
ความยั่งยืนกำลังเดินมาถึงช่วงที่สังคมต้องการการลงมือทำอย่างจริงจัง เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ และกฎระเบียบสีเขียวระดับโลก เริ่มส่งผลต่อชีวิตผู้คน การดำเนินธุรกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างชัดเจนขึ้นทุกวัน
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรให้เรื่องใหญ่เหล่านี้ไม่หยุดอยู่ในรายงาน ไม่ติดอยู่ในเวทีประชุม และไม่กลายเป็นภาษาทางเทคนิคที่คนทั่วไปเข้าถึงยาก
คำตอบที่น่าสนใจเกิดขึ้นในงาน EARTH JUMP 2026: A Bridge to Empowered Actions เวทีด้านความยั่งยืนที่จัดโดยธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank ซึ่งรวบรวมหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ภาคนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ และภาคสื่อสารมวลชน มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางขับเคลื่อน sustainability ให้เกิดผลในโลกจริง

หนึ่งใน Session สำคัญคือ “สื่อมวลชน ศูนย์กลางพลังขับเคลื่อนความยั่งยืน” ที่มีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ คุณจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐ ทีวี และไทยรัฐออนไลน์, คุณกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการข่าว 3 มิติ, คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและเผยแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS และดำเนินรายการโดยคุณทรงกลด บางยี่ขัน ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร The Cloud
เวทีนี้ทำให้เห็นว่า ความยั่งยืนต้องการมากกว่านโยบายและเป้าหมายระดับองค์กร เพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ต้องมีคนช่วยแปลข้อมูลให้เข้าใจง่าย มีพื้นที่ที่ทำให้ประเด็นยากกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และมีระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ภาคธุรกิจเดินหน้าสู่การลงมือทำได้จริง
สื่อคือพลังที่ทำให้ความยั่งยืนถูกมองเห็น

คุณทรงกลดเปิดวงสนทนาด้วยประเด็นสำคัญว่า สื่อมวลชนเป็นหนึ่งในตัวเร่งที่จะช่วยให้แนวคิดเรื่องความยั่งยืนถูกนำไปสู่การรับรู้และการลงมือทำในสังคมมากขึ้น เพราะบทบาทของสื่อคือการทำให้ประเด็นสำคัญเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง และช่วยเชื่อมโยงเรื่องที่ซับซ้อนให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนเข้าใจและเห็นความสำคัญได้ในชีวิตประจำวัน
คุณจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ ให้มุมมองในฐานะทั้งผู้บริหารสื่อและคนทำสื่อว่า สื่อเป็นตัวแปรสำคัญต่อการทำให้เรื่องความยั่งยืนมีโมเมนตัมในสังคม เพราะสื่อมีต้นทุนด้านความน่าเชื่อถือ มีจรรยาบรรณทางวิชาชีพ และมีอำนาจในการหยิบประเด็นที่สังคมอาจมองข้ามขึ้นมาพูดให้ดังพอ
บทบาทนี้สำคัญมากในประเด็นสิ่งแวดล้อม เพราะหลายเรื่องไม่ได้ปรากฏเป็นวิกฤตเฉียบพลันในชีวิตประจำวัน หลายประเด็นเกิดขึ้นช้า ซับซ้อน และต้องอาศัยการอธิบายต่อเนื่อง สื่อจึงมีหน้าที่ทำให้สังคมเห็นสิ่งที่อาจถูกซ่อนอยู่หลังตัวเลข นโยบาย หรือคำศัพท์เฉพาะทาง

