เจ้าของแบรนด์ “โทฟุซัง” โอดวิกฤตน้ำมันแพง ถูกซัพพลายเออร์บีบให้ยกเลิก PO เก่า แล้วเปิดราคาใหม่สูงขึ้น 40% จนเกิด “ต้นทุนแฝง” ในระบบทั้งหมด

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เจ้าของแบรนด์ “โทฟุซัง” โพสต์เผย วิกฤตซ่อนวิกฤต จากเหตุน้ำมันแพง ถูกซัพพลายเออร์บีบให้ยกเลิก PO เก่า แล้วเปิดใหม่ในราคาที่ สูงขึ้นถึง 40% มิเช่นนั้นจะไม่มีสินค้าส่งให้ จนเกิด “ต้นทุนแฝง” ในระบบทั้งหมด เช่น บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งที่ขยับตัวตามกันเป็นโดมิโน

 

อาจเรียกได้ว่าเป็น วิกฤตซ่อนวิกฤตของภาคการผลิตก็ได้ แม้หน้าบ้านเราจะเห็นแค่ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น แต่ในระบบซัพพลายเชนกำลังเกิดแรงกระเพื่อมที่รุนแรง ปัญหานี้ ถูกสะท้อนผ่านโพสต์ของ คุณนาม–สุรนาม พานิชการ ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท โทฟุซัง จำกัด โพสต์บน Facebook โดยระบุถึงผลกระทบของสงคราม ซึ่งไม่ได้ส่งผลแค่ราคาน้ำมันแพง แต่ยังกระทบเรื่องวัตถุดิบหลัก บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในระบบ

https://www.facebook.com/suranam.parnichakarn/posts/pfbid0Nf7ZREVwWch5Lx75nDbX5E7gFnB27pEpiikfxGP1uz2dpnEV3TE3wL2zMTnCY9cHl 

 

โดยระบุว่า

“ช่วงนี้ผมอยากเล่าอะไรบางอย่างให้ฟังครับ

ผมคิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่ได้รู้สึกถึงผลกระทบของสงครามแบบเต็ม ๆ

นอกจากเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ซึ่งก็ทำให้หลายคนเริ่มกังวล

แต่ในภาพรวม หลายคนอาจจะยังรู้สึกว่า สถานการณ์คงยังพอประคองได้

แต่ความจริงคือ

ผลกระทบที่หนักกว่านั้นอาจกำลังจะตามมาอีกระลอกครับ

อีกไม่นาน

เราจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ Safety Stock ของวัตถุดิบในหลายอุตสาหกรรมเริ่มหมดลง

และเมื่อถึงจุดนั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นจะเริ่มชัดขึ้นมาก

ทั้งวัตถุดิบหลัก บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในระบบทั้งหมด

ของเราเองเริ่มเจอแล้วครับ

โดยเฉพาะฝั่ง packaging

บางรายการเราเปิด PO ล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ 3–4 เดือนก่อนสงครามจะเกิดขึ้น

พูดง่าย ๆ คือวางแผนและยืนยันความต้องการกันไปเรียบร้อยแล้ว

แต่สุดท้ายซัพพลายเออร์บางเจ้ากลับโทรมาบอกว่า

ตอนนี้ไม่มีเม็ดพลาสติกพอจะผลิตให้

ทั้งที่ตามปกติแล้ว

เขาควรจะต้องจัดซื้อวัตถุดิบเตรียมไว้ล่วงหน้าตาม PO ที่รับไปแล้ว

แต่สิ่งที่ได้ยินก็คือ

ก่อนสงคราม หลายคนคาดว่าราคาเม็ดพลาสติกน่าจะลงอีก

เลยไม่ได้ตุนของไว้

พอเหตุการณ์เปลี่ยน

ของก็ขาดทันที

แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นต่อก็คือ

ลูกค้ากลายเป็นฝ่ายที่ต้องรับภาระ

บางเจ้าบอกตรง ๆ ว่า

ถ้าไม่ยกเลิก PO เดิม

แล้วเปิดออเดอร์ใหม่ในราคาที่สูงขึ้นถึง 40%

ก็จะไม่มีของส่ง

พูดตรง ๆครับ คือ

มันแทบไม่ใช่การเจรจาแล้ว

แต่มันคือการถูกบีบในเวลาที่เปลี่ยนอะไรแทบไม่ทัน

เพราะในโลกจริง

เราไม่ได้เปลี่ยนผู้ผลิตกันได้ภายในไม่กี่วัน

แม่พิมพ์ ฉลาก และระบบการผลิตหลายอย่างอยู่ที่ผู้ผลิตเดิมหมดแล้ว

ถ้าจะย้ายจริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน

ผมอยากเล่าเรื่องนี้

ไม่ใช่เพื่อให้ใครตกใจ แต่อยากให้เห็นภาพจริง

ว่าสิ่งที่ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญในช่วงนี้

มันไม่ได้เป็นแค่เรื่อง “ต้นทุนเพิ่มขึ้น”

