเทศไทย: ใช้ Gemini เป็นเพื่อนคู่คิดเรื่อง Lifestyle

ประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้งานในหมวด Casual Engagement และ Lifestyle Inspiration อยู่ที่ 1 ใน 3 สูงที่สุดในภูมิภาค prompt ในหมวดนี้มีตั้งแต่หาไอเดียแต่งบ้าน คิดสูตรอาหารกลางวันเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงค้นหาสถานที่ใกล้ตัว

นอกจากนี้ 26% ของการใช้งาน Gemini จากไทยเป็นการให้ Gemini ช่วยสร้างสิ่งใหม่ เช่น ภาพและคอนเทนต์ ส่วนผู้หญิงไทยใช้ Gemini กับโปรเจกต์สร้างสรรค์บ่อยกว่าผู้ชาย 50%

อีกตัวเลขที่น่าสนใจก็คือ ผู้ใช้อายุ 55 ปีขึ้นไปมีสัดส่วน 10% ของฐานผู้ใช้ Gemini ในไทย และคนกลุ่มนี้ใช้เสียงหรือภาพเป็นช่องทางหลัก ตัวอย่างเช่น ถ่ายภาพฉลากหรือบรรจุภัณฑ์แล้วถามข้อมูลด้วยเสียง

ภาพของคนไทยจากรายงานนี้จึงใกล้กับการมี Gemini เป็น Lifestyle Companion ที่ช่วยคิด ช่วยหาไอเดีย และช่วยตอบคำถามเรื่องรอบตัว โดยมีภาษาไทย เสียง และภาพเป็นตัวช่วยให้คนหลายวัยเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น

เวียดนามใช้ Gemini เป็นผู้ช่วยเรียนหาความรู้

ภาพ: Google, The Gemini Report: Southeast Asia 2026`

ถ้าคนไทยเด่นเรื่อง Lifestyle ผู้ใช้ในเวียดนามก็โดดเด่นเรื่องการศึกษา เพราะเวียดนามมีสัดส่วน Prompt ด้านวิชาการสูงที่สุดใน 6 ประเทศ โดยในแต่ละเดือนมีผู้ใช้มากกว่า 160,000 คนใช้ Gemini Canvas เพื่อเตรียมสอบ และในหนึ่งวันโดยทั่วไปมี Prompt ที่เกี่ยวข้องกับการสอนมากกว่า 55,000 ครั้ง เช่น การทำสไลด์และรายงาน

ผู้ใช้เวียดนามยังใช้ความสามารถด้านคณิตศาสตร์บ่อยที่สุดในภูมิภาค ใช้ Coding บ่อยเป็นอันดับ 2 และใช้ Translation มากที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดอื่น

Google จึงอธิบายบทบาทของ Gemini ในเวียดนามว่าเป็นทั้ง Academic Springboard หรือเครื่องมือช่วยต่อยอดการเรียน และ Bridge to the World ที่ช่วยเชื่อมผู้ใช้เข้ากับความรู้และการสื่อสารจากโลกภายนอก

อินโดนีเซีย สายครีเอทีฟ สร้างภาพผ่านมือถือวันละ 9 ล้านภาพ

ภาพ: Google, The Gemini Report: Southeast Asia 2026`

อินโดนีเซียสะท้อนภาพของคนใช้ AI แบบ Mobile Creator ได้ชัดที่สุดประเทศหนึ่ง เพราะ 32% ของ User Journey เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ และผู้ใช้สร้างภาพด้วย Nano Banana ราว 9 ล้านภาพต่อวัน สูงที่สุดในภูมิภาค

พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นบนมือถือเป็นหลัก โดย 82% ของ Prompt มาจากมือถือ และครึ่งนึงของ Prompt ทั้งหดมีการใช้ Input รูปแบบอื่นร่วมกับข้อความ เช่น ภาพหรือเสียงด้วย

นั่นหมายความว่า Gemini จึงมีบทบาทเป็น Creative, On-the-go Assistant สำหรับผู้ใช้ในอินโดนีเซีย ช่วยคิดและสร้างคอนเทนต์ด้วยภาพได้จากโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือกำลังเดินทาง

สิงคโปร์วันธรรมดาช่วยทำงาน วันหยุดช่วยจัดการชีวิต

Google ระบุว่า สิงคโปร์มีอัตราการใช้ Gemini ต่อจำนวนประชากรสูงที่สุดในโลก และมี Engagement รายวันสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วน พฤติกรรมด้านอุปกรณ์ก็ต่างจากประเทศอื่นในรายงาน เพราะ 58% ของ Prompt มาจากคอมพิวเตอร์ เทียบกับ 40% ที่มาจากมือถือ

