
เมื่อ “สุขภาพ” ยังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อค่าใช้จ่ายในการรักษาพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่กับการรักษาฟัน ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคในไทยและทั่วโลกเลือกที่จ่ายใช้ยาสีฟันที่ดีขึ้นเพื่อลดโอกาสที่ต้องไปพบแพทย์จากอาการต่างๆ ในช่องปาก นั่นจึงทำให้ตลาด Premium Oral Care มีการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ “เดนทิสเต้” เจาะกลุ่มตลาดพรีเมียม
เฉพาะตลาดในประเทศที่มีมูลค่าตลาดรวมผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากในปี 2025 กว่า 18,500 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ขณะที่ตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมมีมูลค่า 4,000 ล้านบาท และมีการเติบโต 10% โดยเดนทิสเต้เป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งถึง 30% และเติบโตมากกว่าตลาดที่ 20%
นอกจากนี้ เดนทิสเต้ยังได้ต่อสัญญากับ “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล เป็นปีที่ 4 โดยครั้งนี้น้องลิซ่าจะเป็นมากกว่าแค่พรีเซ็นเตอร์ แต่จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักเพื่อเจาะตลาดอาเซียนที่มีแฟนด้อมหรือ “ลิลลี่” ในหลายประเทศที่เดนทิสเต้มีจำหน่ายกว่า 24 ประเทศทั่วโลก โดยปีนี้จะเน้นหนักที่ตลาดในประเทศ รวมถึงเน้นการบุกตลาดต่างประเทศอย่างตลาดฟิลิปปินส์และตลาดสิงคโปร์ ถือเป็นการใช้ Soft Power ที่ทรงพลังที่สุดในการบุกทะลวงตลาดเพื่อนบ้าน
เปิด 3 กลยุทธ์บุกตลาดอาเซียน
ในอดีต “ยาสีฟัน” ถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นปากหรือฟันผุเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันยาสีฟันกำลังจะกลายเป็นเครื่องมือในการดูแลสุจภาพเชิงป้องกัน (Proactive Wellness) หลังจากที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป หลายคนยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อป้องกันและไม่ต้องเสียเงินมากมายไปกับการดูแลรักษาสุภาพช่องปาก โดยยอดขายจากสินค้าใหม่ที่เติบโตอย่าง Dentiste’ Premium Biome Tooth Serum เซรั่มสำหรับเคลือบฟันเพื่อป้องกันฟันผุ
ถือเป็นกลยุทธ์ Blue Ocean ที่แตกต่างของเดนทิสเต้ ภายใต้การแข่งขันที่เน้นลดราคา ขาวไว หรือส่วนผลมที่เป็นสมุนไพร ถือเป็นการเปิด Category ใหม่อย่าง “Tooth Skincare” โดยใช้นวัตกรรม BioMin® F จากอังกฤษ มาเป็นจุดขายที่ช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟูและปกป้องเคลือบฟัน โดยการเติมแร่ธาตุกลับเข้าไปในผิวฟัน ช่วยลดอาการเสียวฟัน ป้องกันฟันผุ เสริมความแข็งแรงให้ฟัน และทำให้ฟันขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

นั่นคือกลยุทธ์แรกที่มุ่งสู่ผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค (Premium Market Leadership & Innovation) ในปีนี้เดนทิสเต้จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน “เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ 2026” นวัตกรรมยาสีฟัน 10 in 1 ในหลอดสีทอง สูตรที่ดีที่สุดของเดนทิสเต้ ดูแลครบจบปัญหาเหงือกและฟันในหลอดเดียว ผสมผสาน Postbiotics กับ Zinc & CPC และสมุนไพรพรีเมียมกว่า 14 ชนิด ช่วยลดปัญหาในช่องปาก ช่วยดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเข้มข้นนานถึง 12 ชั่วโมง และป้องกันฟันผุด้วย Sodium Fluoride 1100 ppm
นอกจากนี้ “ลิซ่า” ยังได้ร่วมเปิดตัว เดนทิสเต้ พรีเมียม เม้าท์สเปรย์ เอ็กซ์ตร้า เฟรช สูตรเข้มข้น เพื่อช่วยลมหายใจหอมสดชื่นยาวนาน และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากระหว่างวัน เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกวัน
สายต่อความร่วมมือกับ “ลิซ่า” บุกตลาดอาเซียน
ไม่เพียงเท่านี้ เดนทิสเต้ยังวางกลยุทธ์ต่อมาในการบุกตลาดอาเซียนในปี 2026 ใน 2 ประเทศหลัก ทั้ง ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ โดยมีประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นต้นแบบ โดยประเทศเหล่านี้นอกจากจะมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ใกล้เคียงกันแล้ว ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์คุณภาพพรีเมียมจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ที่สำคัญประเทศเหล่านี้ยังชื่นชอบศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง “ลิซ่า”

