บุกสนามทดสอบ BYD Zhengzhou บทพิสูจน์ทำไม EV ถึงเป็นมากกว่าแค่รถยนต์ พร้อมยลโฉม U9 ซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก

  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  

ปกติแล้วเวลาเราจะตัดสินใจซื้อรถสักคัน “การทดลองขับ” มักเป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเพิ่มความมั่นใจ แต่ในความเป็นจริง การขับวนรอบโชว์รูมเพียง 10-15 นาที บนถนนที่รถติดขัด อาจบอกอะไรเราไม่ได้มากนัก โดยเฉพาะในยุคที่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เต็มไปด้วยฟังก์ชั่นล้ำสมัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้เมนูหน้าจอสัมผัส จนกลายเป็นประโยคคลาสสิกที่ว่า “รู้ว่ามี…แต่ไม่เคยได้ใช้” หรือที่แย่กว่านั้นคือ “ไม่รู้จะใช้ยังไง”

ในโอกาสที่ได้เยี่ยมชมโรงงานผลิต BYD ที่เมืองเจิ้งโจว ประเทศจีน ยังมีโอกาสได้ไปสัมผัสกับ BYD Zhengzhou All-Terrain Circuit สนามทดสอบอเนกประสงค์ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อกลางปี 2025 ที่ผ่านมา

BYD Zhengzhou All-Terrain Circuit ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นสนามแข่งรถ แต่เป็นพื้นที่จำลองที่รวบรวมทุกสภาพภูมิประเทศและสถานการณ์ที่สร้างขึ้นมา เพื่อให้เทคโนโลยีได้พิสูจน์ตัวเอง และให้ผู้ขับขี่ได้เรียนรู้ที่จะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิดที่เรียบง่าย “สนามของทุกคน สนุกได้ทั้งสนาม”

 

ยลโฉม YANGWANG U9 ซูเปอร์คาร์พันม้า

ไฮไลต์แรกที่รอต้อนรับเราคือความเงียบที่ทรงพลังของ Yangwang U9 ซูเปอร์คาร์ EV ที่จอดนิ่งสงบพร้อมประตูแบบปีกนกที่เปิดกางออก ราวกับงานศิลปะที่พร้อมจะทะยานไปข้างหน้า แต่ภายใต้ความสวยงาม คือขุมพลังที่ซ่อนมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 4 ตัวที่ให้พละกำลังรวม 1,306 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 1,680 นิวตัน-เมตร ตัวเลขเหล่านี้อาจดูไกลตัว แต่ถ้าได้ลองกดคันเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.36 วินาที คือความรู้สึกที่เหมือนวิญญาณถูกกระชากไปด้านหลัง ก่อนจะตามมาด้วยความเร็วสูงสุดที่แตะระดับ 309 กม./ชม.

ทว่า ความเร็วไม่ใช่เรื่องเดียวที่ Yangwang U9 อยากเล่าให้ฟัง สิ่งที่ทำให้รถคันนี้พิเศษกว่าใครคือ Cloud Chassis – X (YunNian-X) ระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะที่เปรียบเสมือนระบบประสาทของรถ สามารถตอบสนองภายใน 40 มิลลิวินาที และระบบโช้คอัพแบบ DiSus-X ที่สามารถปรับความสูงต่ำและแยกการทำงานของโช้คอัพแต่ละล้อได้อย่างอิสระ ผลลัพธ์คือรถคันนี้สามารถ “กระโดด” ข้ามสิ่งกีดขวางได้ และสามารถ “โยกตัว” เข้าจังหวะเสมือนการเต้นรำ

ความโดดเด่นอีกอย่างของ Yangwang U9 คือการได้เข้าไปวิ่งในสนามทดสอบที่เยอรมนี กับรุ่น U9 Xtreme ก็เคยไปฝากชื่อไว้ด้วยความเร็วทุบสถิติโลกที่ 496.22 กม./ชม. เร็วกว่าสถิติโลกเดิมที่ Bugatti Chiron Super Sport 300+ เคยสร้างไว้ที่ 490.5 กม./ชม. ในปี 2019 ลบคำสบประมาทที่ว่ารถ EV ไม่มีวันเทียบชั้นรถเครื่องยนต์สันดาปไปได้อย่างหมดจด

 

สนามทดสอบช่วยเพิ่มทักษะการขับขี่

สำหรับสนามทดสอบ BYD Zhengzhou All-Terrain Circuit จะเป็นศูนย์ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ EV จาก BYD ด้วยมาตรฐานระดับโลก ภายใต้การควบคุมในด้านความปลอดภัย เพื่อให้เห็นถึงฟังก์ชั่นเทคโนโลยีอัจฉริยะทุกชนิด และ การนำฟังก์ชั่นเหล่านั้นไปใช้จริงในทุกสภาพถนน โดยได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการทดสอบรถยนต์ในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การขับขี่ความเร็วสูง การควบคุมรถในสภาพถนนลื่น การขับขี่แบบออฟโรดขั้นสูง และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ

โดยฐานแรกจะเป็นการสนามทดสอบความเร็วสูงและการควบคุมรถ โดยจะเป็นการจำลองแทร็คสนามแข่งรถมาตรฐาน ระยะทาง 1,758 เมตร โดยมีทางตรงยาว 550 เมตร ในการทดสอบสนามนี้จะใช้ Yangwang U9 เป็นหลักในการทดสอบ ซึ่งจากการทดสอบพบว่า การได้ตำแหน่งรถที่เร็วที่สุดในโลกไม่เกินจริง ด้วยอัตราการตลอบสนองที่รวดเร็วทำให้สามารถแตะความเร็วที่ 250 กม./ชม. เพียงระยะทางประมาณไม่ถึง 200 เมตร ขณะที่การเข้าโค้งสามารถทำได้อย่างมั่นใจดด้วยช่วงล่างที่หนึบเกาะถนน พร้อมที่นั่งไฟฟ้าที่ปีกเบาะจะปรับการแข็งตัวเพื่อรับตัวคนนั่งตามทิศทางการเลี้ยว

ฐานต่อมาจะเป็นฐานลานอเนกประสงค์ (Multi-Function Area) โดยเป็นฐานความเร็วปานกลางสำหรับใช้ทดสอบการควบคุมรถแบบ Slalom และ Gymkhana โดยมีการกรวยเพื่อสร้างเป็นแทร็คที่มีโค้งในรูปแบบต่างๆ ฐานนี้จะช่วยให้เห็นถึงประสิทธิภาพของช่วงล่าง BYD ที่เข้ากับการใช้งานในชีวิตจริง ช่วยให้สามารถควบคุมรถได้ง่ายทุกโค้งอย่างมั่นใจ

 

สัมผัสฟังก์ชั่นที่รู้ว่ามีแค่ไม่เคยคิดอยากจะใช้

เราขยับจากความเร็วมาสู่ความปลอดภัย ในโซนทดสอบระบบ VSC (Vehicle Stability Control) หรือระบบช่วยควบคุมการทรงตัว บนพื้นผิวจำลองที่มีค่าแรงเสียดทานต่ำ เปรียบเสมือนถนนเปียกลื่นหรือบนถนนที่มีน้ำแข็งเกาะ โดยโจทย์คือต้องขับที่ความเร็ว 40 กม./ชม. เข้าสู่พื้นที่ฉีดน้ำ แล้วหักหลบน้ำพุที่พุ่งขึ้นมาขวางหน้าแบบกะทันหัน โดยมีกลไกที่พื้นช่วยปัดล้อหลังให้รถเกิดอาการเสียหลัก

ซึ่งรอบแรกจะทำการเปิดระบบ VSC รถมีอาการท้ายปัดเล็กน้อย แต่เรายังประคองพวงมาลัยผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยความมั่นใจ เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นช่วยประคองรถไว้

ในรอบสองจะทำการปิดระบบ VSC ทันทีที่ล้อหลังถูกปัด รถหมุนคว้างกลางลานน้ำพุแบบควบคุมไม่ได้ แม้แต่คนขับที่มีทักษะก็ยังยากที่จะเอาอยู่

บทเรียนนี้ทำให้เราตระหนักว่า เทคโนโลยีความปลอดภัยไม่ใช่แค่ฟังก์ชั่นที่มีไว้ประดับโบรชัวร์ แต่มันคือเส้นบางๆ ระหว่างอุบัติเหตุและความปลอดภัยในชีวิตจริง

 

ระบบช่วยจอดที่ช่วยแก้ Pain Point ของผู้ขับขี่

อีกหนึ่ง Pain Point ของคนในเมืองคือ “การจอดรถ” โดยเฉพาะการจอดเทียบข้างหรือเข้าซองแคบๆ ที่ BYD Zhengzhou มีฐานทดสอบ Intelligent Parking ที่ทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์

ที่สถานีทดสอบนี้ระบบช่วยจอดของ BYD ที่ทำให้เรื่องยากเหล่านั้นง่ายอย่างกับมืออาชีพ โดยจะมีการทดสอบทั้งหมด 3 รูปแบบ ทั้งรูปแบบถอยเข้าซองที่ระบบจะทำการคำนวนแล้วทำการหักเลี้ยวพวงมาลัยเองอัตโนมัติ พร้อมคำนวนหาตรงกลางระหว่างด้านซ้ายและขวาของตัวรถ ขณะที่อีกรูปแบบจะเป็นการถอยแบบใช้รีโมท เมื่อผู้ขับลงจากรถและกดสัญญาณรีโมท ระบบจะทำการวัดมุมองศาการถอยจอด และจะทำการจอดเข้าซองอัตโนมัติ โดยที่ผู้ขับอยู่นอกตัวรถ

