มีข่าวจาก Facebook มาแว่วๆ ตั้งแต่เดือนที่แล้วว่าพวกเขาจะเริ่มแบน like-gating หรือ การกระทำที่ให้รางวัลแก่ผู้ใช้ฟรีแลกกับ like บนเพจ (หรือบนโพสต์) เริ่มมีผลวันที่ 5 พฤศจิกายน
แน่นอนว่าข่าวนี้น่าจะทำให้องค์กรธุรกิจหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน แต่แท้จริงพวกเขาก็มีเหตุผลที่ดีอยู่นะในการแบนการกระทำลักษณะนี้ ลองเช็คดูว่าพวกคุณเห็นด้วยกับการวิเคราะห์ทั้ง 4 ข้อนี้หรือเปล่า?
1. Likes อาจไม่ได้มีค่ามากอย่างที่คุณคิด
จินตนาการว่าคุณได้ Likes 10 อันจากกลุ่มคนเป้าหมายของคุณกับได้ likes 100 อันจากเด็กประถม คิดว่าอันไหนมีคุณภาพมากกว่ากัน? ดังนั้น หากคุณได้ Likes จากกลุ่ม opinion leader (ผู้นำทางความคิด) ที่ดีแล้วล่ะก็ Likes อื่นๆ ก็จะตามมาเองในไม่ช้า มองให้ลึกกว่านั้น ในยุคที่ organic reach ของคุณหล่นไปเหลือเพียงราว 3% จากผู้ติดตามทั้งหมด ดังนั้น การขยายฐานแฟนเพจที่ไม่มีคุณภาพก็ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ของคุณโผล่ไปเจอลูกค้าที่ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
2. มันมีทางที่ดีกว่าการจัดกิจกรรมเยอะแยะ
ข่าวดีคือคุณก็ยังเล่นกิจกรรมได้เหมือนเดิมเพียงแต่เลิกขอให้เขา Like คุณ ยังไงเหรอ? ง่ายๆ ลองเปลี่ยนเป็นให้พวกเขาทิ้งอีเมล์ไว้ในคอมเมนต์แทนไหมล่ะ? หรือบอกนิสัยการซื้อแชมพู? จาก like-gating เราน่าจะเปลี่ยนการตลาดของเราเป็น action-gating แทนดีกว่า นอกจากนี้อาจจะเปลี่ยนเงื่อนไขเป็นให้พวกเขาต้องเข้าเพจอย่างเป็นทางการของคุณเพื่อจับพฤติกรรมว่าอะไรที่เขาสนใจในตัวคุณ
3. การเป็นเจ้าของ VS การขอยืมพื้นที่
การยกเลิก like-gating ทำให้มาร์เกตเตอร์หยุดไล่ล่า like และหันกลับมามองว่าแบรนด์มีคุณสมบัติอะไรอยู่กับตัวกันแน่ ต่อจากนี้คุณจะสามารถใช้ Facebook ในการนำผู้ใช้ไปสู่เว็บไซต์ สมัครรับข่าวสาร หรือไปยัง media platform (สื่อในช่องทางอื่นๆ ของคุณ)ที่สำคัญที่สุด อย่าลืมว่าเพจ Facebook ของคุณนี่ไม่ใช่ของคุณนะ คุณแค่ “เช่า” (แน่นอน เช่าจากพี่มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก) ผู้ซึ่งเก็บข้อมูลของเราแทนค่าตอบแทนแล้วนำไปขายให้แก่บริษัทที่ต้องการอื่นๆ ลองคิดกลับไปว่าหากคุณเช่าอพาร์ตเมนต์ คุณจะเสียเงินหลายล้านเพื่อปรับปรุงมันหรือ? ไม่หรอก ลงทุนกับเว็บไซต์หรืออีเมล์ที่เป็นของคุณแน่นอนดีกว่า
4. like-gating ตายแล้ว ไชโยให้กับ live action–gating
การสิ้นสุดระบบ like-gating เป็นสิ่งดีเพราะทำให้มาร์เกตเตอร์หันมามองจริงๆ ว่าโซเชียลมีเดียมีคุณค่าอะไรกันแน่ Likes เป็นเพียงมาตรวัดหนึ่งเดียวจากอีกหลายสิบปัจจัยที่คุณใช้วัดความสำเร็จได้ ลองหันกลับไปทบทวนว่าสิ่งที่คุณอยากได้จากผู้บริโภคจริงๆ คืออะไร ยอดไลค์หรือยอดขายกันแน่?