ในวันทำงาน ผู้ใช้สิงคโปร์มักให้ Gemini ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและ Debug Code แต่เมื่อเข้าสู่วันหยุด บทสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องสุขภาพ การเงินส่วนบุคคล อาหาร และการเดินทาง

พูดง่ายๆ คือ Gemini ในสิงคโปร์เป็น Workday Companion ที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ระหว่างวันทำงาน แล้วเปลี่ยนไปช่วยตอบโจทย์ชีวิตส่วนตัวในวันหยุด

ฟิลิปปินส์ ใช้ Gemini ช่วยงานบริการลูกค้าและการหางาน

ฟิลิปปินส์มีการใช้ Prompt ด้าน Customer Support เกือบ 3 เท่าของค่าเฉลี่ยในภูมิภาค ส่วน Prompt ที่เกี่ยวข้องกับการหางานและ Staffing ก็ได้รับความนิยมมากกว่าตลาดอื่น

อีกความแตกต่างหนึ่งคือ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศเดียวใน 6 ตลาดที่ผู้ใช้หญิงใช้งาน Gemeni มากกว่าผู้ใช้ชาย โดยหมวดวิชาการและงานเขียนได้รับความนิยมในกลุ่มผู้หญิง

Google จึงนิยามบทบาทของ Gemini ในตลาดนี้ว่าเป็น Customer-centric Teammate หรือเพื่อนร่วมทีมที่เข้ามาช่วยด้านการสื่อสาร งานบริการลูกค้า และตลาดแรงงาน

มาเลเซีย ชอบสร้างภาพ และเลือกภาษาให้เหมาะกับงาน

ผู้ใช้ Gemini ในมาเลเซีย 1 ใน 5 คนขอให้ AI สร้างภาพ นับเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ Prompt ภาษามลายูเพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อน

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ผู้ใช้เลือกภาษาตามประเภทงาน ภาษามลายูถูกใช้มากในงานสร้างสรรค์และการเรียน ส่วนภาษาอังกฤษถูกใช้มากกว่าในงาน Professional และ Coding

พฤติกรรมนี้ทำให้เห็นว่า คนหนึ่งคนสามารถสลับภาษาและวิธีสื่อสารกับ AI ไปตามสิ่งที่กำลังทำ Gemini ในมาเลเซียจึงมีบทบาทเป็น Multilingual, Visual Assistant ที่ช่วยได้ทั้งงานภาพ งานเรียน และงาน Professional

Insight เหล่านี้บอกอะไรนักการตลาด?

เมื่อมองทั้ง 6 ประเทศพร้อมกัน สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดคือ การสื่อสารเรื่อง AI แบบเดียวกันทุกตลาดอาจไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั้งหมด

ประเทศไทยอาจเชื่อมกับผู้ใช้ผ่านเรื่อง Lifestyle และภาษาไทย เวียดนามมีโอกาสในบริบทการศึกษา อินโดนีเซียเด่นเรื่องงานสร้างสรรค์บนมือถือ ฟิลิปปินส์เชื่อมโยงกับงานบริการลูกค้า ส่วนมาเลเซียแสดงให้เห็นการสลับภาษาให้เหมาะกับประเภทงาน

6 ประเทศ 6 พฤติกรรม ไม่มีตลาดไหนใช้ AI เหมือนกัน

รายงานของ Google ทำให้เห็นว่า AI เข้าไปอยู่ในชีวิตผู้คนผ่านจุดเริ่มต้นที่ต่างกัน บางประเทศเริ่มจากการเรียน บางประเทศเริ่มจากงานสร้างสรรค์ ขณะที่ไทยเริ่มจากภาษาไทย เรื่องใกล้ตัว และบทสนทนาที่ช่วยคิดหรือตัดสินใจในชีวิตประจำวัน

สำหรับแบรนด์และนักการตลาด โอกาสจึงอยู่ที่การเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้ แล้วเลือกสร้าง AI Experience ที่เข้ากับภาษา อุปกรณ์ และงานที่ผู้ใช้ต้องทำจริง เพราะคุณค่าของ AI อยู่ที่การช่วยแก้โจทย์ตรงหน้าได้พอดีกับบริบทของแต่ละคนนั่นเอง

ที่มา: The Gemini Report: Southeast Asia 2026


  •  
  •  
  •  
  •  
  •