
หลายคนอาจรู้จัก “อิตาเลียนไทย” (ITD) ในฐานะบริษัทรับเหมาก่อสร้างเบอร์ต้นของไทยที่สร้างรถไฟฟ้าและสนามบินที่เราใช้บริการอยู่ทุกวันนี้ แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ITD มีจุดเริ่มต้นมาจาก “ภารกิจกู้เรือจม” ในแม่น้ำเจ้าพระยา และมิตรภาพข้ามพรมแดน ระหว่างคุณหมอชาวไทยที่เป็นลูกเจ้าของโรงน้ำแข็ง กับวิศวกรชาวอิตาลี
ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา คงไม่มีชื่อบริษัทรับเหมาก่อสร้างไหนถูกพูดถึงในหน้าสื่อและโซเชียลมีเดียมากไปกว่า “อิตาเลียนไทย” (ITD) แต่ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของ ITD คือชื่อที่ “ใหญ่” เกินกว่าจะมองข้าม เพราะบริษัทนี้คือตำนานที่ฝังรากลึกอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยมานานกว่า 68 ปี
Marketing Oops! จะพาคุณย้อนเวลากลับไปดูจุดกำเนิด เส้นทางความยิ่งใหญ่ ของ ITD ที่ว่าทำไมถึงก้าวขึ้นเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างเบอร์หนึ่งที่ใครก็โค่นไม่ลงใน 6 ข้อนี้
1. เริ่มต้นจากภารกิจกู้เรือจมกลางแม่น้ำเจ้าพระยา

ตำนานความยิ่งใหญ่ของอิตาเลียนไทยเริ่มขึ้นจากใจกลาง “แม่น้ำเจ้าพระยา” ย้อนกลับไปในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการคมนาคมของไทยต้องเจอกับปัญหาใหญ่เมื่อมี เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่จมขวางร่องน้ำอยู่ ทำให้การสัญจรทางน้ำเป็นอัมพาต
ในขณะนั้น ดร.ชัยยุทธ กรรณสูต ลูกเจ้าของโรงน้ำแข็ง แพทย์หนุ่มอนาคตไกลที่ผันตัวมาดูแลธุรกิจครอบครัว ได้จับมือกับ มร. จิโอจิโอ เบลลินเจียรี่ (Mr. Giorgio Berlingieri) วิศวกรชาวอิตาลีผู้เชี่ยวชาญ รับอาสาทำในสิ่งที่หลายคนมองว่ายากมากๆ นั่นคือการรับสัมปทาน “กู้ซากเรือ” ขึ้นมาจากก้นแม่น้ำเจ้าพระยา
ด้วยการผสานความรู้ด้านวิศวกรรมทางน้ำชั้นสูงจากอิตาลี เข้ากับการบริหารจัดการที่ดี ภารกิจที่เป็นไปแทบไม่ได้สำหรับคนทั่วไปก็ประสบความสำเร็จ และนั่นคือก้าวแรกที่ทำให้ทั้งคู่มั่นใจในศักยภาพทีมงาน และมองเห็นโอกาสอันมหาศาลในธุรกิจวิศวกรรมและการก่อสร้าง
2. จากผู้นำเข้า “เตาแก๊ส” สู่การก่อตั้งอาณาจักร ITD

