
ปี 2025 กลายเป็นปีทองของ Apple Services ที่นอกจากจะสร้างรายได้มหาศาลแล้ว ยังตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Ecosystem ที่ผสานรวมนวัตกรรม AI และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ล่าสุด Eddy Cue รองประธานอาวุโสฝ่ายบริการของ Apple ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ โดยชี้ให้เห็นว่าบริการต่างๆ ตั้งแต่ App Store, Apple Pay ไปจนถึงบริการด้านความบันเทิงอย่าง Apple TV และ Apple Music มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด และนี่คือไฮไลท์ที่สาวก Apple ไม่ควรพลาด
App Store ยังเติบโตไม่หยุด

หัวใจสำคัญของ Apple Services ยังคงเป็น App Store ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- User Base: มีผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อสัปดาห์สูงถึง 850 ล้านคน ใน 175 ประเทศ
- รายได้: นับตั้งแต่ปี 2008 นักพัฒนาสร้างรายได้รวมกันกว่า 5.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 19 ล้านล้านบาท
- ระบบนิเวศ: ในปี 2024 เพียงปีเดียว ระบบนิเวศของ App Store ช่วยสร้างรายได้สูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกว่า 90% เป็นรายได้ที่เข้ากระเป๋านักพัฒนาโดยตรงโดยไม่เสียค่าคอมมิชชั่นให้ Apple
Fintech มาแรง Apple Pay โต
บริการทางการเงินของ Apple กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกก็เติบโตขึ้นเช่นกันโดยมีสถิติสำคัญหลายอย่างเช่นกันไม่ว่าจะเป็น
- ลดการฉ้อโกง Apple Pay ช่วยป้องกันการฉ้อโกงมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์
- หนุน SME และธุรกิจ สามารถสร้างยอดขายเพิ่มให้กับผู้ประกอบการทั่วโลกกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์
- เทรนด์การจ่ายเงินเปลี่ยน: ยอดการใช้จ่ายผ่าน Apple Pay ในช่วงเทศกาลปลายปีเติบโตแซงหน้าการใช้จ่ายโดยรวมของตลาด สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมมาสู่ Digital Wallet อย่างเต็มรูปแบบ
ไฮไลท์สำหรับไทย Apple Maps โฉมใหม่!

หนึ่งในข่าวที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานชาวไทยในปี 2025 ก็คือการอัปเกรด Apple Maps สำหรับใครที่ยังไม่ได้ลองก็สามารถไปลองกันได้ โดยไฮไลท์ของ Google Maps ก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น
- แผนที่ใหม่หมด โดย Apple Maps ได้เปิดตัวข้อมูลแผนที่ชุดใหม่สำหรับ “ประเทศไทย” และเม็กซิโก
- การนำทางที่แม่นยำยิ่งขึ้น รายละเอียดถนนที่ครบถ้วน รวมถึงเส้นทางสำหรับการปั่นจักรยาน
- Personalization ฟีเจอร์ใหม่อย่าง “เส้นทางที่ต้องการ” และ “สถานที่ที่เคยไป” ที่ใช้ระบบ AI (On-device Intelligence) เข้ามาช่วยจดจำพฤติกรรมการเดินทางของเราได้
ด้าน Entertainment คอนเทนต์คุณภาพมากขึ้น
ในฝั่งความบันเทิง Apple ยังคงเน้นคุณภาพเนื้อหาจนคว้ารางวัลระดับโลกมากมาย ทั้งภาพยนตร์ ดนตรี และเกมไม่ว่าจะเป็น

Apple Arcade ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำบริการเกมแบบสมัครสมาชิกที่ “ไร้โฆษณาและไม่มีการซื้อภายในแอป” ปีนี้เพิ่มเกมใหม่กว่า 50 เกม รวมถึงเกมฮิตจาก PC อย่าง PowerWash Simulator และ Cult of the Lamb รวมถึงเกมจากแฟรนไชส์ดัง SpongeBob: Patty Pursuit 2 ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์สายจริงจังและครอบครัว
ด้าน Apple TV+ เองก็กวาดรางวัล Emmy Awards เป็นประวัติการณ์จากซีรีส์ฮิตอย่าง The Studio, Severance และ Slow Horses

นอกจากนี้ Apple ยังบุกตลาดกีฬาเต็มตัวด้วย นอกจาก MLS แล้ว Apple ยังประกาศดีลยักษ์ใหญ่ คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสด Formula 1 (F1) ในสหรัฐอเมริกา นาน 5 ปี ต่อยอดความสำเร็จจากภาพยนตร์ F1 The Movie
ด้าน Apple Music เองก็ฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยยอดผู้ใช้งานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมฟีเจอร์ AI อย่าง AutoMix ที่ช่วยมิกซ์เพลงได้เนียนเหมือนมีดีเจส่วนตัว
เชื่อมต่อถึงกันง่ายขึ้นด้วย “Apple Invites”

ปี 2025 Apple ได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่ที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของผู้คนให้มากขึ้นด้วยนั่นก็คือ “Apple Invites” ฟีเจอร์ใหม่สำหรับสร้างและส่งคำเชิญ (Invitation) ที่ออกแบบเองได้สวยงามสำหรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้วันเกิดหรือนัดรวมรุ่น
ข้อดีของฟีเจอร์นี้ก็คือความ “ไร้รอยต่อ” ผู้รับสามารถตอบรับได้จากทุกอุปกรณ์ สามารถผสานการทำงานร่วมกับ iCloud Photos ทำให้ผู้ร่วมงานสามารถแชร์รูปภาพลงในอัลบั้มรวมได้ทันทีหลังจบงาน สร้างประสบการณ์ Social Sharing ที่เป็นส่วนตัวและปลอดภัยได้ด้วย
นวัตกรรม AI และ Privacy
เรื่อง AI และ ความเป็นส่วนตัว Apple ก็มีพัฒนาการเช่นกันโดยในปี 2025 เป็นปีที่ Apple นำ Apple Intelligence และ AI มาใช้ยกระดับบริการอย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ และนำไปผสมอยู่ในหลายๆบริการด้วยเช่น
- Apple Wallet ใช้ AI สรุปและติดตามคำสั่งซื้อจากอีเมลให้อัตโนมัติ
- Apple Podcasts ฟีเจอร์ปรับเสียงสนทนาและสร้างบท (Chapters) อัตโนมัติ
- Fitness+ ใช้ AI สร้างแผนการออกกำลังกายส่วนบุคคล (Custom Plans) และเพิ่มเสียงพากย์ดิจิทัลในหลายภาษา
สำหรับตัวเลขสถิติในปี 2025 สะท้อนให้เห็นว่านอกจาก Apple จะขายนวัตกรรมผ่านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์รูปแบบต่างๆแล้ว Apple ยังมีความโดดเด่นในแง่ของ “บริการ” (Services) อยู่ด้วย ซึ่งส่วนนี้เป็น Ecosystem ที่สร้างรายได้มหาศาลและสามารถผูกมัดผู้ใช้งานไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ ความปลอดภัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลในยุคนี้ได้จริงนั่นเอง
ที่มา: Apple


