ทำไม Kodak ฆ่าไม่ตาย? แซง Canon คว้าอันดับ 1 ส่วนแบ่งตลาดกล้อง Compact ในญี่ปุ่น

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ทุกวันนี้ตลาดกล้องถ่ายภาพแข่งกันอย่างดุเดือดด้วยเทคโนโลยี AI, เซนเซอร์ Full Frame และความละเอียดระดับ 8K จากยักษ์ใหญ่อย่าง Sony, Canon หรือ Nikon แต่รายงานข่าวล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่นก็สร้างความประหลาดใจให้กับคนติดตามตลาดกล้องถ่ายภาพได้ไม่น้อย เมื่อแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Kodak กลับมาผงาดเป็น อันดับ 1 ในตลาดกล้อง Compact แซงหน้าเจ้าถิ่นได้เฉยเลย

เกิดอะไรขึ้นในตลาดกล้องประเทศญี่ปุ่น? และทำไมแบรนด์ที่เคยถูกมองว่า “ตกยุค” ถึงกลับมาครองใจผู้บริโภคได้อีกครั้ง? นี่คือ Case Study ที่น่าศึกษาและทำความเข้าใจ

BCN Awards 2026

จากข้อมูลของ BCN Awards 2026 ซึ่งเป็นรางวัลที่อ้างอิงจากยอดขายจริงของร้านค้าปลีกทั่วญี่ปุ่น (คิดเป็น 40-60% ของตลาด) เปิดเผยตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดออกมาหลายหมวดด้วยกัน แต่ในหมวด กล้องเลนส์ในตัว (Integrated Lens / Compact Camera) มีเซอร์ไพรส์เมื่อ พบว่า Kodak แบรนด์จากสหรัฐอเมริกาสามารถครองตลาดนี้เอาไว้ได้เป็นอันดับ 1 โดยมีอันดับส่วนแบ่งตลาดตามนี้

  1. Kodak: 24.0%
  2. Fujifilm: 13.9%
  3. Kenko Tokina: 13.5%

สิ่งที่น่าสนใจก็คือปีนี้นับเป็นปีแรกนับตั้งแต่มีการจัดเก็บสถิติในปี 2005 ที่ Canon หลุดจาก Top 3 ในหมวดนี้อย่างสิ้นเชิง! ทั้งที่เคยเป็นแชมป์หรือรองแชมป์มาโดยตลอด

ทำไม Kodak ถึงชนะ?

การกลับมาของ Kodak ไม่ได้เกิดจากการทุ่มงบ R&D สร้างกล้องที่ชัดที่สุด โฟกัสไวสุด หรือซูมได้ไกลสุดๆ แต่เกิดจากการเข้าใจ “ช่องว่างทางการตลาด” (Market Gap) และ “พฤติกรรมผู้บริโภค” (Consumer Insight) ที่เปลี่ยนไป เช่น

1. สนุกได้ ไม่ต้องแพง

Kodak Pixpro C1

ในขณะที่ Canon, Sony และ Nikon มุ่งหน้าสู่ตลาด High-end Mirrorless ที่ราคาแพง เพื่อหนีการถูก Disrupt จากสมาร์ทโฟน ทำให้เกิด “สุญญากาศ” ในตลาดกล้องระดับ Entry-level ขึ้นมา

Kodak มองเห็นโอกาสนี้ จึงส่งกล้อง Compact ราคาประหยัด อย่างเช่นตระกูล Pixpro เข้ามาทำตลาด โดยวาง Positioning ไม่ให้เป็น “อุปกรณ์ถ่ายภาพระดับโปร” แต่เป็น “Gadget เพื่อความสนุก” ที่ใครๆก็ซื้อได้

2. เทรนด์ Y2K และเสน่ห์ของความไม่สมบูรณ์แบบ

อีกเรื่องก็คือเทรนด์ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และวัยรุ่นญี่ปุ่นไม่ได้ต้องการรูปที่ “คมกริบ” เพราะ iPhone ทำได้ดีกว่าแล้ว เรื่องนี้ยังสอดรับกับเทรนด์ Young-Tro ที่กลุ่มคน Gen Z กลับมาฮิต iPhone รุ่นเก่าๆ ไปหาซื้อมือ 2 กลับมาใช้ถ่ายรูปกัน

สิ่งเหล่านี้ แสดงให้เห็นความโหยหา “Vibe” หรืออารมณ์ภาพที่มีเกรน (Grain), สีตุ่นๆ หรือความเบลอเล็กน้อย ซึ่งให้ความรู้สึก Real และความนึกถึงอดีต เหมือนยุค 90s-2000s

Kodak ซึ่งมี Brand Heritage แข็งแกร่งเรื่อง “Film Look” อยู่แล้ว ก็เลยตอบโจทย์ Emotional Needs ตรงนี้ได้พอดิบพอดี กลายเป็นว่า Low Spec กลับกลายเป็น High Value ในสายตาผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้

Kodak Pixpro FZ45

ปรากฏการณ์ Kodak ในญี่ปุ่นบอกอะไรเราบ้าง?

เรื่องแรกก็คือ Niche Market เป็นตลาดที่มีโอกาสอยู่เสมอ เมื่อผู้เล่นรายใหญ่ทิ้งตลาดล่างเพื่อไปแย่งเค้กก้อนบน บางครั้ง “เค้กก้อนเล็ก” ที่ถูกทิ้งไว้ อาจมีมูลค่ามหาศาลสำหรับแบรนด์ที่เข้ามาถูกจังหวะก็ได้

Emotional Benefit อาจมีค่ามากกว่า Functional Benefit ก็ได้เพราะในวันที่เทคโนโลยีถึงทางตัน หรือสมาร์ทโฟนทำแทนได้หมด “อารมณ์” คือจุดขายที่ทรงพลังที่สุด  และ Kodak ก็กลับมาขาย “ความรู้สึก” ของการถ่ายภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากที่สุด

โดยสรุปแล้วเราจะเห็นได้ว่าแบรนด์ที่ดูเหมือนตายไปแล้ว สามารถฟื้นคืนชีพได้เสมอถ้าหา Positioning ใหม่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันเจอ ในโลกธุรกิจ แค่เราเป็นคนที่ “เข้าใจลูกค้าที่สุด” ในจังหวะเวลาที่ถูกต้องก็สามารถสร้างการเติบโตได้เช่นกัน

ที่มา: Sony Alpha Rumors


  •  
  •  
  •  
  •  
  •