ถอดรหัส ‘Creative Economy’ ทางรอดเศรษฐกิจไทย! มูลค่ากว่า 1.44 ล้านล้านบาท กับ 6 เทรนด์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Creative-Economy

ต้องยอมรับความจริงที่ว่าทุกวันนี้ “เศรษฐกิจไทย” ฟื้นตัวช้า และเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความท้าทายกระแทกใหญ่ ทั้งนอกประเทศ และปัจจัยในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภูมิรัฐศาสตร์โลก, สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว,​ อัตราการเกิดลดลง ในขณะที่ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ตลอดจนอัตราเร่ง Technology & AI Disruption

เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ไปต่อได้ หนึ่งในรูปแบบเศรษฐกิจที่ “ทางรอด” จากความท้าทายดังกล่าว คือ Creative Economy หรือ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” สามารถเป็น New S-curve ของเศรษฐกิจ สะท้อนได้จากปัจจุบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 71.9 ล้านล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยกว่า 1.44 ล้านล้านบาท ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า-บริการ รวมทั้งเกิดการจ้างงานจำนวนมาก

 

พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย จากแข่งขันต้นทุนราคา สู่โมเดลสร้าง High Margin ด้วยความคิดสร้างสรรค์

“หลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเติบโตด้วยซัพพลายเชนแบบเดิมๆ อยู่ในวังวันโมเดลเดิม คือ ผลิตให้ถูก ส่งออกให้มาก เพื่อแข่งขันต้นทุนให้ได้ แต่ไทยยังไม่ได้สร้างโมเดล ‘High Margin’ ได้มากพอที่จะอุ้มเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศ และยังเจอกับ AI Disruption ทำให้กระบวนคิดเชิงกลยุทธ์ถูก disrupt ไปหมดแทบจะทุกสิ่ง ทุกกระบวนการ” คุณไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ฉายภาพความท้าทายของเศรษฐกิจไทยโมเดลแบบเดิม

Creative Economy จึงเป็นเครื่องยนต์ที่ช่วยสร้างฐานรายได้ใหม่ให้กับประเทศไทยได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์คือการสร้างรายได้จากความคิดสร้างสรรค์ ประกอบขึ้นจาก ไอเดีย เนื้อหา และ IP” (Intellectual Property หมายถึง ทรัพย์สินทางปัญญา) ถ่ายทอดและส่งออกผ่านบริการดิจิทัล คอนเทนต์ และประสบการณ์ เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ เกม การออกแบบ การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่ได้แข่งขันด้านต้นทุนราคาเป็นหลัก แต่เน้นการแข่งขันด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทั้งยังสามารถส่งข้ามพรมแดนไปทั่วโลกได้รวดเร็ว ซึ่งลดความเสี่ยงด้านซัปพลายเชนโลจิสติกส์

Creative Economy คือทางรอดทางหนึ่งของประเทศ โดยมี 3 อย่างที่เราต้องเปลี่ยนแปลง คือ 1. เปลี่ยน Mindset จากผลิตเชิงปริมาณจำนวนมาก ไปสู่การสร้างสรรค์มูลค่า, 2. เปลี่ยน Mindset จากการส่งออกสินค้า ไปสู่การส่งออกความหมาย และจากดีไซน์โปรดักต์ ไปสู่ Storytelling และ Experience, 3. Decentralize จากกระจุกตัวในเมืองใหญ่ ไปสู่เมืองรอง, เมืองเล็กๆ ที่มีความลึกซึ้ง และค้นหา Talent ในเมืองรอง”

CEA Forum_2026
คุณไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

 

สำรวจมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั่วโลก

เมื่อมองในระดับโลก เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นขุมพลังทางเศรษฐกิจใหม่ โดยมีตัวเลขสถิติที่น่าสนใจ

  • มูลค่ารวม: อุตสาหกรรมสร้างสรรค์โลกสร้างรายได้สูงถึง 71.9 ล้านล้านบาท
  • การจ้างงาน: ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 50 ล้านตำแหน่งทั่วโลก
  • มูลค่าการส่งออก: สินค้าและบริการสร้างสรรค์มีมูลค่าการส่งออกรวม 65.6 ล้านล้านบาท
  • พลังของภาคบริการ: ที่น่าจับตามองคือ ปริมาณการส่งออกในรูปแบบ “บริการ” นั้นสูงกว่า “สินค้า” ถึง 30% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Music streaming หรือ Content platform ที่กลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในยุคปัจจุบัน

 

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 8% ของ GDP

สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจและมีศักยภาพการเติบโตสูง

  • มูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย (GVA): สูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8% ของ GDP ประเทศไทย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่อยู่ที่ 3.1%
  • การส่งออก: สร้างมูลค่าการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ประมาณ 3.91 แสนล้านบาท
  • บุคลากร: มีผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมนี้กว่า 9.8 แสนคนในไทย

Creative Economy

 