แต่มันคือการพยายามประคองทั้งระบบ

ไม่ให้ผลกระทบถูกส่งต่อเร็วและแรงเกินไป

สำหรับ Tofusan และ Sunshine Dairy

ทีมเราคุยกันว่า

เรายังไม่อยากปรับราคาสินค้าตอนนี้ครับ

แม้ว่าต้นทุนหลายอย่างจะเพิ่มขึ้น

ในระดับที่เราเองก็ไม่เคยคิดว่าจะเจอ

แต่เราจะพยายามจัดการกันภายในให้มากที่สุด

และจะพยายามยืนราคาเดิมให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

เราคิดว่า ในช่วงเวลาแบบนี้

ถ้าทุกคนรีบผลักภาระต่อกันทันที

สุดท้ายสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ panic effect ที่ลามไปทั้งระบบ

แต่ถ้าใครพอช่วยกันประคองได้บ้าง

อย่างน้อยก็อาจช่วยให้สถานการณ์นี้ไม่หนักไปกว่านี้

เราไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้ง่ายครับ

และเราเองก็รู้ดีว่าทุกธุรกิจกำลังเหนื่อย

แต่ในวันที่ทุกอย่างกดดันขึ้นพร้อมกัน

เราคิดว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ว่าใครจะรอดก่อน

แต่คือเราจะช่วยกันไม่ให้ระบบทั้งหมดเสียหายไปมากกว่านี้ได้อย่างไร

ขอบคุณมากจริง ๆ ที่ยังอุดหนุน

ขอบคุณที่ยังรัก Tofusan กับ Sunshine Dairy กันมาตลอด

เราจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด

และหวังว่าเราทุกคนจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันครับ🙏🙏

 

สรุปปัญหา

สิ่งที่คุณสุรนาม โพสต์สามารถสรุปให้เห็นภาพได้ ดังนี้

 

  1. วิกฤตวัตถุดิบขาดแคลน (Safety Stock หมด)

สต็อกวัตถุดิบสำรองที่เคยมีเริ่มหมดลง และการจัดหาใหม่ทำได้ยากขึ้น

ปัญหาเม็ดพลาสติกซัพพลายเออร์ไม่ได้ตุนวัตถุดิบไว้ (เพราะคาดการณ์ผิดว่าราคาจะลดลง) พอเกิดสงครามทำให้ไม่มีของผลิตบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้ตามกำหนด

 

  1. การผิดข้อตกลงทางการค้า (PO ไร้ความหมาย)

แม้จะมีการเปิดใบสั่งซื้อ (PO) ล่วงหน้าไว้ 3–4 เดือน แต่ซัพพลายเออร์กลับไม่สามารถส่งของได้ตามเงื่อนไขเดิม

เกิดสภาวะ “มัดมือชก” ซัพพลายเออร์บีบให้ยกเลิก PO เก่า แล้วเปิดใหม่ในราคาที่ สูงขึ้นถึง 40% มิเช่นนั้นจะไม่มีสินค้าส่งให้

 

  1. ข้อจำกัดด้านเวลาและการย้ายฐานผลิต

ในทางปฏิบัติ ธุรกิจไม่สามารถเปลี่ยนผู้ผลิตรายใหม่ได้ทันที เนื่องจากติดเงื่อนไขเรื่อง แม่พิมพ์ (Mold), ฉลาก และระบบการผลิตเฉพาะที่ผูกติดกับที่เดิม การย้ายฐานผลิตต้องใช้เวลาเตรียมการนานหลายเดือน

 

  1. ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Hidden Costs)

ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้มาจากแค่น้ำมันหรือวัตถุดิบหลัก แต่รวมไปถึง “ต้นทุนแฝง” ในระบบทั้งหมด เช่น บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งที่ขยับตัวตามกันเป็นโดมิโน

 

  1. จรรยาบรรณและการแบกรับภาระแทนผู้บริโภค

ทางแบรนด์ตัดสินใจ “ยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า” แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นเกินความคาดหมาย

ต้องพยายามบริหารจัดการภายในอย่างหนักเพื่อประคองราคาให้นานที่สุด เพราะไม่ต้องการสร้าง Panic Effect หรือการตื่นตระหนกจนส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวม

 

ดังนั้น สิ่งที่ Tofusan กำลังทำคือการเลือกแบกรับ Gross Margin (กำไรขั้นต้น) ที่ลดลง เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและประคองเสถียรภาพของตลาด ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่กดดันมากสำหรับผู้บริหารในช่วงที่ “ต้นทุนสวนทางกับราคาขาย”

 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!