คุณจิตสุภายกตัวอย่างการทำงานของไทยรัฐที่หยิบประเด็นสิ่งแวดล้อมมาเล่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งข่าวประจำวัน สกู๊ปพิเศษ และรายงานเชิงลึก เช่น กรณีโครงการอุโมงค์สลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งไทยรัฐเลือกมองประเด็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการระเบิดภูเขา ในช่วงที่กระแสสังคมยังให้ความสนใจกับประเด็นด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และความคืบหน้าของโครงการเป็นหลัก ขณะที่คำถามเรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และผลกระทบระยะยาวต่อชุมชนโดยรอบยังไม่ได้รับการพูดถึงในวงกว้างมากนัก ไทยรัฐจึงพยายามนำเสนออีกด้านของเรื่อง เพื่อให้สังคมเห็นภาพผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นควบคู่ไปกับประโยชน์จากการพัฒนา และเปิดพื้นที่ให้เกิดการถกเถียงอย่างรอบด้านมากขึ้น
อีกตัวอย่างคือข่าววิกฤตพะยูนไทย หลังเกิดเหตุพะยูนถูกตัดหัวเพื่อเอาเขี้ยวไปใช้ในความเชื่อบางอย่าง เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่าการลักลอบทำร้ายและค้าสัตว์ป่าคุ้มครองทั่วไป เพราะเกี่ยวข้องกับการคุกคามสัตว์ทะเลหายากและความเปราะบางของระบบนิเวศทางทะเล ไทยรัฐจึงรายงานทั้งข้อเท็จจริงของเหตุการณ์และส่งทีมข่าวลงพื้นที่ทำสกู๊ปเชิงสืบสวนเพิ่มเติม เพื่อเล่าให้เห็นว่านี่คือสัญญาณของวิกฤตประชากรพะยูนในทะเลไทย
สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ข่าวสิ่งแวดล้อมที่ดีต้องทำมากกว่าบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะโจทย์สำคัญคือทำให้คนดูเข้าใจว่าเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับชีวิต เศรษฐกิจ และอนาคตของสังคมอย่างไร
ข่าวสิ่งแวดล้อมต้องสู้กับอัลกอริทึม ความยาก และความรู้สึกไกลตัว

คุณกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการข่าว 3 มิติ ชี้ให้เห็นความจริงที่คนทำสื่อจำนวนมากรู้ดีว่า ข่าวสิ่งแวดล้อมมักสวนทางกับธรรมชาติของอัลกอริทึมบนแพลตฟอร์ม เพราะข่าวประเภทนี้มักไม่มีดราม่าชัดเจน ไม่มีฝ่ายแพ้ชนะในระยะสั้น และผลกระทบจำนวนมากต้องใช้เวลานานกว่าจะปรากฏต่อสายตาผู้คน
ประเด็นสิ่งแวดล้อมยังเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิค ทั้ง Net Zero, Carbon Credit, Adaptation Fund, Just Transition และข้อตกลงด้านภูมิอากาศระดับโลกจำนวนมาก หากไม่มีสื่อช่วยอธิบาย ประชาชนจำนวนมากย่อมเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ยาก
นี่คือความท้าทายใหญ่ของการสื่อสาร sustainability เพราะคนทั่วไปอาจรู้สึกว่าเรื่องโลกร้อนอยู่ไกลตัว น้ำแข็งขั้วโลกละลายอาจดูไม่เกี่ยวกับประเทศไทย หรือปัญหาสัตว์ทะเลหายไปอาจดูห่างจากชีวิตประจำวัน
สูตรสำคัญที่คุณกิตติเล่าบนเวทีคือ การดึงเรื่องไกลตัวให้เข้าใกล้ชีวิตคนมากขึ้น แทนที่จะพูดเพียงว่าน้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลาย สื่ออาจเล่าว่ากรุงเทพฯ กำลังเผชิญความร้อนที่หนักขึ้น หรือสมุนไพรพื้นบ้านบางชนิดที่กำลังหายไปจากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศ

วิธีเล่าแบบนี้เปลี่ยนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นสิ่งที่คนรู้สึกได้ เพราะผลกระทบไม่ได้อยู่ไกลออกไปในอนาคต หากเกี่ยวข้องกับอากาศที่หายใจ อาหารที่กิน สุขภาพของครอบครัว และต้นทุนการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
อีกหัวใจสำคัญคือการนำเสนอทางออก คุณกิตติอธิบายว่า หากข่าวสิ่งแวดล้อมมีแต่ภาพวิกฤต ผู้ชมอาจปิดการรับรู้ เพราะรู้สึกว่าปัญหาใหญ่เกินแก้ สื่อจึงควรเล่าตัวอย่างเชิงบวก เช่น ชุมชนที่จัดการขยะได้สำเร็จ หรือพื้นที่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการไม่เผาป่าสามารถสร้างรายได้จากเห็ดได้มากกว่าการเผา
ข่าวลักษณะนี้ช่วยให้คนเห็นว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำสั่งหรือความกลัวเสมอไป แต่อาจเริ่มจากตัวอย่างที่ทำได้จริง เห็นผลจริง และใกล้พอให้คนอยากลองทำตาม
ความน่าเชื่อถือยังเป็นหัวใจสำคัญของงานสื่อ

คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) ย้ำบนเวทีว่า หน้าที่สำคัญของสื่อคือการเป็นผู้ส่งสารที่น่าเชื่อถือ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน เพื่อให้ผู้รับสารนำไปคิดและตัดสินใจต่อด้วยตัวเอง
ประเด็นนี้สำคัญมากท่ามกลางยุคที่ข้อมูลจำนวนมหาศาลเดินทางผ่านแพลตฟอร์มทุกวัน ขณะที่ข่าวสารถูกเผยแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว สิ่งที่สังคมต้องการคือข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ มีความรอบด้าน และช่วยให้ผู้คนเข้าใจภาพใหญ่ของปัญหา
คุณวันชัยยังยกตัวอย่างว่า ภาพข่าวชุดเดียวกันสามารถถูกนำเสนอให้คนเข้าใจต่างกันได้ หากเลือกตัดเฉพาะบางส่วนของความจริง นี่จึงเป็นเหตุผลที่สื่อจำเป็นต้องรักษาความครบถ้วนและความน่าเชื่อถือในการนำเสนอ โดยเฉพาะในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก
สำหรับภาคธุรกิจ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลยิ่งสำคัญขึ้น เพราะ sustainability กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจและการแข่งขันในระยะยาว มาตรฐาน ESG, Net Zero, การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และกฎระเบียบในซัพพลายเชน กำลังมีผลต่อการส่งออก การเข้าถึงตลาด และความสัมพันธ์กับคู่ค้าระดับโลก
ธุรกิจไทยจึงต้องเข้าใจเรื่องความยั่งยืนในฐานะปัจจัยด้านการแข่งขัน ไม่ใช่กิจกรรมเสริมเพื่อการสื่อสารแบรนด์เท่านั้น และนี่คือจุดที่ข้อมูลที่ถูกต้องจากสื่อมีบทบาทต่อการตื่นรู้ของสังคมและการตัดสินใจของธุรกิจ
EARTH JUMP 2026 กับบทบาท Beyond Banking ของ KBank
สิ่งที่น่าสนใจของ EARTH JUMP 2026 คือการวางบทบาทของ KBank ในฐานะ “สะพานเชื่อมสู่การลงมือทำ” (A Bridge to Empowered Actions) ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนใน Climate Ecosystem เข้าด้วยกัน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการเงิน ภาควิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง ผ่านการผสานเงินทุน องค์ความรู้ เครื่องมือ นวัตกรรม และเครือข่ายความร่วมมือเข้าด้วยกัน