Top 3 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยที่มีมูลค่าสูงสุด

ขณะที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยที่มีมูลค่าสูงสุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่

1. อุตสาหกรรมแฟชั่น มูลค่า 236,274 ล้านบาท: ครอบคลุมสิ่งทอ เครื่องหนัง และจิวเวลรี่ ซึ่งต้องอาศัยทักษะฝีมือ (Craftsmanship) และการออกแบบ

2. อุตสาหกรรมโฆษณา มูลค่า 214,972 ล้านบาท: สร้างเม็ดเงินมหาศาลจากการใช้จ่ายสื่อ (Media spending), การถ่ายทำโฆษณา และการจ้างงาน

3. อุตสาหกรรมออกแบบ มูลค่า 87,312 ล้านบาท: เข้าไปเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมอื่นๆ

อย่างไรก็ตามแม้ อุตสาหกรรมคอนเทนต์ จะไม่ได้ติด Top 3 ในเชิงมูลค่า แต่ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มี Multiplier Effect สูง เพราะคอนเทนต์สามารถขยายและต่อยอดไปยังช่องทาง รวมทั้งอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกันได้ เช่น คอนเทนต์ไทยไปฉายในต่างประเทศ หรือฉายบนแพลตฟอร์ม Streaming ทั่วโลก จะนำไปสู่ภาคการท่องเที่ยว, การซื้อสินค้า-บริการต่างๆ ตามมา

Creative Economy

 

6 เทรนด์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย

งานวิจัยของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA พบว่ามี 6 เทรนด์สำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย

– Tech & AI Acceleration: AI จะช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิตคอนเทนต์ และช่วยเพิ่ม Productivity ให้กับคนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แต่คนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต้องปรับตัวใช้เทคโนโลยีให้ถูกต้อง และเพื่อไม่ให้ตกขบวน

Platform Power: อำนาจของแพลตฟอร์มทั้ง E-commerce, Streaming และ OTT พลิกโฉมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยอย่างสิ้นเชิง และเพิ่มโอกาสพาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยไปสู่ระดับโลก

Creator Economy: เศรษฐกิจครีเอเตอร์ไทยพุ่งแตะ 4.5 หมื่นล้านบาท แต่ต้องพัฒนาทักษะ เพื่อสร้างคอนเทนต์ในระดับสากล

– Regional Rising: พลังของนักสร้างสรรค์ทั่วทุกภูมิภาค เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสินค้าและบริการสร้างสรรค์

– New Consumerism: ผู้บริโภคยุคใหม่พร้อมจ่ายให้ประสบการณ์และดิจิทัลไลฟ์สไตล์

– High-Value IP: ไม่ใช่แค่การพัฒนาสินค้า-บริการสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ต้องมุ่งเน้นสร้างทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าสูง (High-Value IP) ที่ได้รับการปกป้องและสามารถนำไปต่อยอดได้จริง

Creative Economy

 

CEA วาง 4 กลยุทธ์ ปี 2026 เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมไปสู่เศรษฐกิจฐาน IP”

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เล่าถึงกลยุทธ์ของ CEA ในปีนี้ ได้พัฒนามาให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ โดยมุ่งยกระดับเพื่อเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมไปสู่ เศรษฐกิจฐาน IP” ที่มีมูลค่าสูงและจับต้องได้จริง ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ คือ

1. พัฒนาคนด้วย AI และความคิดสร้างสรรค์ เช่น การยกระดับสู่ New TCDC ไปทุกภูมิภาค และติดอาวุธทักษะ AI ให้คนทำงาน

2. ยกระดับเมืองสู่เวทีโลก เช่น การสร้าง City Branding เพื่อให้เมืองมีจุดขายที่ชัดเจน

3. เปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นทรัพย์สิน ที่บ่มเพาะผลงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ

4. ขยายธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม เช่น การจัดงาน Bangkok International Content Market (BICM) ภายใต้งาน Thailand International Content IP Expo (TICIP) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อให้ขายงานได้จริง

จากกลยุทธ์ทั้งหมด CEA จะผลักดันไปสู่เป้าหมายสำคัญ 4 ข้อในปีนี้ ได้แก่ 1. สร้างผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอีก 3 แสนราย, 2. สร้างผลงาน New IP ใหม่มากกว่า 350 รายการเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์, 3. ผลักดันรายได้เฉลี่ยของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% และ 4. ผลักดัน GVA ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโต 5% โดยทั้งหมดจะช่วยให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ามาเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

CEA Forum_2026
ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

CEA ทำงานร่วมกับ World Bank ซึ่งได้แนะนำว่าประเทศไทยควรโฟกัสกับอุตสาหกรรมที่เป็น New S-curve หนึ่งในนั้นคือ ‘Creative Economy’ เราคาดหวังว่ามูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยในปี 2027 จะเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า” ดร. ชาคริต สรุปทิ้งท้าย


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ
CLOSE
CLOSE