ก่อนที่จะก้าวมาเป็นยักษ์ใหญ่รับเหมาก่อสร้าง จริงๆแล้วรากฐานทางธุรกิจของทั้งคู่เริ่มต้นจากการค้าขาย โดยในปี พ.ศ. 2498 ดร.ชัยยุทธ และ มร. จิโอจิโอ ได้ร่วมกันก่อตั้ง “บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด” (ITI) ขึ้นมาก่อน เพื่อทำธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีสมัยใหม่จากตะวันตกที่ประเทศไทยในยุคนั้นกำลังต้องการ
ที่หลายคนไม่รู้คือ ITI เป็นเจ้าแรกๆ ที่ นำ “เตาแก๊ส” เข้ามาจำหน่ายให้คนไทยได้รู้จัก เปลี่ยนวิถีชีวิตจากเตาถ่านสู่ความทันสมัย ซึ่งถือเป็นสินค้านวัตกรรมที่ฮือฮามากในยุคนั้น
บริษัท ITI ปัจจุบันก็ไม่ได้หายไปไหน แต่ยังคงเติบโตคู่ขนานมาจนถึงปัจจุบันในนาม “กลุ่มบริษัทอิตัลไทย” (Italthai Group) ที่แยกสายบริหารชัดเจน ดูแลธุรกิจจำหน่ายเครื่องจักรกลหนักและธุรกิจโรงแรมรีสอร์ต อย่างเช่น เครือ Amari ที่เรารู้จักกัน
ในขณะที่ฝั่งก่อสร้างและวิศวกรรมโยธาถูกแยกออกมาตั้งเป็น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ITD) อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2501 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 2 ล้านบาท เพื่อรองรับงานโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังบูมในยุคพัฒนาประเทศ กลายเป็นสองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่จากรากฐานเดียวกัน ก่อนที่ ITD จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2537
3. “ผู้รับเหมาครบวงจร” กับผลงานระดับตำนาน

ความยิ่งใหญ่ของ ITD ที่ทำให้ยืนหยัดมาได้ถึง 68 ปี คือขีดความสามารถในการรับงานที่หลากหลายและครบวงจร ตั้งแต่งานระบบสาธารณูปโภคไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศเช่น
“สนามบินสุวรรณภูมิ” (Suvarnabhumi International Airport) ประตูหน้าด่านของประเทศ รวมถึงผลงานในต่างประเทศอย่าง อาคารผู้โดยสารที่สนามบิน NSCBI เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย
งานทางด่วนและสะพาน ITD ก็ฝากฝีมือไว้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมสำคัญๆของประเทศ เช่น รถไฟฟ้า BTS รถไฟใต้ดิน MRT ก่อสร้างทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ , ทางยกระดับดอนเมือง-รังสิต และสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 หรือ สะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน) ที่เชื่อมไทยกับลาว ไม่เว้นแม้แต่ระบบสายเคเบิลข้ามไปยังเกาะสมุยและเกาะช้างด้วย

อย่างไรก็ตาม เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เพราะ ITD ก็ต้องเจอกับ วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี 2540 ITD เองก็เจ็บหนักด้วยหนี้สินมหาศาล ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการนานหลายปีก่อนจะ ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้สำเร็จในปี 2545 ภายใต้การนำของทายาทรุ่นที่ 2 อย่าง คุณเปรมชัย กรรณสูต บุตรชายคนเล็กของ ดร.ชัยยุทธ และกลับมาเดินหน้าประมูลงานโครงการใหญ่ๆ ทั้งในและต่างประเทศต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็น รถไฟไทย – จีน, รถไฟทางคู่ระยะที่ 2, รถไฟสายสีม่วง (เตาปูน – ราษฎร์บูรณะ) รถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมฯ – บางขุนนนท์), รถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ – รังสิต), ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3, รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, โครงการพัฒนาสนามบินและเมืองการบินอู่ตะเภาที่ร่วมประมูลกับ ซี.พี. ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในต่างประเทศอีกหลายประเทศ เช่น สปป.ลาว, เมียนมา, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, บังกลาเทศ, อินเดีย, มาดากัสการ์, ออสเตรเลีย, โมซัมมิก, มัลดีฟส์ และไต้หวัน เป็นต้น
4. ยุคผลัดใบสู่ทายาทรุ่นที่ 3 “ธรณิศ กรรณสูต”

หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวในยุคของรุ่นที่ 2 ปัจจุบัน ITD ได้ก้าวเข้าสู่ยุคการบริหารของ ทายาทรุ่นที่ 3 อย่างเต็มตัว ภายใต้การนำของ คุณธรณิศ กรรณสูต บุตรชายคนเล็กของคุณเปรมชัย ที่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง รักษาการประธานบริหารในปี 2564
การรับไม้ต่อในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ “ธรณิศ” ต้องแบกรับภารกิจอันหนักอึ้ง โดยเฉพาะ “วิกฤตสภาพคล่อง” ที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปี 2567 จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ เมื่อบริษัทต้องออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ขาดสภาพคล่องทางการเงิน” จนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่
ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินเดือนพนักงานไม่ครบ, ปัญหากับผู้รับเหมาช่วง รวมถึงการเจรจาหนี้และหุ้นกู้สิ่งเหล่านี้คือบทพิสูจน์สำคัญของ “เลือดใหม่แห่งตระกูลกรรณสูต” ว่าจะสามารถผ่าทางตันทางการเงิน พลิกฟื้นกระแสเงินสด และกู้ “เครดิต” ความน่าเชื่อถือกลับคืนมาได้เร็วแค่ไหน ท่ามกลางความกดดันจากทั้งเจ้าหนี้ นักลงทุน และสังคมที่จับตามอง
5. วิกฤตศรัทธาฉุดหุ้นดิ่ง

ล่าสุด สถานการณ์ของ ITD กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งเหตุเครนถล่มทับรถไฟในโครงการรถไฟความเร็วสูง (โคราช) และเหตุโครงสร้างถล่มที่ถนนพระราม 2 ซึ่งสั่นคลอนความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง
ด้วยเหตุนั้นส่งผลให้ราคาหุ้นของ ITD ปรับตัวลดลงอย่างหนัก ทันทีที่มีข่าวอุบัติเหตุ โดยร่วงลงไปกว่า 15% ก่อนจะปรับตัวกลับขึ้นมาเล็กน้อยสะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อมาตรการความปลอดภัยและทิศทางของบริษัทในอนาคต ท่ามกลางกระแสข่าวที่ภาครัฐอาจพิจารณามาตรการขั้นเด็ดขาดในการขึ้นบัญชีดำหรือทบทวนสัญญาจ้าง ซึ่งถือเป็นโจทย์หินที่ผู้บริหารรุ่นปัจจุบันต้องเร่งแก้ไขเพื่อกู้ศรัทธากลับคืนมา
6. ยักษ์ใหญ่ที่ยังแข็งแกร่งด้วยผลประกอบการ

แม้จะมีข่าวดราม่าและราคาหุ้นที่ผันผวนเข้ามาแต่หากถอดบทเรียนดูที่ “พื้นฐานทางธุรกิจ” และตัวเลขผลประกอบการ ก็ต้องบอกว่า ITD ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ที่ยากจะล้ม เพราะ จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อ้างอิงตัวเลขผลประกอบการล่าสุดที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น

ในปี 2567 ITD มี รายได้รวม 72,453 ล้านบาท แม้จะขาดทุนสุทธิ 5,776 ล้านบาท แต่ในปี 2568 (9 เดือนแรก) สามารถทำรายได้รวมไปได้แล้ว 45,871 ล้านบาท และพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิได้ถึง 7,394 ล้านบาทแล้ว
ในด้านของสินทรัพย์รวม ITD ก็มีอยู่มากกว่า 91,244 ล้านบาท ( ข้อมูล ณ ไตรมาส 3/2568
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แม้ราคาหุ้นจะอ่อนไหวไปตามกระแสข่าว แต่ความสามารถในการ “หารายได้” และ มูลค่างานในมือ หรือ Backlog ของ ITD นั้นยังคงอยู่ในระดับ Top Tier ของประเทศ
เรื่องราวของ อิตาเลียนไทย คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย ที่ก้าวขึ้นมาจากบริษัทกู้เรือเล็กๆ สู่บริษัทมหาชนระดับหมื่นล้าน แบรนด์ ITD ได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 6 ทศวรรษ อย่างไรก็ตาม ในโลกธุรกิจ “ความเก่ง” อาจต้องมาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบ” เพราะสำหรับแบรนด์ที่เปรียบเสมือนเสาหลักของประเทศ ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้คน คือรากฐานที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ตำนานนี้ถูกเล่าขานต่อไปได้อย่างภาคภูมิใจ
ที่มา : ITD Official Website, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, BBC Thai