ในอดีต บทบาทของธนาคารมักถูกมองผ่านการสนับสนุนทางการเงินเป็นหลัก แต่โจทย์ sustainability วันนี้กว้างกว่านั้นมาก ธุรกิจจำนวนมากต้องเข้าใจความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ ต้องอ่านกฎระเบียบใหม่ให้ทัน ต้องปรับกระบวนการผลิต ต้องเข้าถึงเทคโนโลยีสีเขียว และต้องสื่อสารกับผู้บริโภค คู่ค้า นักลงทุน และสังคมอย่างโปร่งใส
KBank จึงไม่ได้มีบทบาทเพียงผู้สนับสนุนด้านการเงิน แต่ยังทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมสู่การลงมือทำ” ที่เชื่อมองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ เครือข่ายพันธมิตร และโซลูชันทางการเงินเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผน ปรับตัว และลงมือดำเนินการได้จริงในทุกขั้นตอนของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่าน K-Climate Solutions โซลูชันครบวงจรที่ครอบคลุมตั้งแต่
1. ESG Readiness Check เครื่องมือประเมินความพร้อมธุรกิจในด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และ Supply Chain พร้อม Action Plan และโซลูชันที่ตอบโจทย์
2. KCLIMATE 1.5 แพลตฟอร์มคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้วางแผนการจัดการลดก๊าซเรือนกระจก
3. K-Climate ESG Advisoryบริการให้คำปรึกษาเรื่องความยั่งยืนโดยผู้เชี่ยวชาญ
4. หลักสูตรNet Zero CEO และ Net Zero Leader สำหรับผู้บริหาร เพื่อก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านความยั่งยืนของไทย
5. Financial Solution เปิดตัวบริการใหม่“สินเชื่อ SME ยิ่งกรีน ยิ่งได้” (Sustainability-Linked Loan for SME) มอบส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเมื่อทำได้ตามเป้าหมาย เช่น ลดการใช้พลังงานหรือได้ใบรับรองธุรกิจสีเขียว รวมถึงสินเชื่อ “K-Climate Shield Loan” สินเชื่อเพื่อตอบโจทย์การรับมือและป้องกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ (เช่น อุทกภัย) ช่วยให้องค์กรสามารถลงทุนระบบป้องกันเชิงรุกล่วงหน้า ซึ่งคุ้มค่ากว่าการเยียวยาหลังเกิดความเสียหาย
ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ K-Climate Solutions และการสนับสนุนของธนาคารกสิกรไทยในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ได้ที่ www.kasikornbank.com/k_gogreen
เวทีอย่าง EARTH JUMP จึงมีความหมายมากกว่างานสัมมนาด้านความยั่งยืน เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้หลายฝ่ายได้เห็นโจทย์เดียวกันในหลายมุม ทั้งมุมธุรกิจ มุมสิ่งแวดล้อม มุมเทคโนโลยี มุมนโยบาย และมุมการสื่อสารสาธารณะ

Session ของสื่อมวลชนยิ่งช่วยเติมภาพนี้ให้ครบขึ้น เพราะการเปลี่ยนผ่านสีเขียวต้องการการรับรู้ในวงกว้าง หากสังคมไม่เข้าใจ ภาคธุรกิจย่อมเผชิญแรงต้านหรือความเฉยชา หากธุรกิจขาดเครื่องมือและเงินทุน การลงมือทำย่อมเกิดขึ้นได้ช้า หากข้อมูลไม่ชัด การตัดสินใจย่อมเต็มไปด้วยความลังเล
บทบาทของธนาคารจึงครอบคลุมการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว ควบคู่กับการสร้างโครงสร้างสนับสนุนให้ธุรกิจเข้าใจ ลงมือทำ และปรับตัวได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
ความยั่งยืนต้องการทั้งคนเล่า คนฟัง และคนลงมือทำ
สิ่งที่เวทีนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนคือ ความยั่งยืนจะเดินหน้าได้ต้องอาศัยหลายแรงพร้อมกัน
สื่อช่วยทำให้ประเด็นยากกลายเป็นเรื่องที่สังคมเข้าใจได้ ภาคธุรกิจช่วยเปลี่ยนความเข้าใจให้กลายเป็นการปรับกระบวนการทำงาน ธนาคารช่วยสนับสนุนทั้งเครื่องมือทางการเงินและพื้นที่ความรู้ ส่วนประชาชนช่วยส่งสัญญาณผ่านการรับรู้ การเลือกบริโภค และการสนับสนุนข้อมูลที่มีคุณภาพ
ข่าวสิ่งแวดล้อมอาจไม่ได้เป็นคอนเทนต์ที่แพลตฟอร์มผลักขึ้นมาบนฟีดก่อนข่าวกระแสอื่นอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม สังคมจำเป็นต้องมีเนื้อหาประเภทนี้มากขึ้น เพราะทุกการตัดสินใจด้านธุรกิจ การลงทุน การบริโภค และนโยบายสาธารณะ ล้วนได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกปี

สำหรับ KBank การจัด EARTH JUMP 2026 คือการสร้างพื้นที่ที่เปลี่ยน “แรงบันดาลใจ” ให้เป็น “การลงมือทำ” ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นได้จริง
เพราะความยั่งยืนไม่ใช่การแข่งขันขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นการเดินทางร่วมกันของทุกภาคส่วน ที่ต้องอาศัยองค์ความรู้ นวัตกรรม เงินทุน และความร่วมมือ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