โดยทั้ง 2 รูปแบบสามารถใช้งานได้ทั้งถอยเข้าซองและออกจากซอง ในรูปแบบสุดท้ายที่น่าทึ่งที่สุดคือโหมดการจอดแบบ “ชิดแปะ” ที่รถจะกักเลี้ยวเข้าช่องจอด แล้วล้อหน้าจะถูกล็อกตาย ขณะที่ล้อหลังจะหมุนสวนทางกัน เพื่อสไลด์ท้ายรถเข้าซองจอดได้ดั่งใจนึก แม้จะต้องแลกมากับการเสียดสีของยางบ้าง แต่แลกกับความสะดวกสบายในวันที่เร่งรีบ ถือว่าคุ้มค่า

 

ทลายกำแพงแห่งออฟโรดใครๆ ก็ลุยได้

ตัดภาพมาที่โซน Off-Road สำหรับสายลุย ที่นี่มีทั้งเนินชัน 45 องศา, ทางหินปูดนูนสูงสลับทิสทาง, ทางร่องลึกสลับซ้ายขวา, ทางร่องน้ำลึก, ทางลูกระนาด และทางไขว้ล้อ เป็นต้น โดยเป็นฐานที่แสดงศักยภาพระบบช่วงล่าง และระบบผู้ช่วยขับเคลื่อนผ่านอุปสรรคขั้นสูงของ BYD

โดยไฮไลท์อยู่ที่การขึ้นทางชัน 45 องศาที่ตั้งตระหง่านรอท้าทาย ความรู้สึกขัดขืนธรรมชาติเกิดขึ้นเมื่อเราต้องปล่อยเท้าออกจากเบรกและคันเร่ง แล้วปล่อยให้รถจัดการตัวของมันเอง โดยระบบนี้สามารถปรับความเร็วในการขึ้นทางชันได้ถึง 3 ระดับ โดยระหว่างที่ระบบทำงานสิ่งที่ต้องห้ามคือการเหยียบเบรคหรือเสริมคันเร่ง เนื่องจากจะเป็นการยกเลิกการทำงานของระบบทันทีและจะกลับสู่โหมดขับด้วยตัวคนขับเอง

แม้รู้สึกขัดขืนฝืนธรรมชาติ จากสัญชาตญาณเมื่อรถไหลลงเล็กน้อยตามแรงโน้มถ่วง ก่อนที่ระบบขับเคลื่อนจะคำนวณและกระจายกำลังไปยังล้อทั้งสี่ ค่อยๆ พารถไต่ขึ้นเนินชันไปอย่างนุ่มนวล นี่คือการทำงานร่วมกันระหว่าง Hardware ที่แข็งแกร่งและ Software ที่ชาญฉลาด ทำให้กำแพงที่ชื่อว่า “ทักษะออฟโรด” ถูกทลายลง ใครๆ ก็สามารถขับลุยได้

 

บุกตะลุมทุกที่เหนือผืนน้ำและยอดผืนทราย

การเดินทางในสนามทดสอบสิ้นสุดลงที่ 2 ฐานสุดท้ายที่จำลองความโหดร้ายของธรรมชาติ โดยฐานแรกคือ สระน้ำจำลอง ที่ระดับน้ำสูงท่วมฝากระโปรงรถ EV ของ BYD ภายใต้ความลึกระดับ 2 เมตร ตัวรถจะค่อยๆ เคลื่อนตัวลงน้ำ ล้อลอยเหนือพื้น แต่รถยังคงเคลื่อนที่และบังคับทิศทางได้เหมือนเรือ ด้วยการออกแบบห้องโดยสารและแบตเตอรี่ที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนา แบบไม่มีน้ำเข้า

และฐานสุดท้ายคือ เนินภูเขาทราย ที่ได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าเป็นสนามทดสอบเนินทรายที่สูงเอบ 30 เมตรกับความชัน 28 องศาและใหญ่ที่สุดในโลก การไต่ขึ้นภูเขาทรายที่พื้นผิวร่วนซุยไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นบทพิสูจน์สมรรถนะขั้นสูงสุดที่รถคันหนึ่งจะทำได้ โดยทั้ง 2 ฐานการทดสอบจะทำการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่ถูกฝึกมาเป็นพิเศษเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย

การไปเยือน BYD Zhengzhou All-Terrain Circuit ครั้งนี้ นอกจากจะได้เห็นรถวิ่งเร็วที่สุดในโลกหรือรถอัจฉริยะแล้ว ยังได้เห็น “ความใส่ใจ” ที่แบรนด์มีต่อผู้ใช้งาน เพราะเทคโนโลยีที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา แว่วมาว่าโมเดลสนามทดสอบมาตรฐานโลกแบบนี้ อาจจะเกิดขึ้นในประเทศไทยในอนาคต หากสนามทดสอบแบบนี้เป็นจริง นอกจากจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่มีต่อ BYD ถึงความเชื่อมั่น มั่นใจและปลอดภัยแล้ว ยังเการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ก้าวไปอีกขั้น ที่สำคัญยังเป้นการ


  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigolo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา
CLOSE
CLOSE