นั่นคือเหตุผลที่ต้องใช้กลยุทธ์ที่ 3 ในการดึงศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์ระกับสากลอย่าง “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ลิซ่าได้จับมือกับเดนทิสเต้ในการทำให้คนไทยมีสุขภาพฟันที่ดี มีรอยยิ้มสดใส และมีความมั่นใจ โดยปีนี้ “ลิซ่า” จะไม่ได้เป้นแค่พรีเซ็นเตอร์หรือแอมบาสเดอร์ แต่กำลังจะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการบุกตลาดอาเซียน ที่เดนทิสเต้มี DNA เดียวกันในการก้าวสู่เวทีระดับโลก
ปีนี้ เดนทิสเต้ยังคงสานต่อความร่วมมือระยะยาวกับลิซ่าเป็นปีที่ 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “4 Years of Trust,
One Confident Smile – 4 ปีแห่งความเชื่อมั่นกับหนึ่งรอยยิ้มมั่นใจ” พร้อมแชร์ประสบการณ์การดูแลสุขภาพช่องปาก และสื่อสารภายใต้แนวคิด “Confident Smile” ของลิซ่าไปสู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปาก และส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพช่องปาก เพื่อให้เกิดการทดลองใช้ในวงกว้าง

โดยลิซ่าจะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์หลักของเดนทิสเต้ทั้งในประเทศไทย รวมไปถึงฟิลิปปินส์และสิงคโปร์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและสร้างการจดจำแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพช่องปากด้วยการทดลองใช้เดนทิสเต้ในวงกว้าง
ทั้งนี้ “ลิซ่า” จะเป็นตัวแทนรอยยิ้มและสุขภาพที่ดีผ่านการแนะนำผลิตภัณฑ์เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ และ เดนทิสเต้ พรีเมียม เม้าท์สเปรย์ เอ็กซ์ตร้า เฟรช ซึ่งจะสื่อสารผ่านสื่อโฆษณาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังเตรียมจัดแคมเปญซื้อยาสีฟันแถมแปรงสีฟัน รวมถึงไอเทมและคอลเลคชั่นพิเศษแบบ Limited ที่จับมือร่วมกับ “ลิซ่า” อีก 10 ไอเทมไว้ให้เหล่า ลิลลี่ ได้ลุ้นตลอดปี
4 ปีส่งต่อความเชื่อมั่นที่ไว้ใจได้
หนึ่งในความยิ่งใหญ่ของเดนทิสเต้ คือ การยังคงสามารถร่วมมือกับ “ลิซ่า” ศิปปินดังระดับโลกได้อย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 ซึ่งความลับที่เดนทิสเต้เปิดเผย คือ การสร้างความเชื่อมั่น แม้ว่าการเปลี่ยนพรีเซนเตอร์บ่อยๆ จะช่วยให้สามารถสร้างความสดใหม่ให้กับแบรนด์ แต่นั่นก็หมายถึงการที่จะต้องสร้าง “ภาพจำ” ใหม่ๆ ขึ้นมาตลาดทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนพรีเซนเตอร์หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์

ยิ่งไปกว่านั้นการต่อสัญญาเข้าสู่ปีที่ 4 ของ “ลิซ่า” ยังเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นที่ลิซ่ามีต่อแบรนด์ เป็นการการันตีคุณภาพโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากชม สามารถส่งต่อความเชื่อมั่นในแบรนด์ไปยังกลุ่ม ลิลลี่ แฟนด้อมหลักที่ติดตามลิซ่าอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นความร่วมมือในการออกคอลเลกชันพิเศษ ยังเป็นการสร้างแรงดึงดูดใหล้กลุ่ม ลิลลี่ เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้อย่างต่อเนื่อง

นี่คือเหตุผลที่ “ลิซ่า” ในปีนี้จะไม่ใช่แค่พรีเซนเตอร์หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์เท่านั้นอีกต่อไป แต่ “ลิซ่า” จะกลายเป็น Brand Iconic และในอนาคตเดนทิสเต้ก็สามารถใช้ความร่วมมือกับลิซ่าในการก้าวทะยานออกไปสู่ตลาดระดับโลกที่ใหญ่กว่าทั้งในตลาดไทยและตลาดอาเซียน
จากมุมมองของ ดร.แสงสุข พิทยานุกุล ผู้ก่อตั้งแบรนด์เดนทิสเต้ มองว่า กำลังจับตาตลาดในกลุ่มละตินอเมริกาและแม็กซิโก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีพฤติกรรมการทานอาหารเผ็ดร้อนแบบประเทศไทย ซึ่งจากการทดลองจำหน่ายพบว่า ผู้บริโภคในกลุ่มประเทศเหล่านั้นชอบและมองหาผลิตภัณฑ์ของเดนทิสเต้ โดยกำลังอยู่ในการวางแผนเข้าไปเปิดตลาดในกลุ่มประเทศเหล่านั้น โดยปีนี้เดนทิสเต้บุกไปตลาดสหรัฐฯ แล้ว

เรียกได้ว่าปีนี้เป็นการเดินเกมรุกอย่างหนักของเดนทิสเต้ที่ต้องจับตามอง ทั้งการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในระดับพรีเมียม รวมไปถึงการสานต่อความร่วมมือกับ “ลิซ่า” เพื่อรุกตลาดในประเทศและต่างประเทศ นั่นหมายความว่าในปีนี้นอกจากจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับพรีเมียมสุดว้าวจากเดนทิสเต้แล้ว น่าจะมีกิจกรรมที่เหล่าลิลลี่จากทั้งไทย ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ได้ใกล้ชิดกับ “ลิซ่า” ด้วย ต้องติดตามกันต่อไป

